บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 หมายหัว

รถยนต์ที่แล่นเข้ามาในบ้านทำให้ผู้ที่ยังอยู่ในสวนหันไปมอง จะว่าเป็นสองแม่ลูกก็น่าแปลกใจเพราะเพิ่งออกไปกันยังไม่ถึงชั่วโมงเลย

แต่นั่น รถสปอร์ตราคาแปดหลักสีดำดูคุ้นตาว่าเป็นรถของลูกชายเธอ หญิงวัยหกสิบปีจึงเดินออกไปดู

กันต์ธรลงจากรถมาพร้อมกระเป๋าสะพายใส่ของ แบบนี้ทุกครั้งไม่ว่าออกจากบ้านหรือกลับเข้าบ้าน คุณสายใจจึงเรียกแม่บ้านให้รีบออกมาเอาของไปเก็บให้ลูกชาย

"ทำไมวันนี้กลับมาเร็วจังเลยล่ะ" อีกสิบนาทีสี่โมงเย็น ทั้งที่ลูกชายเธอไม่ค่อยกลับเร็วสักครั้ง

"คนไข้หมดเร็วน่ะครับ" นานๆ มาทีตั้งแต่ช่วงบ่ายสองโมง เขาคิดว่านานๆ จะมีคนไข้น้อยจึงคุยกันกับเพื่อนว่ากลับไปพักผ่อนกันดีกว่า เป็นหมอที่รักษาคนไข้ก็ต้องเซฟสุขภาพตัวเองเช่นเดียวกัน

"แล้วน้องแก้มล่ะครับแม่" ปกติแล้วเวลาเขาเลิกงานก็จะมีเด็กหญิงตัวอวบอ้วนแต่วิ่งเร็วมากรีบมารับพ่อ ทั้งกอดทั้งหอมให้ชื่นใจ

"ออกไปข้างนอกกับแม่เขา แม่อนุญาตเอง" รีบบอกลูกชายเพราะกลัวลูกชายจะไปลงกับแม่ของลูก เธอคิดว่าเรื่องเล็กน้อยอย่าเอามาทะเลาะกันเลย

ปกติเกศรากับลูกสาวก็ไม่ได้ออกไปไหนอยู่แล้ว เธอเห็นว่าครั้งนี้หลานสาวอยากไปจริงๆ

ก็สงสารเกศราด้วยนั่นล่ะอยู่แต่บ้าน ลูกสะใภ้เธอยังเด็กอยู่เลย จะให้อยู่แต่บ้านเหมือนคนแก่อย่างเธอได้ยังไง

"ไปที่ไหนครับ" ไม่เห็นบอกอะไรเขาสักอย่าง มือถือก็มีไม่โทร ทำไมถึงได้ทำตัวแบบนี้นะ!

"ไปห้าง ก็ลูกสาวกันต์น่ะสิตื๊อแม่ของเขาให้พาออกไปเปิดหูเปิดตา บอกว่าเบื่อบ้านแล้วว่างั้น"

"แล้วไปกันผู้หญิงสองคนแบบนั้นน่ะเหรอครับ ไม่คิดเลยว่ามันจะอันตราย" คนถามติดน้ำเสียงหงุดหงิดขึ้นมา ถ้าเกิดอะไรขึ้นใครจะไปช่วยไว้ได้ทัน

"เปล่าหรอกกันต์ แม่ให้ลุงศักดิ์พาไปน่ะกันต์อย่าห่วงเลยนะ เดี๋ยวก็กลับมากันแล้ว ลูกสาวเราเหนื่อยเดี๋ยวแม่เขาก็พากลับมาเองนั่นแหละ"

"งั้นผมไปพักแล้วครับ" ไม่อยากสาวความต่อให้อารมณ์หงุดหงิดมากไปกว่านี้จึงเดินเข้าไปในบ้านแล้วขึ้นไปยังห้องด้านบน แม่เขาก็แบบนี้ตลอด เข้าข้างเกศราทุกที ให้ท้ายกันแบบนี้ไงถึงได้ทำอะไรตามใจตัวเองโดยไม่คิดถึงความปลอดภัยของลูก

เขารีบเข้าไปอาบน้ำเพราะร้อน เรียกความสดชื่นให้ร่างกาย เดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพผ้าขนหนูพันท่อนล่าง ส่วนท่อนบนมีหยดน้ำใสเกาะตามตัว อวดมัดกล้ามฉบับคนที่ชอบดูแลตัวเอง เขาจะออกกำลังกายอาทิตย์ละสองถึงสามวันแล้วแต่โอกาส

ผิวขาวตั้งแต่เกิด รวมทั้งอยู่แต่ในห้องแอร์ทั้งวันแทบไม่โดนแดด เลยทำให้ผิวเขาขาวมากกว่าคนปกติที่ทำงานด้านนอก

เดินไปหยิบไวน์เย็นๆ ที่แช่ไว้ในตู้เย็นขนาดเล็กออกมาดื่มเพื่อเรียกความสดชื่น พร้อมทั้งเรียกน้ำย่อยก่อนจะถึงอาหารมื้อเย็น

หยิบโทรศัพท์มือถือมาต่อสายหาแม่ของลูกว่าจะกลับตอนไหนกัน ไม่ใช่ว่าเขาพิศวาสอยากคุยกับเกศรานักหรอก แต่เขาอยากทราบความเป็นอยู่ของลูกมากกว่า

ทว่าเสียงสั่นเตือนมันกลับดังอยู่แถวๆ นี้ทำให้เขาเดินหา กระทั่งเดินเข้ามาถึงภายในห้องนอนของลูกสาวกับเกศรา สายตาคมเหลือบมองไปเห็นสมาร์ตโฟนที่มีไฟตรงหน้าจอแสดงขึ้นวางบนที่นอนจึงรีบตัดกดทันที

นี่อีกอย่างที่เขาหงุดหงิด ไปไหนไม่รู้จักพกโทรศัพท์ ไม่รู้หรือไงว่าคนมันเป็นห่วงมาก คอยดูว่ากลับมาเขาจะสั่งสอนที่ไม่เอาไปด้วยอีกหนึ่งกระทง!

ด้านซุ้มของเล่นเด็กเปิดเพลงเสียงดัง เกศราได้ชานมไข่มุกแก้วหนึ่งนั่งรอลูกสาวกำลังเล่นบ้านบอล มองดูเด็กหญิงตัวอวบมีพลังเยอะมากวิ่งเล่นกับเพื่อน

ทั้งคู่บังเอิญมาเจอกันก็เลยสนุกยาว แต่แม่ของเพื่อนลูกสาวไปเดินเลือกซื้อของ ส่วนเธอไม่รู้จะไปไหนจึงอาสานั่งเฝ้า

"คุณเกศ!"

ร่างบอบบางหันขวับ ก่อนจะฉีกยิ้มออกมาเมื่อเจอคุณครูประจำชั้นของลูกสาว เป็นชาวลูกครึ่งไทยอังกฤษที่พูดได้สองภาษาทั้งไทยอังกฤษ

ลูกของเธอเรียนโรงเรียนเอกชนตามที่พ่อของแกประสงค์อยากให้เรียน คุณครูเกือบครึ่งของโรงเรียนเป็นชาวต่างชาติกัน

"สวัสดีค่ะอาจารย์ปีเตอร์" เกศรายกมือไหว้ตามธรรมเนียมประเพณี อีกฝ่ายก็รับไหว้เธอ ปีเตอร์อายุมากกว่าหญิงสาวแปดปี

"คุณเกศมาทำอะไรที่นี่ครับ" ปีเตอร์ถามยิ้มๆ ก่อนสายตาจะกวาดมองหาเข้าไปด้านในยังสนามเด็กเล่น

"เกศพาน้องแก้มมาเล่นบ้านบอลค่ะ" ว่าแล้วชี้มือให้ดู นอกจากน้องแก้มมีน้องเค้กด้วยอีกคน ซึ่งคุณครูประจำชั้นท่านนี้ก็จำนักเรียนของตัวเองได้

ปีเตอร์โบกมือทักทายเด็กนักเรียนทั้งสองคน คนด้านในก็กระโดดโลดเต้นอย่างดีใจที่ได้เจอคุณครูตัวเองที่นี่ ก่อนจะวิ่งไปเล่นกันต่อ

"ผมขอนั่งด้วยได้ไหมครับ" ปีเตอร์บอกอย่างสุภาพ

"อะ..อ๋อ ได้เลยค่ะ อาจารย์ปีเตอร์มาเที่ยวเหรอคะ" เกศราขยับเก้าอี้เล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายได้แทรกตัวเข้ามานั่งข้างๆ

"เปล่าหรอกครับ ผมแวะมาทานข้าว กำลังจะกลับแล้วแต่เจอคุณพอดีเลยแวะเข้ามาทักก่อน"

"อ๋อค่ะ" เกศราพยักหน้ารับยิ้มๆ เธอเคยได้ยินจากลูกว่าอาจารย์ปีเตอร์อาศัยอยู่แถวๆ นี้ ไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะมา

"คุณเกศแต่งตัวแบบนี้น่ารักดีนะครับ" เสื้อกล้ามสีชมพูกับกางเกงขาสั้นสีขาว มีกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กๆ สีดำ

ทุกครั้งที่เขาเห็นเกศราไปส่งลูกสาว หญิงสาวค่อนข้างเรียบร้อยมาก กางเกงขายาวหรือกระโปรงยาวดูไม่เข้ากับเธอเท่าไหร่ แต่วันนี้กลับดูเซ็กซี่น่ารักๆ ดูเป็นตัวเธอ ถ้าบอกว่ายังไม่มีลูกเขาเชื่อสนิทใจ

"ขอบคุณค่ะ" เกศราโค้งศีรษะรับพลางขยับกายเล็กน้อย เธอแอบคิดว่าที่นี่คือที่เที่ยวไม่น่าจะเป็นอะไร เพราะลูกสาวตัวน้อยก็รีบด้วย แต่หากต้องไปสถานที่ราชการหรือสถานที่อย่างเป็นทางการ คลุมทั้งหมดนั่นคือสิ่งที่เธอต้องปฏิบัติ เธอมักถูกย้ำมาเสมอว่าเธอมีลูกแล้วไม่ควรทำตัวให้ลูกขายหน้า

ทั้งคู่นั่งสนทนากันไปเรื่อยๆ ส่วนเด็กข้างในไม่มีทีท่าว่าจะหมดแรงสักที แต่อีกยี่สิบนาทีจะหมดเวลาเล่นรอบที่สองแล้ว แต่ละรอบกินเวลานานถึงสี่สิบนาที เกศราต้องชวนลูกกลับเพราะนี่ก็เริ่มเย็น

"น้องแก้มกลับกันค่ะ" มือเรียวกวักเรียกลูกสาวให้ออกมาได้แล้ว หกโมงเย็นคือเวลาที่พ่อของอีกฝ่ายกลับมา เธอไม่อยากให้มีปัญหา

"เล่นอีกรอบไม่ได้เหรอคะคุณแม่" เด็กน้อยใบหน้ายู่ แก้มอ้วนๆ จากสีขาวอมชมพูเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะเหนื่อย เดินมาเกาะขอบตาข่ายถามผู้เป็นแม่ เธอยังสนุกอยู่เลย และแม่ของเพื่อนเธอจ่ายเอาไว้ตั้งสามรอบ

"วันนี้เย็นแล้วค่ะ เอาไว้วันหลังแม่พามาใหม่นะคะ คุณย่ารอทานข้าวค่ะ"

เด็กน้อยหน้ามุ่ยแต่ก็ไม่ได้แย้งอะไร จำยอมเดินกลับไปบอกเพื่อนว่าจะกลับบ้านแล้ว

ท่ามกลางอาจารย์หนุ่มที่มองตามพฤติกรรมแล้วอมยิ้มตาม เกศราเลี้ยงลูกดีมาก ใช้น้ำเย็นเข้าลูบ พูดคุยอย่างมีเหตุผลจนเด็กน้อยที่อยู่ในวัยเอาแต่ใจยอมเชื่อฟัง

