ตอนที่ 1 คุณจะกลับไปอยู่กับเจ้าคนพิการนั่นเหรอ?
เมืองหลินจือ
ภายในเครื่องดักฟังรหัส 01 ของพันโทซ่งอี้อันผู้บังคับกองพันที่ H28 แห่งมณฑลทหารบกที่ 8 มีบทสนทนาหนึ่งดังลอดออกมาท่ามกลางความเงียบ...
“เถียนเถียน จำไว้นะ พรุ่งนี้เช้าหกโมง เราเจอกันที่สถานีรถไฟหลินจือ ชานชาลาที่สาม อย่าเผลอหลับเพลินเชียวล่ะ”
“เถียนเถียน เราจะเดินเลาะไปตามด่านเป่ยซาน พอพ้นด่านไปได้ก็ไม่ใช่เขตอิทธิพลของคนแซ่ซ่งแล้ว เมืองหลินจือออกจะกว้างใหญ่ เราต้องอ้อมไปทางไกลหน่อย ถึงจะหนีพ้นขอบเขตอำนาจของมันได้”
“ถึงตอนนั้น ต่อให้มันโทรศัพท์สั่งเคลื่อนกำลังพลก็ไม่ทันการณ์แล้ว เราจะหนีไปด้วยกันตามเส้นทางด่านเป่ยซาน แล้วใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันชั่วนิจนิรันดร์...”
พนักงานสื่อสารลอบมองใบหน้าของท่านผู้พันซ่งที่ตอนนี้ทะมึนราวกับหลุดออกมาจากนรก เขาพยายามกลั้นหายใจพลางยื่นหูฟังดักฟังให้ซ่งอี้อันอย่างระมัดระวัง
“รายงานผู้พัน! นี่คือสายภายนอกที่ดักจับได้ในวันนี้ครับ!”
ภรรยาเด็กแสนสวยของผู้พันซ่ง กำลังจะหนีตามรักแรกสมัยมหาวิทยาลัยไปแล้ว! ช่างเป็น 'หมวกเขียว' ใบใหญ่ที่สวมลงบนหัวแท้ๆ!
ผู้พันซ่งของพวกเขานั้นจัดว่าเป็นบุรุษรูปงามหาตัวจับยาก เป็นขุนพลผู้ชนะสิบทิศแห่งกองทัพบก ออกรบสิบครั้งชนะเก้าครั้ง ส่วนอีกครั้งคือยังไม่ได้เริ่มรบด้วยซ้ำ นี่คือพยัคฆ์ร้ายบนภาคพื้นดิน! เป็นดั่งเทพสงครามที่มีตัวตนอยู่จริง! บุรุษผู้ทรงอิทธิพลขนาดนี้ ทำไมถึงจัดการเด็กสาวที่แต่งเข้าบ้านมาได้สองปีไม่ได้เสียทีนะ?
เวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง ณ บ้านพักข้าราชการทหาร
ทันทีที่ซ่งอี้อันเดินเข้ามาในลานบ้าน ป้าสิง ก็รีบตะครุบผ้าขนหนูที่ตากไว้บนราวแล้วหลบวูบไปทันที เธอพยายามเลี่ยงไม่สบตาซ่งอี้อันราวกับกลัวเขาจะเห็นผ้าในมือ
ความจริงแล้ว ผ้าผืนนั้นคือของที่ซ่งอี้อันเพิ่งไปเบิกมาจากหน่วยพลาธิการ ป้าสิงเห็นว่ามันยังใหม่เลยถือวิสาสะหยิบไปใช้เอง เพราะรู้ดีว่าเมียเด็กของเขาไม่มีวันลงมาเก็บผ้าเองแน่ๆ ถ้าผู้พันซ่งถาม เธอก็แค่หน้าด้านแถไปว่า "ช่วยเก็บให้" แต่ถ้าไม่ถาม เธอก็เนียนเอาไปเป็นของตัวเอง
ทว่าซ่งอี้อันไม่ได้สนใจการกระทำของป้าสิงเลยสักนิด เขาเดินตรงขึ้นบันไดมุ่งหน้าไปยังห้องพัก ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ก็เห็น กู้เถียนเถียน กำลังนอนหลับปุ๋ยอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ใบหน้าของซ่งอี้อันมืดครึ้ม เขาเดินเข้าไปที่ข้างเตียงด้วยความเร็ว กลิ่นอายรอบตัวเย็นเยียบยิ่งกว่าเมืองฮาร์บินในฤดูหนาวเสียอีก
ผู้หญิงคนนี้... กำลังจะหนีตามรักแรกไปงั้นเหรอ?
พัดลมยังคงส่ายไปมา พัดลมเย็นๆใส่กู้เถียนเถียนที่นอนหลับอยู่บนเตียงอย่างต่อเนื่อง เธออยู่ในชุดนอนลายดอกไม้สีชมพูตัวสั้นจู๋ หลับใหลอย่างสงบ หญิงสาวผู้นี้งดงามยิ่งนัก ผมสีดำขลับแผ่สยายอยู่บนเสื่อไม้ไผ่ ขนตาที่ยาวและหนาดูเหมือนพัดเล่มเล็กๆ ที่ขยับไหวตามจังหวะการหายใจ แม้จะยามหลับ ขนตาของเธอก็ยังสั่นระริกเล็กน้อย
ซ่งอี้อันจ้องมอง 'คนงาม' บนเตียงอยู่นาน เธอทั้งดื่มเหล้า ขี้เมา และไม่เคยฟังคำสั่งเขาเลยสักอย่าง แต่แล้ว... หลังจากจ้องมองเธออยู่พักใหญ่ ใบหน้าที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งกลับเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างประหลาด
อึก..
เขากลืนน้ำลายอย่างเสียอาการ พลางนึกถึงรสชาติที่เคยได้ลิ้มลองในคืนเข้าหอ ในวันนั้นพ่อของกู้เถียนเถียนเคยบอกเขาว่า “เสี่ยวซ่ง เธอเป็นเมียแกนะ จะกลัวอะไร แต่งงานกันแล้ว อย่างมากเธอก็แค่ร้องไห้โฮหรือไม่ก็ข่วนแกสองสามทีก็จบเรื่อง นอกจากเสียว่าแกจะไม่มีน้ำยา จัดการเมียตัวเองไม่ได้!”
ทว่าพอซ่งอี้อันเข้าหอจริงๆ ถึงได้รู้ว่าเธอเมาพับไปแล้ว เขาจึงจัดการทุกอย่างให้ "ลื่นไหล" ไปตามน้ำ ใครจะไปคิดว่าพอเธอตื่นมาเห็นหยดเลือดบนผ้าปูเตียงเห็นตัวเองไม่สวมใส่เสื้อผ้า เธอจะอาละวาดราวกับคนบ้า ทั้งทุบ ทั้งตี ทั้งกัดเขา... แม้เรื่องนั้นจะผ่านมาสองปีแล้ว แต่เขายังคงจำมันได้แม่นยำ
พ่อของกู้เถียนเถียนมีบุญคุณต่อเขามาก เป็นคนช่วยเขาออกมาจากเหตุการณ์ถูกใส่ร้ายและใช้ศักดิ์ศรีค้ำประกันเขาไว้ ไม่เช่นนั้นเขาคงต้องรับโทษทัณฑ์ทั้งที่ถูกใส่ร้าย ต่อมาในช่วงที่เขาพักรักษาตัวที่บ้านตระกูลกู้ พวกเขาจึงยกกู้เถียนเถียนให้แต่งงานกับเขา ตอนแรกเขาไม่เต็มใจจะตกลง แต่พอเห็นกู้เถียนเถียนเดินออกมา... นักศึกษาสาวผิวขาวผ่องใบหน้าหมดจดคนนั้น เขาก็ตอบตกลงทันที!
หลังแต่งงาน กู้เถียนเถียนต้องย้ายมหาวิทยาลัยจากบ้านเกิดที่หลีหยางมาอยู่ที่หลินจือ เพื่อให้สามีภรรยาได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น เมื่อสามเดือนก่อน พวกเขาเพิ่งจะมีอะไรกันเป็นครั้งที่สอง เพราะกู้เถียนเถียนออกไปเที่ยวแล้วถูกคนวางยา พอเขาไปช่วยกลับมา เธอก็สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวและเริ่มจูบเขาไม่หยุด... ผลที่ตามมาคือ ในเช้าวันรุ่งขึ้น ตอนที่เขาไปถึงกรมทหาร บรรดาผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานต่างพากันจ้องเขาเขม็ง... จนเขาแทบจะเดินไม่เป็นท่า
แต่ปฏิกิริยาของกู้เถียนเถียนในครั้งที่สองกลับแปลกไป เธอไม่ทุบตีไม่กัดเขาเหมือนครั้งแรก แต่เธอกลับนอนนิ่งสลบสไลไปถึงสองวันเต็มๆ ท่าทีที่สงบนิ่งขนาดนั้นกลับทำให้เขาใจเสีย จนต้องตามหมอจากหน่วยพยาบาลมาดูอาการเธอหลายรอบ หมอหญิงทุกคนที่ตรวจเธอเสร็จ ต่างก็เดินหน้าแดงก่ำออกมา แถมมองเขาด้วยสายตาที่... แปลกไปจากเดิมมาก
เพียงแค่ซ่งอี้อันนึกถึงเรื่องนี้ เขาก็ยังรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว
เมื่อเดือนก่อน กู้เถียนเถียนเพิ่งจะเรียนจบมหาวิทยาลัย และได้ยินมาว่า 'รักแรก' ของเธอที่เคยคบกันที่หลีหยางก็เรียนจบแล้วเช่นกัน หลายปีมานี้ พวกเขายังลอบส่งจดหมายหากันตลอด แม้เขาจะดักจับไว้ได้หมด แถมยังใช้แผนการปลอมแปลงเนื้อหาในจดหมายจนเละเทะไม่เหลือเค้าเดิม แต่ถึงเขาจะเฝ้าระวังขนาดนี้ ทั้งสองคนก็ยังมาบังเอิญพบกันกลางถนนในเมืองหลินจือจนได้
ตอนนี้เธอถึงได้ตั้งใจจะหนีไปจากบ้านพักทหารแห่งนี้ให้ได้ ซ่งอี้อันจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าพลางขมวดคิ้วแน่น เขาควรจะทำอย่างไรดี? เขาจะปล่อยให้เธอจากไปไม่ได้เด็ดขาด... ยุคสมัยนี้ กว่าจะหาเมียได้สักคนมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ทว่าในขณะนั้น
บนเตียงกู้เถียนเถียนที่กำลังหลับใหลเพราะฤทธิ์เหล้า ราวกับครึ่งหลับครึ่งตื่นเธอก็ได้ยินเสียงของ เจ้าฉี่เหิง ดังแว่วเข้ามาในฝันที่พร่ามัว
“อีผู้หญิงขี้เกียจ! นี่ยังจะนอนอยู่อีกเหรอ? ไม่ไปเก็บผักป่าให้แม่ฉัน แล้วแม่กับน้องสาวฉันจะกินอะไร!”
“อีหน้าโง่! ฉันเสียแรงเปล่าจริงๆ ที่พาแกกลับมาบ้าน นึกว่าแกจะหอบเงินทองมาด้วย ที่ไหนได้ มีแต่เสื้อผ้ากับเครื่องสำอาง!”
“ไม่มีเงินติดตัวมาเลยใช่ไหม... ฉันจะตีแกให้ตาย!”
“กู้เถียนเถียน ฉันก็นึกว่าแกจะซิง ที่ไหนได้ แกก็แค่ของเหลือที่ถูกไอ้คนพิการนั่นนอนมาแล้ว!”
กู้เถียนเถียน: “...” ท่ามกลางความมึนงง เธอสะดุดหูกับคำว่า "คนพิการ"
เธอรีบคว้าตัวเจ้าฉี่เหิงไว้ “แกพูดว่าอะไรนะ? ซ่งอี้อันเขาเป็นอะไร?”
เจ้าฉี่เหิงพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าพลางผลักเธอออก “ทำไม? ไหนบอกว่าไม่มีเยื่อใยกับมันแล้วไง? พอได้ยินว่ามันพิการก็เป็นห่วงขึ้นมาเลยเหรอ? อีร่าน! ทั้งที่อยู่กับฉันแต่ใจยังถวิลหาผัวเก่า อีผู้หญิงสารเลว!”
“กู้เถียนเถียน บอกให้แกตาสว่างก็ได้ ตอนที่แกหนีตามฉันมา มันขับรถตามมาด้วย แต่น่าเสียดายที่มันใจร้อนเกินไป ขับรถเข้าโค้งไม่ระวังเลยพุ่งตกเขาไปชนหน้าผา ขาทั้งสองข้างของมันพิการไปแล้ว ลุกขึ้นมายืนไม่ได้อีกตลอดกาล!”
“เทพสงครามเหรอ? เหอะ... ก็แค่คนพิการ ต่อให้รบเก่งแค่ไหนจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อลุกขึ้นยืนไม่ได้ อยากกลับไปอยู่กับไอ้คนพิการนั่นนักก็เชิญสิ ไปเลย... ได้ยินว่าหลายปีมานี้มันไม่แต่งงานใหม่ สงสัย 'ตรงนั้น' จะโดนกระแทกจนเสียของไปแล้ว คงไม่ใช่ผู้ชายสมบูรณ์แบบอีกต่อไปแล้วมั้ง!”
“ฮ่าๆๆๆ ...”
คำพูดเหล่านั้นดังก้องอยู่ในหัวของกู้เถียนเถียนอย่างต่อเนื่อง... ไม่... ไม่นะ เธอจะยอมให้ซ่งอี้อันเป็นแบบนั้นไม่ได้ และจะยอมให้ตัวเองทำร้ายเขาอีกไม่ได้
ชาติที่แล้ว หลังจากที่เธอหนีตามเจ้าฉี่เหิงกลับไปยังบ้านเกิดของเขา เธอถึงได้รู้ธาตุแท้ของเขา เขาเป็นแค่ ผู้ชายยากจนที่หวังรวยทางลัดจากเมีย ที่มาจีบเธอก็หวังเพียงทรัพย์สมบัติของตระกูลกู้ คำหวานเหล่านั้นก็เพื่อหลอกเอาเงินจากมือเธอเท่านั้น
สุดท้ายเขาก็หลอกเธอไปที่บ้านเกิดแถบชนบท เนื่องจากเขาไม่มีทะเบียนบ้านในเมือง มีเพียงวุฒิการศึกษา ต่อให้ได้รับการจัดสรรงาน เขาก็ต้องกลับไปทำงานที่ตำบลในชนบทนั่นอยู่ดี ช่วงแรกเขายังแสร้งทำเป็นอ่อนโยน บอกว่าขอเพียงเธอปรนนิบัติพ่อแม่เขาให้ดี พวกเขาจะช่วยออกใบรับรองการทำงานให้ เมื่อถึงตอนนั้น ทั้งสองคนจะได้ทำงานที่มีสวัสดิการรัฐ มี 'ชามข้าวเหล็ก' ไปตลอดชีวิต แม้จะเป็นเพียงตำบลเล็กๆ แต่ก็จะเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาที่สุด...
..
