ตอนที่ 1 ย้อนกลับมา
ตอนที่ 1 ย้อนกลับมา
กลางดึกอันเงียบสงัดเสวี่ยหลิงเอ๋อพระชายาเอกของท่านอ๋องฝานเหวินหยู ลืมตาขึ้นมาพร้อมความเจ็บปวดที่ศีรษะร่างกายอ่อนแรง แต่สมองกลับชัดเจนผิดปกติ นางค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงภายในห้องบรรทมอันคุ้นเคย แสงจันทร์สาดผ่านหน้าต่างเข้ามา เฟยให้เห็นบรรยากาศเดิมทุกอย่างยังเหมือนเดิม.. ไม่ว่าจะเป็นเรือนยอดผ้า กลิ่นหอมจากธูปและเสียงลมหายใจของคนที่หลับอยู่ข้าง ๆ แต่วันนี้…มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แม้จะยังไม่ทันได้มองชัดแต่นางรู้แล้วว่า..ตัวเองได้ย้อนเวลากลับคืนมาก่อนเหตุการณ์วางยาใส่ร้ายว่านางสวมหใวดเขียวให้ท่านอ๋อง ก่อนที่เขาจะประทานยาพิษให้แก่นาง
ความทรงจำในชาติก่อนผุดขึ้นมา ภาพของถ้วยยาพิษ..รอยยิ้มเย็นชาของเขา..และความเจ็บปวดที่นนางเคยได้รับ ทำให้หัวใจของนางเย็นวาบด้วยความแค้น
“คราวนี้ข้าจะไม่เป็นเหยื่ออีกต่อไป สวรรค์เมตตาให้โอกาสข้า ข้าจะทำให้พวกเจ้าเจ็บปวดเจียนตายยิ่งกว่าสิ่งที่ข้าเคยพบเจอ เพื่อบิดา มารดาและบุตรของข้า ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดว่ามันสาหัสเพียงใด” นางคิดในใจต่อจากนี้นางไม่เพียงแค่ต้องรอดชีวิตแต่ต้องหาทางแก้แค้นให้สาสมกับทุกสิ่งที่เขาและชายารองทำกับนาง
ครืด …มือหนาคลำหาร่างบางเมื่อเห็นว่านางมิได้นอนหลับแต่ตื่นและลุกขึ้นมาเขาค่อย ๆ ขยับกายลืมตาขึ้นมาช้า ๆ พลางเอ่ยถาม
“พระชายานอนไม่หลับหรือ?” น้ำเสียงที่คุ้นเคย น้ำเสียงที่นางจดจำได้ฝังใจว่าเคยเย็นชามากเพียงใด ทว่ายามนี้เขากลับเอ่ยวาจาอ่อนหวานเป็นห่วงเป็นใย แต่ทุกอย่างมิใช่ความจริงนี่คือการเสแสร้งของเขา
“ท่านอ๋องข้าฝันร้ายเพคะ ”
“มานี่มา นอนลงเถิดเปิ่นหวางจะกอดเจ้าเอง หากอยู่ในอ้อมกอดของเปิ่นหวางไม่มีผู้ใดมาทชทำสิ่งใดภรรยารักของเปิ่นหวางได้”
‘ใช่แล้วเพคะไม่มีผู้ใดทำสิ่งใดข้าได้นอกจากว่าผู้ที่ลงมือกระทำข้าคือตัวของท่านเอง’ เสวี่ยหลิงเอ๋อคิดในใจทว่ายามนี้นางจะต้องทำตัวเช่นเดิมเพื่อให้เขาตายใจ เมื่อไหร่ที่ท้องฟ้าสว่างนางจะค่อย ๆ คิดวางแผนเอาคืนเขา
“เพคะอ้อมกอดของท่านพี่ช่างอบอุ่นเหลือเกิน คืนนี้ข้าคงต้องให้ท่านพี่โอบกอดทั้งคืนข้าถึงจะหลับได้”
“เช่นนั้นก็จงหลับเถิดเปิ่นหวางจะเฝ้าดูแลเจ้าเอง” เสวี่ยหลิงเอ๋อโน้มตัวลงนอนกอดร่างของเขาทำราวกับว่านางรักเขามากเพียงใด ทว่าในใจของนางกลับรังเกียจอ้อมแขนของเขายิ่งนัก
แสงแดดอ่อน ๆ ส่องสว่างเข้ามาในห้องบรรทมเสียงสาวใช้กำลังเปิดหน้าต่างรับแสงแดดและสายลมทำให้ร่างบางรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางค่อย ๆ หันไปมองข้างกายกลับไม่พบร่างของอ๋องฝานเหวินหยูแล้ว มีเพียงไออุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่
“พระชายาตื่นบรรทมแล้วหรือเพคะ หม่อมฉันเตรียมน้ำมาให้ล้างพระพักตร์และเตรียมอาภรณ์สำหรับวันนี้ให้เสร็จสิ้นแล้ว หม่อมฉันเปิดผ้าม่านนะเพคะ” เสียงสาวใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นจากด้านนอกผ้าม่าน
เสี่ยวอิงสาวใช้ที่จงรักภักดีกับนางจนวินาทีสุดท้าย เมื่อชาติก่อนนางจำได้ติดตาว่าเสี่ยวอิงถูกท่านอ๋องใช้ดาบฟาดลงที่กลางหลังในคราวเดียวอย่างโหดเหี้ยมเพียงเพราะนางเข้าข้างและเฝ้าร้องขอความเป็นธรรมให้แก่พระชายานายหญิงของนาง สาวใช้ที่จงรักภักดีเช่นนี้ชาตินี้เสวี่ยหลิงเอ๋อจะไม่ให้ผู้ใดมาทำร้ายนางได้แม้แต่เพียงปลายเล็บ
“เสี่ยวอิงวันนี้ข้ามีเรื่องให้เจ้าจัดการ” เสวี่ยหลิงเอ๋อพลางเอ่ยครั้นเสี่ยวอิงกำลังเปิดผ้าม่านนำมัดเอาไว้ที่เสาเตียง
“มีสิ่งใดให้หม่อมฉันจัดการหรือเพคะ เชิญพระชายารับสั่ง”
“หลังมื้ออาหารเช้าเจ้าจงจัดการนำชุดเดิมของข้าไปทิ้งให้หมด และเรียกร้านผ้าที่ดีที่สุดในแคว้นนี้มาหาข้าที่ห้องโถงรับรองของจวน”
“ทิ้งหรือเพคะ ทิ้งหมดเลยหรือเพคะ” ดวงตาของเสี่ยวอิงเบิกโพลงเอ่ยถามเสียงดังด้วยความตกใจ เพราะอาภรณ์ทั้งหมดในตู้เสื้อผ้านั้นแม้จะมีสีสันที่จืดชืดแต่ทว่าก็เป็นผ้าเนื้อดี ไม่แปลกใจที่เสี่ยวอิงจะสงสัยและเสียดาย
“หากไม่ทิ้งเจ้าก็ลองนำไปขาย แล้วนี่ท่านอ๋องออกไปข้างนอกหรือ?”
“เพคะ หม่อมฉันจะนำไปขายเมื่อออกไปตามเถ้าแก่ร้านผ้านะเจ้าคะ” เสวี่ยหลิงเอ๋อพยักหน้าก่อนจะลุกเดินลงเตียงนอนออกไปข้างนอกห้องบรรทม มีสาวใช้หลายคนกำลังรอปรนนิบัติอยู่
นางเปลี่ยนแปลงการแต่งกายใหม่ทั้งหมด ใบหน้าแต่งแต้มให้เข้มมากกว่าที่เคยทำ ริมฝีปากแต้มสีชาดแดงเข้มตัดกับสีผิวขาวดุจหิมะ เครื่องประดับที่นางเคยคิดว่าน่ารำคาญบัดนี้ถูกจัดแต่งเต็มศีรษะเพื่อประดับบารมี สาวใช้หลายคนถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นพระชายาเอกเสวี่ยหลิงเอ๋อผู้ที่จืดชืดไร้ชีวิตชีวาแต่ยังคงมีราศีความเป็นพระชายาเอกผู้อ่อนหวาน ทว่าบัดนี้ไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป
“งดงาม งดงามหาผู้ใดเปรียบมิได้เลยเพคะ” เสี่ยวอิงดวงตาเป็นประกายแวววาว เอ่ยชื่นชมไม่หยุดปาก
“งดงามหรือ ? หากเจ้าว่างดงามต่อจากนี้จงยกหีบเครื่องประดับของข้าออกมาจากคลังสมบัติ ข้าจะแต่งกายเช่นนี้ในทุกวัน”
“จริงหรือเพคะ ช่างเป็นความคิดที่ดีข้าดีใจเหลือเกินที่พระชายาไม่ทนทุกข์กับความเศร้าโศกแล้ว” ตั้งแต่ที่พระชายาเอกเสียบุตรในครรภ์ไปนางเอาแต่เศร้าหมองจมอยู่กับความว่างเปล่าและเสียใจ เมื่อเห็นพระชายาลุกขึ้นมาแต่งกายเช่นนี้เสี่ยวอิงดีใจยิ่งนัก หากแต่ว่านางไม่รู้ความจริงว่าความเสียใจนั้นล้วนกลายเป็นความแค้น ความแค้นที่รอวันชำระ
“เอาล่ะต่อจากนี้ก็จงทำตามที่ข้าบอก เอาอาภรณ์ที่ข้ามีทั้งหมดเลือกเอาไว้มีอาภรณ์ที่สีสันสดใส ตัวใดที่จืดชืดไร้ชีวิตชีวาจงนำไปขายทั้งหมด ส่วนเจ้าไปแจ้งพ่อครัวเย็นนี้จงจัดสำรับอาหารเลิศรสและนำสุราที่ได้รับจากท่านใต้เท้าโจฉวีที่มอบให้คราวก่อนมาให้ข้า”
“เพคะพระชายา” สาวใช้หลายนางต่างพากันไปทำตามคำสั่งก่อนที่เสวี่ยหลิงเอ๋อจะแยกเดินออกไปเดินเล่นที่สวนหย่อมขนาดเล็ก ๆ หน้าห้องของนาง
