บทที่6 ปิดเทอมใหญ่
และแล้วก็ถึงวันสอบ ช่วงใกล้สอบอัญชลีพยายามตามตื้อให้แก้มใสให้ช่วยทบทวนวิชาให้หน่อย แต่แก้มใสก็บอกปัด จนอัญชลีโมโห เพราะปกติเธอจะให้แก้มใสช่วยตอนใกล้สอบตลอด เพราะเธอไม่เคยสนใจการเรียนด้วยมั่นใจว่ามีแก้มใสอยู่ด้วยยังไงก็ผ่าน แต่พอแก้มใสไม่ช่วยทำให้เธอทำข้อสอบเกือบไม่ได้เลย
สอบเสร็จละอองดาวเข้ามากอดแขนเพื่อนสนิท
"ที่แก้มใสบอกนั้นเกือบทั้งหมดออกตรงเปะๆเลย"
"ใช่..ดีนะว่าพวกเราทบทวนกันแล้วจึงจำได้"มานิตบอกพร้อมยิ้มเต็มใบหน้า
"พวกเราไปกินน้ำแข็งใสกันดีกว่า ร้อนมาก"แก้มใสชวนเพื่อนทั้งสองไปตรงกำแพงข้างโรงเรียนเพื่อซื้อน้ำแข็งใสกินแก้ร้อน
"ตอนปิดเทอมไม่เจอกันตั้งสองเดือนครึ่ง เค้าต้องคิดถึงตัวแนๆ"ละอองดาวกินน้ำแข็งใสไปก็พูดกับเพื่อนไป ตอนนี้พักเที่ยง นักเรียนส่วนใหญ่เริ่มเดินมาข้างกำแพงโรงเรียนเพื่อหาซื้อของกิน
อัญชลีเดินมากับกลุ่มเพื่อนอีก4คน พอเห็นแก้มใสนั่งโต๊ะกับเพื่อนสองคนก็ทำเป็นมองไม่เห็นแล้วเดินผ่านไป
"ยัยอัญนี้ก็แปลกนะ พอตัวบอกปัดเรื่องทบทวนตำราก็มาโกรธ ปกติก็ได้คะแนนดีไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องมาให้ตัวสอนด้วยอ่ะ?"
"ก็ปกติผลงานทั้งหมดของหล่อนนะเป็นฝีมือเค้าทั้งนั้น นางแค่เอาหน้าเฉยๆนะ"แก้มใสตอบนิ่งๆ
"อะไรนะ..มิน่าล่ะ ช่วงก่อนสอบ หล่อนถึงพยายามเข้าหาตัวตลอด"
"หล่อนยังชอบลอกการบ้านเราอีกด้วย และไม่ชอบเอาสมุดมาคืนจนเราถูกอาจารณ์ทำโทษอยู่บ่อยๆ"
"ร้ายไม่เบานะยายคนนี้"ละอองดาวทำท่าทางสยอง
"ตัวก็โอเว่อร์ไป"พูดพร้อมจิ้มแขนเพื่อน
"เทอมหน้าขึ้น ม.5 แล้ว ไม่รู้พวกเราจะได้อยู่ห้องเดียวกันมั้ย?"มานิตพูดขึ้นมาเบาๆ
"ถ้าผลคะแนนดี เราต้องได้อยู่ห้องเดียวกันแนนอน เราเชื่อแบบนั้น"
"อื่อ..พวกเราต้องได้อยู่ห้องเดียวกัน"ละอองดาวยื่นมือออกมา มานิตจึงเอามือไปวางบนมือเพื่อน แก้มใสเห็นดั่งนั้นก็วางด้วยอีกคน
"เย้..ย"ทั้งสามร้องพร้อมกันจนนักเรียนโต๊ะอื่นหันมามอง
พอตกเย็น ก็เป็นฉัตรชัยที่แวะมารับ ทุกวันนี้กลายเป็นว่าชายหนุ่มทั้งรับและส่งหญิงสาวเช้า-เย็น เหตุจากล็อตเตอรี่ที่แก้มใสหยิบให้นั้นมันคือรางวัลที่หนึ่ง ชายหนุ่มดีใจมาก เขาคิดว่าจะให้น้าอำนวยพาไปขึ้นเงินที่กรุงเทพฯช่วงปิดเทอม