"ทีเชอร์ไปซื้อขนมด้วยกันไหมคะ" เมื่อเดินออกมาจากบ้านบอลแล้วสวมรองเท้าเสร็จจึงเงยหน้าถามคุณครูประจำชั้นของตัวเองที่ยืนอยู่ข้างแม่

"เอ๋?" ปีเตอร์เลิกคิ้ว

"แต่เราต้องกลับกันแล้วนะคะน้องแก้ม" เกศราส่ายหัวห้ามปรามลูกสาว ที่ยอมว่าง่ายเมื่อกี้เพราะมีแผนใช่ไหม บางทีกรธิดาหัวดีเกินไป ไม่อ้อนแม่แต่หันไปอ้อนคนอื่นแล้วทำให้แม่ต้องเกรงใจแทน

ปีเตอร์อมยิ้มนิดๆ ปล่อยให้สองแม่ลูกเขาคุยกันก่อน ถือว่าเขาเป็นคนนอก หากเกศราห้ามลูกแล้วพากลับเขาคงต้องปล่อยไป

"น้องแก้มยังไม่ได้ขนมเลยค่ะคุณแม่ขาาาา แม่เกศคนสวยพาน้องแก้มไปซื้อขนมก่อนกลับหน่อยนะคะ" เด็กน้อยยื่นเข้าไปจับมือแม่ ซบหน้าลงไปกับแขน ถูไถเหมือนแมวอ้อนเจ้าของมัน

เกศรามองลงอย่างจ้องจับผิด นี่ไง ทั้งปากหวานทั้งการกระทำ แต่เธอจะไม่ใจอ่อนเด็ดขาด

"นี่เย็นมากแล้ว คุณย่ารอทานข้าวค่ะ" เธอยังยืนยันคำเดิม อีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็หกโมงเย็นแล้ว กว่าจะเดินทางกลับรถติดอีก อะไรน่าหวาดเสียวลูกสาวน่าจะรู้ดี

"น้าๆ" เด็กตัวอ้วนยังคงออดอ้อนแม่ของเธอไม่หยุดให้เห็นใจลูกสาวตัวน้อยที่นานๆ ได้ออกมาเที่ยวที เสียงเล็กเสียงน้อยขนาดนี้ทำไมแม่ยังไม่ใจอ่อนอีกนะ

"ก็ได้ค่ะ ไม่ซื้อนานนะคะลุงศักดิ์รอ" เกศราบอกอย่างอ่อนใจ เสียเหลี่ยมลูกสาวตลอดเลย เธอคิดว่ารีบไปซื้อดีกว่าเสียเวลาอธิบายกันนานอย่างนี้

"ได้ค่า ไปกันค่ะทีเชอร์" แล้วมือเรียวก็ปล่อยจากมือแม่ตัวเองไปจับมือทีเชอร์ทันที

"ไปกับแม่สองคนค่ะ ทีเชอร์จะกลับแล้ว" เกศราส่ายหน้าห้ามปรามลูกสาว น้ำเสียงมีความดุอยู่ในนั้นด้วย

"ผมไม่ได้รีบอะไรครับ คอนโดผมอยู่ใกล้แค่นี้เอง" ปีเตอร์รีบบอก ถ้าเกศรารีบเขาจะช่วย เพราะดูท่าลูกสาวตัวน้อยของเธอจะไม่ยอมเลย ดีแค่ไหนที่ยอมออกจากบ้านบอลมา

เขาเคยเห็นเด็กคนอื่นๆ นะที่แม่พามาเที่ยว บางคนร้องห่มร้องไห้เสียงดังลั่นอย่างเอาแต่ใจก็มี

"ไม่รบกวนอาจารย์ปีเตอร์ใช่ไหมคะ"

"ไม่เลยครับ รีบไปกันครับ"

เด็กหญิงตัวน้อยที่ได้ยินอย่างนั้นยิ้มกว้าง เข้าทาง! รีบรั้งมือของอาจารย์ประจำชั้นให้เดินตามอย่างรู้งาน ท่ามกลางเกศราที่มองตามหลังแล้วส่ายหัว แสบจริงๆ ก่อนจะรีบเดินตามคนทั้งสองไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel