บท
ตั้งค่า

บทที่ 14

ตลอดสิบเดือนที่ผ่านมารสรินทร์เดินทางค่อนข้างบ่อย ในช่วงแรกปราชญ์มักพาเธอไปดูงานที่ภูเก็ตและเชียงใหม่ สลับกับกลับสิงคโปร์ตามลำพังราวเดือนละครั้ง แต่โดยมากจะอยู่ติดต่อทำธุรกิจในกรุงเทพฯ

จากการที่ได้ใช้เวลาร่วมกันทำให้เธอทราบได้ว่าปราชญ์เป็นคนที่จริงจังกับงานมาก เขาไม่เคยเสียเปรียบเลยสักครั้ง ยกเว้นเพียงกรณีเดียวที่ยอมอ่อนข้อให้ก็คือเรื่องหนี้สินของครอบครัวเธอ

ปราชญ์น่ารักและใจดีมาก เขาทำตามสัญญาที่ว่าจะทำให้เธอมีความสุข ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทองหรือความสะดวกสบาย แต่เป็นเรื่องความสุขทางใจที่เด็กมีปัญหาครอบครัวอย่างรสรินทร์โหยหามาโดยตลอด

เธอไม่ค่อยอยู่บ้าน อ้างว่าต้องเธอเดินทางกับเจ้านาย จึงไม่ต้องทนเห็นบิดาและมารดาทะเลาะกัน ทั้งเรื่องที่คุณพ่อเคยเลือกที่จะทิ้งแม่และเธอไปอยู่กับผู้หญิงอื่น ทั้งเรื่องหนี้สินที่ต้องหาทางแก้ไข และพอปราชญ์เห็นเธอไม่สบายใจ ไม่ว่าเรื่องอะไรเขาก็จะพยายามแก้ไขให้อย่างเร่งด่วน เรื่องผัดผ่อนการชำระหนี้ต่อไปเรื่อยๆ อีกนั่นก็เช่นกัน

รสรินทร์จำได้ดีว่าเขาต้องมีปัญหากับบิดา ไม่ใช่ว่าจำนวนเงินนั้นมากมายอะไร แต่เป็นการสร้างตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับลูกหนี้คนอื่นๆ เธอได้ยินเขาบอกกับบิดาว่าคุณมัทนาค่อนข้างหน้าบาง ไม่มีทางบอกว่าติดหนี้ใครแน่ๆ เรื่องบอกใครว่าตระกูลทิวานันท์ใจอ่อนยอมผ่อนผันให้ลูกหนี้จึงไม่มีทางหลุดไปถึงคนอื่น เขาหว่านล้อมอีกมากมาย เรียกได้ว่ายอมทำทุกอย่างเพื่อเธอจริงๆ

ทว่าพักหลังมานี้ปราชญ์ไม่ค่อยว่าง เขากลับบ้านที่ต่างประเทศเกือบทุกสัปดาห์ พอเธอถามก็บอกว่าเป็นเรื่องงาน ไม่มีอะไรที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น หากยังคิดถามต่อ เขาก็จะออดอ้อนด้วยคำหวานจนเธอลืมคำถามไปเอง

หลายเดือนก่อนมารดาเรียกรสรินทร์เข้าไปถาม บอกว่ามีคนเห็นว่าไปไหนมาไหนกับผู้ชาย และคนที่เห็นก็ยืนยันว่าเป็นคุณปราชญ์ นักธุรกิจหนุ่มจากสิงคโปร์ หลังจากแก้ตัวอยู่นาน มัทนาจึงยอมเชื่อว่าคนคนนั้นคืออธิคุณ นักธุรกิจที่เธออยากได้มาเป็นลูกเขย และที่บอกว่าเห็นปราชญ์ด้วยก็น่าจะเป็นเพราะเขานัดกันต่อหลังจากรับประทานอาหารเย็นกับเธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว

รสรินทร์กลัวมารดาไม่เชื่อ จึงขออธิคุณให้ช่วยปิดบังความจริงด้วยอีกแรง ซึ่งเขาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก นอกจากเตือนเธอว่าวันหนึ่งปราชญ์ก็ต้องกลับไปอยู่กับครอบครัวที่สิงคโปร์ และเธอควรจะดูแลหัวใจของตัวเองให้ดี

เขาสละเวลาแวะมาหาเธอทุกสัปดาห์ที่ปราชญ์ไม่อยู่ แต่พอมาถึงแล้วเขามักจะนั่งเงียบๆ อยู่ในสวน หลายครั้งเธอเห็นเขาพูดคุยกับน้องสาวต่างมารดาที่เรียนอยู่ปีสามแล้ว เดาได้ว่าเป็นเพราะความสงสาร ไม่ใช่เพราะมีความรู้สึกพิเศษแต่อย่างใด

“คิดอะไรอยู่เหรอลูก” ศักดาเห็นลูกสาวคนโตนั่งเหม่อได้สักพักแล้ว แม้ไม่อยากทักก็จำต้องทัก เพราะภาพที่เห็นตำตาเมื่อหลายวันก่อนรบกวนใจเขาอย่างมาก

“เปล่าค่ะคุณพ่อ รินทร์แค่เหนื่อยนิดหน่อยค่ะ ช่วงนี้งานค่อนข้างหนัก คุณแอนต้องเร่งโปรเจกต์น่ะค่ะ” แม้ปราชญ์จะใจดีกับเธอ แต่เวลาทำงานเขาค่อนข้างละเอียด แทบเรียกได้ว่าเรื่องมาก ต้องรอจนเลิกงาน เธอจึงจะได้ชายหนุ่มใจดีและน่ารักกลับคืนมาดังเดิม

“รินทร์ พ่อพอจะเข้าใจนะว่ารินทร์กลัวแม่ แต่พ่อไม่ชอบเลยที่รินทร์โกหกเรื่องของคุณปราชญ์”

“คุณพ่อ…” รสรินทร์หน้าซีด กลัวเหลือเกินว่าจะถูกดุ กลัวเหลือเกินว่าบิดาจะไม่อนุญาตให้เจอเขาอีก

“พ่อเข้าใจว่าแม่เป็นคนคุยด้วยยาก พูดตรงๆ ก็คือไม่ชอบคุณปราชญ์นั่นแหละ แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะนะ รินทร์ ที่คุณปราชญ์เลื่อนชำระหนี้และละเว้นดอกเบี้ยให้ เป็นเพราะรินทร์ใช่ไหมลูก” ศักดากลัวเหลือเกินว่าลูกสาวคนโตของเขาจะทำเรื่องที่ไม่ควรทำ แต่จากที่เห็นสายตาของปราชญ์ที่มองมา เขาจึงคลายความกังวลลงไปได้บ้าง

“คุณพ่อ…”

“รินทร์คบกับคุณปราชญ์เหรอลูก”

“ค่ะ รินทร์คบกับเขา” รสรินทร์มองบิดาที่ทรุดตัวลงบนโซฟา และถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ถ้ารินทร์คบกับคุณปราชญ์จริงๆ พ่อก็สบายใจ ตอนแรกนึกว่าเขาดูถูกรินทร์ ให้รินทร์ต้องทำเรื่องที่ไม่อยากทำเพื่อชดใช้หนี้”

“ไม่เลยนะคะคุณพ่อ พี่ปราชญ์ เอ่อ คุณปราชญ์ดูแลรินทร์อย่างดีค่ะ สอนงานรินทร์ทุกอย่าง เราสองคนไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพ่อคิดนะคะ”

“อืม พ่อเห็นสายตาของคุณปราชญ์แล้วล่ะ แต่ยังไงเขาก็เป็นเจ้าหนี้เรา คบหากันไปคนคงมองไม่ดี แต่รินทร์ไม่ต้องห่วงนะ อาทิตย์หน้าทนายก็จะโอนเงินมรดกเข้าบัญชียัยบัวแล้ว พ่อตั้งใจว่าจะยืมเงินของน้องไปใช้หนี้ของคุณปราชญ์ก่อน สักครึ่งหนึ่งก็ยังดี หากหมดหนี้เมื่อไหร่ รินทร์ก็คงพาเขามาที่บ้านเราได้ ส่วนเรื่องแม่ พ่อจะช่วยพูดเอง”

“ขอบคุณ คุณพ่อมากนะคะ” รสรินทร์โผเข้ากอดบิดา เธอดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ เมื่อได้ยินว่าคุณพ่อจะช่วยจัดการปัญหาทุกอย่าง ทั้งคู่คุยกันต่ออีกสองสามคำ เธอก็ขอตัวไปออกจากบ้านเพราะคืนนี้เขาจะกลับมาไฟลต์ค่ำและเธอต้องไปสแตนด์บายรอที่คอนโดมิเนียม

“ดูแลตัวเองดีๆ นะรินทร์”

“ค่ะ” รสรินทร์ยิ้มกว้างก่อนออกจากบ้าน เธอไม่ได้เจอหน้าเขาหลายวันจึงคิดถึงมากเป็นพิเศษ อยากกอดแน่นๆ จะแย่อยู่แล้ว

หลังจากถึงคอนโดฯเธอก็เตรียมอาหาร จัดดอกไม้และจุดเทียนหอม เพื่อสร้างบรรยากาศโรแมนติกอย่างที่เขาชอบ วาดฝันว่าจะได้อยู่กับเขาสองคนตลอดคืน นึกไม่ถึงว่าพออีกฝ่ายเดินทางมาถึง กลับแจ้งว่าต้องออกไปสังสรรค์ข้างนอกกับลูกค้า

“รินทร์ไปกับพี่นะครับ พี่ไม่อยากอยู่ห่างจากรินทร์เลย แต่ลูกค้าอยู่ไทยแค่คืนเดียว ถ้าไม่ไปเจอหน้ากันหน่อยคงเสียโอกาสแย่” ปราชญ์กอดเธอหลวมๆ และคงจะทำมากกว่านั้นถ้าไม่มีนัดสำคัญรออยู่

“พี่ปราชญ์ไปคนเดียวไม่ได้เหรอคะ”

“ถ้ารินทร์ไม่อยากไป พี่แคนเซิลนัดก็ได้นะครับ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel