บทย่อ
“เมื่อคืนเราสองคนแบบว่า...” คาริสาทำท่าทางเขินอาย ขณะที่แดเนียลเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี “นายครางเรียกฉันว่าเมียจ๋า...” “ไม่มีทาง! ฉันไม่มีทางทำอะไรแบบนั้น” ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงพูดของคาริสา แดเนียลก็รีบปฏิเสธแทรกขึ้นมาทันควัน “เมียจ๋า..เมียจ๋า...” คาริสายังคงสนุกกับการที่ได้กลั่นแกล้งแดเนียล ใครจะไปคิดว่าแค่อุบายป้องกันตัวเอง จะทำให้เธอทั้งสนุกและสะใจได้ขนาดนี้ “นี่นะเหรอผู้หญิงที่คุณย่าบอกว่าดีนักดีหนา ที่แท้เธอมันก็นางร้ายสวมหน้ากากเป็นคนดีนี่เอง” “ผัวก็ดูถูกเมียเกินไป เมียไม่ได้ร้ายถึงขนาดนั้นซะหน่อย แต่ว่าเมียน่ะ ร้ายยิ่งกว่านั้นหลายเท่า” คาริสาพูดพลางทำท่าจะย่องเข้าไปหา แต่แดเนียลรีบก้าวขาถอยห่าง ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวกว่าที่เขาคิด “ผัวขามาใส่เสื้อให้เมียหน่อย” “อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะยัยโรคจิต”
บทที่ 1 มอบหมายงาน
ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
“ขอบคุณคุณหญิงมาก ๆ นะคะ ที่ช่วยเคสเรื่องค่าเทอม” คาริสาเดินเลี้ยวซ้ายเข้าไปในห้องน้ำหญิงชั้นสามของตึกคณะนิติศาสตร์ มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์แนบหูคุยสายอยู่กับใครบางคน
(ถือซะว่าเป็นเงินค่าตอบแทนที่เธอช่วยงานฉัน เด็กขยัน ๆ อย่างเธอ ฉันสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว)
“เคสจะรีบหาเงินมาคืนคุณหญิงนะคะ”
(ไม่เป็นไร ฉันบอกแล้วไงว่าเป็นเงินค่าตอบแทนที่เธอช่วยงานฉัน เธอแค่ทำงานตามที่ฉันสั่ง แล้วฉันจะดูแลเรื่องค่าเทอมของเธอเอง)
“เคสขอบคุณคุณหญิงอีกครั้งนะคะ ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ”
หลังจากที่วางสายไป คาริสามองสำรวจใบหน้าตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ของห้องน้ำมหาลัย ก่อนจะได้ยินเสียงไม่ชอบมาพากล
“อื๊อส์ อ๊าส์”
คิ้วเรียวขมวดเป็นปมหนาขณะที่สองเท้าก้าวเดินไปตามต้นทางของเสียง
“อื๊อส์ อ๊าส์” ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนัวเนียกันอยู่ในห้องน้ำด้านในสุด เนื่องจากว่าประตูปิดไม่สนิทจึงเป็นเหตุทำให้เสียงน่าเกลียดดังเล็ดลอดออกมา
“อร๊ายยยยย!” คาริสาส่งเสียงกรีดร้องดังลั่นเมื่อเห็นภาพอุจาดตาตรงหน้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ
“ว้าย! นะ...นี่หล่อนเข้ามาได้ยังไง” หญิงสาวส่งเสียงร้องด้วยความตกใจไม่คิดว่าจะมีใครมาเห็น ทำเอาหน้าของผู้ชายที่กำลังเมามันอยู่เมื่อครู่ถึงกับเปลี่ยนสีด้วยความหมดอารมณ์ทันที
“ถามได้ นี่มันห้องน้ำมหาลัยนะ”
“แกเป็นใคร?”
“ก็เป็นคนที่เห็นพวกเธอกำลังจะ อี๋! ที่นี่มหาลัยนะไม่ใช่โรงแรมม่านรูด”
“แอน! พี่ไปก่อนนะ ไม่มีอารมณ์แล้วว่ะ” แดเนียลพูดพร้อมติดกระดุมเสื้อนักศึกษา ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่ได้สนใจคาริสาที่กำลังยืนชี้หน้าด่าทอพวกเขาทั้งสองคนอยู่
“พี่แดนอย่าพึ่งไปค่ะรอแอนก่อน พี่แดน!” ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าคาริสาร้องเรียกเขาทั้งที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยจนไม่น่ามอง เธอจัดการติดกระดุมเสื้อตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาหวังจะชี้นิ้วด่าคาริสาให้สมใจ ทว่าคาริสากลับไม่อยู่ให้แอนต่อว่าเสียแล้ว
“อร๊ายยยยย!”
แอนส่งเสียงกรีดร้องออกมาดังลั่นห้องน้ำ ทั้งที่กำลังจะได้มีอะไรกับหนุ่มที่ฮอตที่สุดในมหาลัยอยู่แล้วเชียว แต่ดันมีมารมาขัดจังหวะ
“บ้าที่สุดเลย เรียนที่นี่มาสามปียังไม่เคยเห็นใครกล้าทำเรื่องแบบนี้ อี๋! แค่คิดก็ขนลุก แล้วยังมีหน้ามาถามอีกว่าฉันเป็นใคร” คาริสากึ่งบ่นกึ่งโวยวายขณะที่เดินเข้าไปภายในลิฟต์ มือเรียวกดปุ่มลงชั้นล่างสุดของตึก “ถึงจะเคยเห็นจนชินตา แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพอุบาทว์ ๆ ในที่แบบนี้ป่ะวะ นี่มหาลัยนะเว้ย!”