วันนี้ฉัตรชัยมารอรับก่อนเวลา เพราะเขามีสอบและสอบเสร็จแล้วจึงมารอหญิงสาว
อัญชลีที่เห็นชายหนุ่มมาแต่ไกลเพราะจำรถได้ก็รีบเดินเข้าไปหา
"พี่มารอแก้มเหรอค่ะ"หญิงสาวเข้าไปทักอย่างสนิทสนม แต่ฝ่ายชายแค่มองนิ่งๆแล้วพยักหน้า
"แก้มเขายังสอบไม่เสร็จค่ะ ยังไงเดี๋ยวอัญรอเป็นเพื่อนนะคะ แก้มกับอัญเป็นสนิทกันค่ะ"หญิงสาวพูดขึ้น
ชายหนุ่มไม่พูดอะไร แต่ยังคงค้อมรถเครื่องรอเช่นเดิม
"พี่ชายชื่ออะไรค่ะ หนูชื่ออัญค่ะ เป็นเพื่อนสนิทของแก้ม"
"เพื่อนๆแก้มใสมักเรียกว่าแก้มใส ไม่ใช่แก้มเฉยๆ"เขารู้สึกสะดุดหูกับคำเรียกชื่อของอีกฝ่าย
"อัญคิดว่าแก้มใสมันยาวไปนะคะเลยเรียกแก้มเฉยๆ พี่ไม่ชอบเหรอค่ะ"
ชายหนุ่มไม่ตอบ เพราะสายตามัวแต่มองแก้มใสที่เดินมากับสองเพื่อนสนิทที่เคยไปที่อู่
พอหญิงสาวเห็นคนมารับก็ยิ้มกว้างก่อนจะฮุบยิ้มเมื่อเห็นว่าใครยื่นข้างชายหนุ่ม
"ดาว..เราไปก่อนนะ เดี๋ยวปิดเทอมเราหาเวลาไปหาตัวนะ ได้ชวนไปทำอะไรกินกันที่บ้าน"แก้มใสบอกกับเพื่อน เมื่อเดินมาถึงที่รถละออกดาวก็ยกมือไหว้ฉัตรชัย
"สวัสดีค่ะพี่ชัย"
"สวัสดีครับพี่ชัย"
"จ้ะ นิตกลับพร้อมกันมั้ย?"
"ไม่ดีกว่าพี่ นิตชอบนั่งรับลมบนหลังคารถฮะ"มานิตเอ่ยกับชายหนุ่มรุ่นพี่
"งั้นเจอกันพรุ่งนี้ในอู่"
"ฮะ..แก้มใส เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเก็บผักกระเฉดไปฝากนะ"บ้านมานิตอยู่ริมแม่น้ำ แม่มานิตจึงเลี้ยงทั้งผักบุ้ง,ผักกระเฉดและผักแว่นเอาไว้กินและเก็บขาย
"ดีเลย..เดี๋ยวเราทำยำผักกระเฉดให้กิน ขอผักแว่นด้วยสิ เดี๋ยวเราทำป่นปลาแลก"แก้มใสยื่นข้อเสนอ
"เสียดายจัง บ้านเราไม่น่าอยู่ไกลกันเลย"ละอองดาวบ่นใส่เพื่อนทั้งสอง
"เอาไว้เรานัดกันทำของกินกัน"แก้มใสเสนอเอาใจเพื่อน
ตลอดเวลาที่ทั้งสามคุยกันนั้นมองข้ามอัญชลี ไม่มีใครเอ่ยทักหรือให้ความสนใจหญิงสาวเลยแม่แต่คนเดียว
"แก้มจะนัดกับดาวเหรอ เรานัดด้วยสิ"อัญชลีรีบเสนอตัวเอง
แก้มใสได้แต่ยิ้มให้แล้วหันไปลาเพื่อนๆ
"แล้วเจอกันนะ..บายจ้ะ"ก่อนจะขึ้นไปนั่งข้างหลังและจับชายเสื้อชายหนุ่มไว้
ฉัตรชัยที่เห็นว่าแก้มใสนั่งเรียบร้อยแล้วก็ออกตัวขับออกไป
"เออ..ดาว เธอนัดกับแก้มเมื่อไรเหรอ?"
"ไม่รู้สิ ต้องให้แก้มใสว่างก่อน "ละอองดาวตอบแบบขอไปที
"ถ้างั้นนัดกันเมื่อไรบอกเราด้วยสิ เราจะได้ไปด้วย"
"บ้านเราไม่มีโทรศัพท์ บ้านเธอมีมั้ยละ"ละอองดาวถามขึ้น ถ้าอีกฝ่ายมีโทรศัพท์บ้านเธอก็จะโทรไปชวนตามมารยาท
อัญชลีทำหน้าจ๋อยเพราะที่บ้านเธอไม่มีโทรศัพท์ ยุคนี้บ้านใครมีโทรศัพท์บ้านถือว่าทันสมัย
"เราไม่มีนะ แต่แก้มมีนี้ เธอบอกเลขมาสิ เดี๋ยวเราโทรถามเอง"
"เออ..ได้ เดี๋ยวเราจดให้นะ "ละอองดาวจึงจำใจจดให้อีกฝ่าย พออัญชลีได้เบอร์ก็โบกมือลาแบบไม่มีการขอบคุณใดๆ
ละอองดาวมองตามก่อนจะสายหัวแล้วเดินไปอีกทางเพื่อกลับบ้าน
ช่วงปิดเทอม แก้มใสรับหน้าที่ทำงานบ้านเอง จุรีเลยว่างงานไม่มีอะไรทำจึงหันไปดูแลกุหลาบของตัวเอง เมื่อวานเป็นวันพระ นางจึงมาตัดดอกสวยๆนำไปถวายหิ้งพระ แต่ขนาดนั้นก็ยังเหลืออีกหลายดอกที่แข่งกันออกดอก
'กริ้งงง'เสียงโทรศัพท์กลางบ้านดังขึ้น ฟ้าใสที่นั่งหัดเขียน กอไก่ ก็ลุกขึ้นไปรับ เจ้าตากลมลืมตามองเด็กสาวแปบหนึ่งก็หลับต่อ
"สวัสดีค่ะ อู่อำนวยค่ะ"
"ใครรับสายนะ ไปเรียกอาอ๊อดมารับสายสิ"เสียงปลายสายสั่งขึ้น
"ค่ะ"ฟ้าใสจำเสียงได้ เป็นเสียงอาม่า เด็กหญิงจึงรีบไปเรียกบิดา
"พ่อจ๋า..อาม่าโทรมาจ้ะ"
"จ้ะ..ขอบใจนะลูก"อำนวยไถ่ตัวออกมาจากใต้ท้องรถที่ซ่อมแล้วเช็ดมือก่อนจะเดินไปรับโทรศัพท์
"ม้า..อั้วเอง "
"กว่าจะมารับสายได้นะ อั้วจะโทรมาบอกว่า บ้านอาอี้เตียงเขาจะแต่งลูกชาย อาอี้ให้บอกลื้อเอาลูกเมียไปด้วย วันที่2เดือนหน้า"
"อ้อ..ครับ แล้วเขาจัดที่บ้านหรือที่ไหน"
"เห็นว่าแต่งที่บ้าน แค่นี้แหละ "พูดจบก็วางสายไม่มีการถามสารทุกข์สุกดิบใดๆ ซึ่งนายอำนวยก็ชินสะแล้ว
"ม้าโทรมาว่าไงบ้างพี่"จุรีเดินมาถาม
"ต้นเดือนหน้ามีงานนะแต่งบ้านอี้เตียงนะ อีฝากบอกว่าให้พาลูกเมียไปด้วย"
"เดี๋ยวชั้นไปดูเสื้อผ้าก่อนนะได้เอามาซักรีดให้เรียบร้อย"จุรีเดินขึ้นไปชั้นสองเพื่อดูเสื้อผ้าว่าจะใส่ตัวไหน
แต่พอแก้มใสรู้ก็บอกแม่ว่าจะไปซื้อชุดใหม่ เพราะที่มีมันไม่เข้ากับเธอในตอนนี้ เธอจึงขอเงินแม่เพื่อไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ซึ่งจุรีก็เต็มใจให้ลูก
"แก้มใสดูชุดใหม่ให้น้องด้วยนะลูก "ลูกสาวคนเล็กยืดตัวจนเสื้อผ้าเก่าใส่เขินหมดแล้ว
"นั่งรถเมย์ไปกันแต่เช้า ได้ไม่ร้อน"
"แก้มใสจะแวะห้างเอเซียด้วย ว่าจะพาฟ้าใสกินไอศกรีมจ้ะ"
"เหรอลูก แล้วเงินพอมั้ย เอาไปอีกร้อยเผื่อไว้"
"ขอบคุณค่ะแม่"เจ้าตากลมทำท่าเหมือนอยากจะไปด้วย
"แกไปไม่ได้ มันนั่งรถไกล อยู่บ้านเป็นเด็กดีเดี๋ยวซื้อเนื้อไก่มาฝาก"
'หนูอยากกินไก่ย่างที่พ่อซื้อมาวันก่อนครับ'เจ้าตากลมกระโดดไปหานายอำนวยที่หน้าบ้าน
"มันงอนเหรอ"
"ป่าวจ้ะแม่ มันจะไปอ้อนให้พ่อซื้อไก่ย่างร้านเจ๊พิมนะ"นายอำนวยซื้อไก่ย่างแดงมากินกับส้มตำที่แก้มใสตำให้กินคู่กัน เจ้าตากลมเห็นแล้วก็นึกอยากกินเลยไปนั่งกดดันข้างนายอำนวย จนที่สุดมันก็ได้กินสมใจแถมนายอำนวยยังแกะแล้วค่อยๆป้อนมันกิน
"ติดใจละสิถ้า อิอิ"จุรีขำกับท่าที่ของเจ้านกเค้าแมวตัวกลม ก่อนจะเดินไปหาสามีที่กำลังงงว่าเจ้านกตัวกลมมาจิกตนทำไม
"พี่..เจ้าตากลมมันอยากกินไก่ย่างที่พี่ซื้อมาวันก่อนนะ มันคงมาอ้อนให้พี่ซื้อให้กินละสิ"
"เหรอ..นี้มันเย็นแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อไปซื้อให้มันเอง"บ้านอื่นเขาเลี้ยงหมาแมวกัน แต่บ้านเขาดันเลี้ยงนกเค้าแมว
รุ่งขึ้นแก้มใสก็พาฟ้าใสนั่งซ้อนจักรยานปั่นไปปากทางเพื่อรอขึ้นรถสองแถว
สองพี่น้องยืนรออยู่ประมาณครึ่งช.ม ก็มีสองแถวมา ใช้เวลาอีกกว่าครึ่งช.ม กว่าจะกว่าจะถึงในตัวจังหวัด
"พี่แก้มใส หนูอยากกินเย็นตาโฟ"
"ได้ เดี๋ยวพี่พาไปกินจ้าวอร่อย"แก้มใสพาน้องสาวเดินเข้าไปในตลาด ข้างตลาดมีร้านก๋วยเตี๋ยวจ้าวอร่อยอยู่ เธอเคยมากินกับแม่ตอนท่านพามาตลาด
เมื่อกินเย็นตาโฟกันไปคนละชาม แก้มใสก็พาน้องเดินซื้อชุดใหม่ และเสื้อกางเกงใส่อยู่บ้านอีกสามชุด
แก้มใสซื้อชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนให้น้องสาวไว้ใส่ไปงานแต่ง
ส่วนตัวเธอแวะร้านหยก ร้านเสื้อผ้าชื่อดังประจำจังหวัด เธอได้เสื้อเชิ๊ตผ้าชีฟองสีเขียวอ่อนมาหนึ่งตัวสีชมพูอีกหนึ่งตัวพร้อมด้วยกระโปรงยีนอีก2ตัว และได้เสื้อยืดอีก3ตัว
เธอไม่ลืมซื้อกับข้าวกับไปด้วย เย็นนี้เธอจะทำเต้าหู้ทรงเครื่อง และพรุ่งนี้เช้าจะตำน้ำพริกตาแดง บ้านเธอจะมีน้ำพริกทุกวันแตกต่างกันไป เพราะบิดาว่าบอกมันทำให้กินข้าวอร่อยขึ้น เธอจึงมักซื้อหนังสือทำอาหารเสมอ อนาคตถึงเธอจะทำอาหารเป็นแต่ก็ไม่ทุกอย่าง อย่างมาวันนี้เธอก็แวะร้านหนังสือแล้วได้หนังสือทำอาหารติดมือกลับบ้านไปอีก4เล่ม
เดินมาถึงท่ารถเมย์ก็แวะห้างเอเชียเพื่อพาน้องสาวมากินไอศกรีมก่อนกลับบ้าน เธอจึงได้แป้งกับลิปสติกพร้อมครีมบำรุงไปฝากแม่เพื่อให้แม่ดูดีขึ้น
ขากลับพอคนขึ้นเต็มคันรถก็ออกเดินทาง เมื่อเจอลมตีหน้า ในที่สุดฟ้าใสก็หลับ จนใกล้ถึงป้ายก็ปลุกน้องสาวให้ตื่นและพากันลงรถเพื่อจ่ายตัง
กลับมาถึงบ้านก็บ่ายโมง สองพี่น้องนำเสื้อผ้ามาอวดมารดา
"ชุดของฟ้าใสสวยน่ารักมาเลย ไหนไปใส่มาให้แม่ดูสิลูก"เด็กสาวจึงใส่ให้มารดาดู เพราะฟ้าใสใส่เสื้อยืดกับกระโปรง จุรีจึงสวมใส่ให้ลูกสาวคนเล็กเพื่อดูว่าใช้ได้มั้ย
"ฟ้าใสถอดกระโปรงตัวเก่าออกด้วยได้ดูว่าสวยมั้ย"จุรีรูดซิปตรงหลังให้แล้วจับลูกสาวหมุนๆ
"นางฟ้าที่ไหนมาอยู่ที่อู่พ่อกันนะ"นายอำนวยเดินเข้ามากินน้ำ พอเห็นลูกสาวคนเล็กลองชุดใหม่เลยอดไม่ได้ต้องเอ่ยชม
"แก้มใสเข้าใจเลือกชุดให้น้องนะพี่"จุรีก็รู้สึกชอบชุดของลูกสาวคนเล็ก
พอดูชุดของลูกสาวคนโตก็พยักหน้า กระโปรงยีนยาวเสมอเข่าไม่โป๊ ไหนจะเสื้อเชิ๊ตสีหวานน่ารักนั้นอีก
"แก้มใสซิ้อลิปกับแป้งแม่มาฝากแม่ด้วยจ้ะ สีนี้เหมาะกับแม่มาก"
สามแม่ลูกนั่งดูของที่ซื้อจนได้เวลาทำมื้อเย็นถึงนำเสื้อผ้าไปเก็บแล้วออกมาทำมื้อเย็น
