บทที่ 8
เช้าอันแสนสดใสของอำเภอพรรณนาแสงแดดลอดผ่านผ้าม่านบาง ๆ มากระทบเปลือกตาโมลืมตาขึ้นช้า ๆ และทันทีที่สติกลับมาครบถ้วน ฉิบหายแล้วภาพเมื่อคืนไหลย้อนกลับมาเป็นฉาก ๆ งานเลี้ยง ที่ลานจอดรถ ไอ้หนุ่มเสื้อปุ๋ยสายตาคมดุ และประโยคที่ไม่ควรหลุดออกจากปากตำรวจคนไหนทั้งนั้น
“หรือคุณอยากได้ผมเป็นเมีย” โม
โมดีดตัวลุกนั่งทันทีมือยกขึ้นปิดหน้าหูร้อนวูบแก้มร้อนยิ่งกว่าไข้ขึ้น
“ผม…พูดไปได้ยังไงวะ” โม
เขาพึมพำกับตัวเองอย่างสิ้นหวังไม่ใช่แค่เมาแต่เขาเผลอเสียตัวไปเรียบร้อยแล้ว เสียตัวด้วยคำพูดด้วยความซื่อเกินเหตุต่อหน้า หาญชนะ ดวงธรรมา คนที่ขึ้นชื่อว่าดุ เงียบ และอ่านเกมขาดที่สุดในอำเภอ
โมทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงเอามือขยี้ผมแรง ๆ ภาพรอยยิ้มมุมปากของหาญเมื่อคืนยังติดอยู่ในหัว ไม่ใช่รอยยิ้มล้อไม่ใช่รอยยิ้มดูถูก แต่เป็นรอยยิ้มแบบเอ็นดู ซึ่งยิ่งคิดยิ่งอายเขาคงคิดว่าฉันเป็นสารวัตรบ้าอะไรเนี่ยโมถอนหายใจยาว หน้าแดงจนต้องลุกเตียงแต่พอลุกก็ต้องล้มลงเพราะความเจ็บที่สะโพก เนื่องจากโดนตอกทั้งคืนจะไม่เจ็บได้ยังไง แต่ก็จะโทษหาญคนเดียวไม่ได้หรอกเขาเองก็เป็นฝ่ายเรียกร้องเช่นกัน แต่ไม่นึกว่าจะมาได้ผัวเด็กกว่าถึงห้าปีขนาดดีแถมยังเอวดุแรงเยอะ เอาเข้าจริงก็ถูกใจมากถ้าไม่ถูกใจไม่ร้องขอให้ตอกแรง ๆ หรอก
ชีวิตนี้ก่อนตายก็ได้ผัวกับเขาสักที ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าไม่ค่อยถูกชะตากับหาญเท่าไหร่ แต่ผมอีกฝ่ายสารภาพรักเมียมีทำให้เขารู้สึกดีมาก จนตัวนี้ก็ยิ่งชอบผัวเด็กคนนี้มากขึ้น
หาญที่เก็บจากในหมู่บ้านเพื่อไปซื้อยาและข้าวเช้ามาให้เมีย เปิดประตูเถียงเข้ามาเจอเมียนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ที่พื้น หาญว่างข้าวของในมือรีบไปประคองสารวัตรคนเก่งทันที
"เจ็บไหมครับ ทำไมลงไปนั่งแบบนั้นล่ะ" หาญ
"เจ็บสิถามได้ แล้วไปไหนมา" โม
"ก็ไม่ซื้อข้าวกับยามาให้ครับ ส่วนงานวันนี้ลาให้แล้วนะ อาโขงไปเคลียร์ให้แล้ว" หาญ
"อืม...อยากเข้าห้องน้ำอุ้มไปหน่อยสิ" โม
"ได้สิครับ...เมียจ๋า" หาญ
หาญก็รีบอุ้มเมียรักไปห้องน้ำพาทำธุระส่วนตัวทันที หาญดีใจมากที่กลับมาเถียงนาแล้วที่เมียเขายังอยู่ไม่หนีไปไหน แต่ถึงจะหนียังไงเขาก็จะตามหาให้เจออยู่ดี
ยามเช้ารอบ ๆ เถียงนาเงียบสงบจนได้ยินเสียงธรรมชาติคุยกันเอง หมอกบางลอยอ้อยอิ่งเหนือทุ่งนา ยังไม่ทันจางหายดีจากความเย็นของคืนที่ผ่านมา แสงแดดอ่อน ๆ สีทองค่อย ๆ ทอดลงมา สะท้อนหยดน้ำค้างบนปลายใบยอดหญ้าเป็นประกายระยิบเหมือนทุ่งทั้งผืนกำลังหายใจช้า ๆ รับวันใหม่
เถียงนาไม้หลังเล็กตั้งอยู่กลางทุ่งเสาไม้มีรอยแตกจากแดดและฝน หลังคามุงสังกะสีอย่างดีมีประตูพร้อม แต่ยังให้ร่มเงาได้ดีใต้ถุนโล่ง มีแคร่ไม้ไผ่วางพาด กลิ่นฟางแห้งผสมกลิ่นดินชื้นลอยอวลอยู่ในอากาศ
เสียงไก่ขันจากบ้านไกล ๆ สลับกับเสียงนกกระจิบ นกเอี้ยง บินว่อนผ่านยอดข้าวเสียงลมพัดให้ต้นข้าวเอนตัวไปพร้อมกันเกิดเป็นคลื่นเบา ๆ ซัดผ่านทุ่งอย่างสม่ำเสมอ
ควันบาง ๆ จากเตาถ่านใกล้เถียงนาลอยขึ้นช้า ๆ กลิ่นข้าวสวยใหม่ ๆ ผสมกลิ่นกาแฟดำ ให้ความรู้สึกบ้าน ๆ แต่ชวนอุ่นใจอย่างประหลาด เช้าแบบนี้ไม่มีเสียงเครื่องยนต์มีแค่ธรรมชาติกับความสงบที่ไม่ต้องพยายามรักษา