ครืด! ครืด!
คาริสาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทั้งหงุดหงิดทั้งอารมณ์ไม่ดี เธอรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนภายในกระเป๋าสะพาย จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดรับสายทันทีเมื่อเห็นรายชื่อของคนที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
“ค่ะคุณหญิง”
(มาหาฉันที่บริษัทฯ หน่อย ฉันมีงานให้เธอทำ)
ระหว่างที่คาริสาคุยสายอยู่ประตูลิฟต์ก็เปิดออกพอดิบพอดี สองเท้าที่เดินก้าวออกมาหยุดชะงักเมื่อเห็นผู้ชายที่นัวเนียกับผู้หญิงในห้องน้ำก่อนหน้านี้ควงผู้หญิงอีกคนเดินผ่านหน้าเธอไป คาริสาได้แต่ส่ายศีรษะไปมาก่อนจะดึงสติกลับมาคุยกับคนในสายต่อ
“ค่ะ เคสจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
ณ บริษัทซินเนอร์แกรนเนสกรุ๊ป
อำไพวัลย์ วงศ์วริศ หรือ ย่าน้อย ประธานบริษัทฯ คนที่เรียกคาริสาเข้ามาพบยื่นซองเอกสารบางอย่างให้กับเธอ
คาริสารีบแกะซองเอกสารออกเพื่อดูสิ่งที่อยู่ภายในนั้น ซึ่งมันก็เต็มไปด้วยรูปภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาซะเหลือเกิน
คาริสาอดทนดูอย่างจำใจ เกือบทุกภาพล้วนเป็นชายหญิงที่กำลังนัวเนียกันอยู่
“มีอะไรกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเลยเหรอ” เธองึมงำในลำคอ
“ผู้ชายในภาพเป็นหลานชายของฉันเอง” คุณหญิงพูดเปิดประเด็น คาริสาเงยหน้าขึ้นมาสบตาผู้หญิงอายุหกสิบปีต้น ๆ ดวงตาสวยเบิกโตพร้อมกับกลืนน้ำลายตัวเองไปหลายอึก
คุณหญิงคงไม่ได้ให้เธอไปเป็นไม้กันพวกผู้หญิงที่อยู่ในรูปของหลานชายท่านใช่ไหม
คาริสาคิดอยู่ในใจ ก่อนจะก้มหน้ามองดูรูปภาพต่อเงียบ ๆ
“เจ้าหลานคนนี้ยิ่งโตก็ยิ่งออกนอกลู่นอกทาง ฉันอยากให้เธอช่วยติดตามเขาแล้วรายงานฉันเป็นระยะ ๆ อัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบันที่สุด”
นั่นไงว่าแล้วไม่มีผิด แต่งานนี้มีหลักฐานเป็นรูปถ่าย นั่นหมายความว่าเขามีคนคอยติดตามอยู่แล้ว อย่างนี้จะให้เธอติดตามเขาอีกทำไม
คาริสาเงยหน้าขึ้นมาสบตาคู่สนทนาแล้วก้มลงมองที่ภาพอีกครั้งอย่างพินิจพิจารณา เธอพลิกภาพในมือไปมาอย่างใช้ความคิด
“เธอกำลังสงสัยอะไร”
“ดูเหมือนสองภาพนี้จะมีอะไรผิดปกตินะคะ แปลกจัง ทั้งสองภาพต่างสถานที่ต่างวันเวลาแต่กลับมีผู้ชายแปลกหน้าสองคนทำตัวมีพิรุธ ถึงภาพจะไม่ค่อยชัดแต่ก็น่าจะเป็นคนเดียวกันแน่นอน พวกเขาเป็นคนของคุณหญิงหรือเปล่าคะ” คาริสาพูดพร้อมยื่นรูปภาพทั้งสองให้คุณหญิงดู
“เธอยังฉลาดเหมือนเดิมนะเคส ผู้ชายสองคนในภาพไม่ใช่คนของฉัน แล้วก็ไม่ใช่คนของแอเรียล”
“แอเรียล?”
“ลูกชายฉันเอง ตอนนี้เขาอยู่ที่ฮ่องกง”
“คุณหญิงกำลังจะบอกเคสว่าหลานชายของคุณหญิง...”
“แดเนียล หรือจะเรียกเขาว่าแดนก็ได้” คาริสายังไม่ทันพูดจบ คุณหญิงก็เอ่ยชื่อหลานชายของตนขึ้นมาก่อน
“ค่ะ คุณแดเนียลกำลังตกอยู่ในอันตรายเหรอคะ”
“ฉันไม่รู้แต่ก็กันไว้ก่อน เธอคงไม่ปฏิเสธงานนี้ใช่ไหมเคส” คาริสาไม่ได้พูดอะไรนอกจากพยักหน้ารับงานแต่โดยดี
“เธอไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังจริง ๆ เอาล่ะฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอแค่นี้แหละ”
“ค่ะ คุณหญิง” คาริสาก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนที่จะเดินจากไป โดยมีประธานบริษัทฯ มองดูเธอจนสุดทางประตู
เพราะความเฉลียวฉลาดและความมีไหวพริบของคาริสาทำให้คุณหญิงเอ็นดูเธอมาตลอด

