ตอนที่1 พรหมลิขิต
อ้อม ชื่อจริงของเธอคือ มยุรา ใจงาม ตั้งแต่พ่อของเธอเสีย แม่ของเธอก็ไม่เป็นอันทำอะไรมาประมาน1เดือนแล้ว
เธอนั่งมองแม่ของเธออย่างสิ้นหวัง โดยไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง
"แม่เอ้ย...นั่งหม่อนั่งเศร้าทั้งวัน อ้อมไม่รู้จะช่วยแม่ยังไงดี"
เธอนิ่งไปชั่วครู่ก็คิดอะไรออกมาได้อย่างหนึ่ง ที่คนอย่างเธอจะคิดได้ตอนนี้ เธอจึงเดินเข้าไปนั่งข้างๆแม่แล้วเอ่ยขึ้นมา
"แม่คะ เหงาไหม อ้อมว่านะแม่หาอะไรทำดีไหมคะช่วงนี้ เผื่อจะคลายเหงาได้บ้างคะ"
แม่ของเธอเงยหน้าขึ้นมอง หลังจากที่จับเจ่ามองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย
"อืม...แม่ก็ว่าดีเหมือนกันนะ อยู่ว่างๆแบบนี้เหมือนใจจะขาด ว่าแต่เราจะทำอะไรดี แม่ค้าก็ต้องมีคนช่วย อ้อมก็ต้องทำงาน"
แม่สบตาอ้อมเหมือนต้องการจะปรึกษาในที อ้อมหลับตานิ่งสักครู่ เธอก็เหมือนจะคิดอะไรได้สักอย่าง
"มันจะไปยากอะไรคะแม่ ในเพจหางานไงคะ เดี๋ยวหนูจะลองดู แม่นั่งตรงนี้ก่อนนะคะเดี๋ยวอ้อมมา"
เธอเดินหายเข้าไปในบ้าน เสียงฝีเท้ากึ่งวิ่งกึ่งเดินของอ้อมหายไปครู่ใหญ่ ส่วนแม่ของอ้อมนั่งอยู่ตรงจุดเดิมไม่ไปไหนอยู่แบบนั้น
"แม่ แม่คะ "
เสียงของอ้อมดังมาจากห้องชั้นบนแต่ไกล จนแม่ของเธอหันไปมอง
"อะไรลูก เสียงดังเชียว"แม่ของเธอเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงลูกสาว
"หนูหางานได้แล้วคะ แม่ดูนี่ มันอยู่ที่แม่จะสนใจรึเปล่าแค่นั้นละคะ ดูคะ"
เธอชี้ในจอคอมให้มารดาดู บ้านมหาเศรษฐีหลังหนึ่ง ที่มีการประกาศรับแม่บ้านหลายอัตรา
"บ้านมหาประชานิเวศน์ หรือลูก เหมือนออกข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยๆนะ แม่เคยได้ยินอยู่ บ้านนี้มีลูกชายคนเดียว มีข่าวไม่เว้นแต่ละวันซะด้วย"แม่ของเธอเอ่ยคร่าวๆเท่าที่รู้มา ถึงการรู้จักบ้านหลังนี้
"แม่รู้เยอะกว่าอ้อมอีกนะคะ "อ้อมหัวเราะเบาๆ เรื่องที่มารดาของเธอพูด
"ตกลง ดีกว่าอยู่เฉยๆแม่จะลองไปสมัครดู "
"แต่ถ้าแม่ไม่ไหว ก็อย่าทนนะคะ อ้อมยังเลี้ยงแม่ได้ ที่ให้แม่ไปทำเพราะอยากให้แม่ไม่เหงาต่างหากนะค่ะ"
อ้อมยังห่วงแม่ของเธอในที ไปเป็นลูกจ้างคนอื่น กลัวว่าแม่ของเธอจะไม่สบายใจและลำบาก ทั้งสองแม่ลูกมองหน้ากันแล้วกอดกันด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
"ไม่ต้องห่วงแม่หรอกอ้อม แม่ทำได้คิดว่างานที่ทำน่าจะไม่ต่างจากชีวิตประจำวันเราสักเท่าไร พูดเหมือนเขารับเราเข้าทำงานแล้วอย่างนั้นแหละ"
ทั้งสองหัวเราะพร้อมกัน
บ้านมหาประชานิเวศน์
"เป็นไงบ้างแจ่ม ที่ประกาศรับสมัครแม่บ้านอีกนะ มีคนมาสมัครหรือยัง เท่าที่มีก็งานเต็มไม้เต็มมือกันแล้วไม่ใช่หรือ แต่คนนี้เอามาดูแลเจ้าเคนมันนะ ชีวิตไม่ได้มีระบบระเบียบเลย ตื่นก็สาย ปาร์ตี้ทุกวันชีวิตไม่มีแก่นสารเอาซะเลย"
คุณหญิงบัวพา บ่นให้แจ่มฟังถึงกิตติศัพท์ของลูกชาย แจ่มมองหน้าคุณหญิงบัวพาแล้วคิดในใจ
"ไม่เฉพาะตื่นสายนะคะคุณหญิง นิสัยก็ขึ้นๆลงๆ จนพวกหนูเข้าหน้าไม่ติดแล้วคะ"
เธอเพียงแต่คิดได้แค่ในใจไม่กล้าพูดออกมาให้คนที่เป็นนายฟัง ถึงคุณเคนของเธอที่รูปหล่อจนสาวๆไม่ขาดมือ แต่นิสัยต่างจากหน้าตาเหลือเกิน
"คะ...คุณหญิง เห็นมีคนติดต่อมา หนูคิดว่ากำลังใกล้จะมาแล้วคะ ถ้ามาเมื่อไรหนูจะพามากราบคุณนะคะ ให้คุณดูก่อน"
แจ่มรายงานคุณหญิงอย่างรู้งาน
"ดีดีแจ่ม ว่าแล้วเจ้าเคน มันทำอะไรอยู่วันนี้ฉันยังไม่เห็นหน้ามันเลย ไปตามมาให้หน่อยสิ บอกว่าฉันอยากคุยด้วย"
แจ่มทำหน้าอย่างเสียไม่ได้ที่คุณหญิงให้ไปเรียกคุณเคนของเธอ มันเป็นงานที่เธอลำบากใจไม่น้อย
"ไปเรียกคุณเคนตอนนี้ให้ไปตายซะยังดีกว่าอีก"
แจ่มก้าวขาขึ้นบันไดขั้นสุดท้ายก่อนถึงห้องของคุณเคนเธอ แล้วไปหยุดอยู่หน้าห้องชั่วครู่ เธอยกมือขึ้นเคาะประตูดังพอประมานสองที
"คุณเคนคะ คุณหญิงให้หาคะ"
เงียบ!
"คุณเคนคะ คุณหญิงให้หาคะ"
ครั้งที่สอง เงียบ!
"โล่งอกสงสัยไม่อยู่ เงียบเชียบขนาดนี้ ไปดีกว่า"
แจ่มยกมือทาบอกด้วยความดีใจเป็นอย่างยิ่ง รีบลงไปรายงานคุณหญิงให้ทราบว่าบุตรชายตัวดีของเธอไม่อยู่
"ว่าไงแจ่ม ไหนเจ้าเคน"
แจ่มนั่งลง รีบรายงานคุณหญิงให้ทราบ ว่าลููกชายของคุณหญิงยังไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่เมื่อวาน
"คุณเคนไม่อยู่คะ คุณหญิง ดูจากรูปการแล้วเหมือนไม่ได้กลับตั้งแต่เมื่อวานคะ"
คุณหญิงบัวพา จากที่หน้าตาเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นคนละคนจากเดิมทันทีเธอยกโทรศัพทฺ์ขึ้นมาโทรหาลูกชายสุดที่รักอย่างรวดเร็ว
"ตาเคน ...อยู่ไหนลูกไม่กลับบ้านกี่วันแล้วหึ"
"คุณแม่!"
เสียงปลายสายตกใจเล็กน้อย ที่มารดาของเขาถึงกับต้องโทรหาด้วยตัวเอง น้อยครั้งที่จะเจอเช่นนี้
"คุณแม่มีอะไรกับเคนครับ ถึงโทรตามด้วยตัวเองแบบนี้"
"มันต้องมีสิ ไม่มีจะโทรหาได้ไง ไอ้ลูกไม่เอาไหน เมื่อไรแกจะทำการทำงานเป็นหลักเป็นแหล่งสักทีฮึ แล้วนี่อยู่บ้านผู้หญิงของแกคนไหนอีก ถึงรับช้าแบบนี้"
เคนเงียบไปชั่วครู่ แล้วเอ่ย
"คอนโดแพมครับแม่ เดี๋ยววันนี้ผมกลับครับ "เสียงปลายสายแผ่วลง แจ้งให้มารดาทราบ
"กลับมาเลย ไม่งั้นแม่จะตัดแกจากกองมรดก คอยดูสิ "
แกรก!
เสียงปลายสายเงียบลง ...
"เคนต้องรีบกลับแล้วแหละ คุณแม่เรียกตัวด่วน "
ระหว่างที่พูดเคนก็ลุกจากเตียงอย่างรวดเร็ว แต่ถูกดึงไว้จากมือแพม สาวสมัยใหม่ที่ไม่แคร์ใครมากนัก นอกจากคนที่ให้ผลประโยชน์เธอเช่นเคน
"เคนขา ไหนจะอยู่กับแพมหลายๆวันเลยไงคะ"
"มันจำเป็นนะแพม อย่างอแง คุณชอบหรอถ้าคุณแม่จะตัดผมออกจากกองมรดกนะ"
แพมพิไลนิ่งเงียบจำเป็นต้องปล่อยให้เคนออกไป เงินสำคัญต่อเธอที่สุด ถ้าหากเคนไม่มีเงินหมดตัว เขาคงไม่มีความหมายกับเธออีกต่อไป
"ก็ได้คะที่รัก แพมจะรอนะคะ คุณกลับไปหาคุณหญิงแม่ก่อนก็ได้คะ"
ขณะที่พูด สายตาก็มองเคนแต่งตัวเตรียมกลับบ้านอย่างเสียไม่ได้ เธอไม่อยากให้เคนไป แต่จะทำไงได้ในเมื่อเป็นคำสั่งของคุณหญิงแม่ของเขา ทั้งที่ในใจก็อยากจะกรี๊ดออกมาดังๆเสียอย่างนั้น เคนแต่งตัวเสร็จ ก็รีบเดินออกไปโดยไม่หันมามองแพมด้วยซ้ำ
"โอ้ย...นังคุณหญิงแม่ถ้าไม่ติดว่ารวยนะ จ้างให้ก็ไม่ให้เคนกลับหรอก อีบ้าเอ้ย!"
