Chapter 2 ทูนหัว [3/6]
ณ สถานบันเทิงที่เรียกได้ว่าเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด ร่างบางในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีแดงเพลิงปักเลื่อมทั้งตัว กางเกงหนังรัดรูปเอวต่ำสีดำ กับรองเท้าบูทหนังสีดำมันแผล็บ โยกย้ายไปตามเสียงเพลงคลอเคลียเสา เป็นภาพที่ปลุกความหื่นกระหายในตัวผู้ชายทุกคนได้เป็นอย่างดี
‘วู้วๆ’ เสียงเซ็งแซ่ของผู้ชายในผับโห่รองเมื่อผีเสื้อราตรีสยายปีก
‘เซ็กซี่จังเลยคร้าบ วู้วๆ’
ผมผลักประตูเข้ามาในสถานบันเทิงยามค่ำคืนของ ‘คอปเปอร์’ ลูกพี่ลูกน้องของผมก่อนที่สายตาคมกริบจะจับจ้องไปยังเวที ภาพที่ผมเห็นมันทำให้หัวใจดวงโตร่วงหล่นบนพื้นเอาเสียดื้อๆ
“รษา”
ร่างสูงใหญ่เบียดเสียดผู้คนที่คึกคะนองด้านล่างตรงไปหาชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนยิ้มอย่างมีความสุข
“ไอ้เฮีย มึงปล่อยให้รษาขึ้นไปเต้นบนนั้นได้ยังไง” ผมกระชากเสียงใส่ลูกพี่ลูกน้องอย่างหัวเสีย
“เออน่า กูดูอยู่ ไม่เป็นไรหรอก” คอปเปอร์พูดขึ้นแต่กลับไม่ได้ทำให้ผมสบายใจเลยสักนิด
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง กูจะกลับมาคิดบัญชีกับมึงทีหลัง” ผมชี้หน้าลูกพี่ลูกน้องอย่างคาดโทษ
ใครๆ ก็รู้ว่าผมหวงรษาแค่ไหน ยิ่งเห็นรษาในสภาพแบบนี้ ยิ่งอยากจะต่อยกับไอ้คนที่อนุญาตให้รษาขึ้นไปโยกย้ายตามเสียงเพลงให้ผู้ชายนับร้อยนับพันจับจ้อง และส่งเสียงโห่ร้องชอบใจ ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่น้องหมัดหนักๆ นี้ได้ปล่อยใส่หน้าหล่อๆ ของคอปเปอร์แน่ๆ
ผมกระโดดขึ้นไปบนเวทีถอดเสื้อแจ็กเก็ตยีนที่ใส่ติดตัวมาด้วยคลุมทับร่างบางที่กำลังเต้นอยู่
‘โห่...~’ เสียงโห่ร้องดังขึ้นอย่างขัดใจ
“รษา!” ผมตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม กลิ่นเหล้าโชนมาเตะจมูกโด่งจนต้องย่นจมูก ไม่รู้ว่ากินไปเยอะแค่ไหนถึงมีสภาพเป็นแบบนี้
“ธี ... ธีหรอ?”
คำถามนั้นทำให้ผมถึงกับฉุนอยากบีบคอระหงของเธอเสียตอนนี้ เมื่อมองดีๆ แล้วว่าไม่ใช่คนที่เธอเอ่ยชื่อเธอจึงระบายยิ้มหวานเยิ้ม
“ม่ายช่ายธีนี่ คาวินนี่เอง...”
หญิงสาวใช้นิ้วจิ้มแก้มตอบของผม อาจจะเป็นผลพวงจากแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปหรืออะไรไม่ ดวงตาหวานหยาดเยิ้มมองไปที่ริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูธรรมชาติ และประโยคที่ผมไม่คิดว่ามันจะออกจากปากของเธอก็ดังขึ้น
“มามะ ขอจูบหน่อย...”
ปากบางกำลังจะฉกริมฝีปากของผมแต่ผมกลับเบือนหน้าผละออกไป ...ไม่ชอบใจที่เธอเป็นแบบนี้
“รษา พอแล้ว กลับบ้าน”
ผมรวบมือบางของรษาเอาไว้ เมื่อหญิงสาวขัดขืน เธอกำลังสนุกกับเพลงที่มันกระหึ่ม ซึ่งตอนนี้ถูกสั่งปิดไปเรียบร้อยแล้ว
“ฉานม่ายกลาบ... ฉานจาเต้นต่อ...” เสียงหวานยานคางจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง
“พอแล้ว เมามากแล้วเนี่ย”
ผมอยากจะจับเธอตีก้นนัก นี่ถ้าไม่ใช่ผับของคอปเปอร์ ป่านนี้คงโดนเสือโดนตะเข้คาบเอาไปกินก่อนที่ผมจะมาถึงด้วยซ้ำ
“ม่ายเมา! จะเต้นต่อ อึก”
ปกติรษาจะไม่ค่อยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเธอมองว่า รสชาติของมันช่างไม่น่ากระดกลงไปได้เลย แต่เพราะเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้ ผมรวบอุ้มตัวคนดื้อที่ไม่ยอมกลับบ้านขึ้นในท่าเจ้าสาวก่อนจะเดินลงจากเวทีไปทางหลังร้าน
‘โห่...~’
เสียงหนุ่มๆ โห่ส่งท้ายอย่างไม่พอใจในการกระทำของผม หากมีเวลาสักนิดผมก็อยากซัดพวกมันทีละหมัดที่บังอาจมองผู้หญิงของผมด้วยสายตาแบบนั้น
“ปล่อย...”
รษายังดิ้นไม่หยุดจนต้องจับยัดร่างของเธอเข้าไปในรถก่อนจะปิดประตูผมยังย้ำเธอด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดพร้อมกับชี้หน้าอย่างคาดโทษ
“อย่าออกมาเด็ดขาด งั้นเจอดีแน่”
ผมรีบวิ่งมานั่งประจำฝั่งคนขับก็พบว่า คนตัวเล็กกำลังร้องไห้อยู่ ผมแค่ชำเลืองมองแต่ไม่พูดอะไร รู้ว่าเหตุการณ์ตอนนี้ทำให้เธอเสียใจมาก ผมเองก็รู้สึกไม่ดีที่เธอเป็นแบบนี้ ...เมื่อไหร่เธอจะตัดใจจากไอ้ธีได้สีกทีวะ
“ฮือ...”
“...”
“ไอ้ธี ไอ้บ้า! ทั้งๆ ที่ฉันรักนายแท้ๆ ... ฮึกๆ”
รษาเพ้อออกมาในขณะที่ยังหลับตาอยู่ ประโยคบ้าๆ พวกนั้นมันทำให้ผมเผลอเหยียบคันเร่งและกำพวงมาลัยแน่น
“…แต่นาย... ฮึก นายไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาเลย ฮือ...”
เรื่องนี้คงโทษใครไม่ได้มันเป็นปัญหาเรื้อรังของทั้งสามคน การกระทำของทุกคนไม่มีใครผิดหรือถูกหากมองในแง่ของความเป็นจริง ผมเองก็ไม่สามารถตัดใจจากรษาได้ รษาก็ยังรู้สึกรักไอ้ธีอยู่ทั้งที่มันเคยบอกไปแล้วหลายครั้งว่ามันรักครูปิ่น มันคือ พิษที่ไม่สามารถใช้ยาปฏิชีวนะอะไรรักษาได้เลย
เมื่อรู้ตัวว่าความเร็วของรถพุ่งสูงเกิน 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงผมจึงค่อยๆ ลดความเร็วลงเนื่องจากอันตรายที่อาจจะตามมา
“อึก ฉันพยายามทำทุกอย่าง ฮึกๆ แต่นายไม่เคยรักฉันเลย ฮือ...”
น้ำตาที่ไหลอาบแก้มนวลทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปเช็ดออกด้วยความอ่อนโยน
“...ไม่เคย ไม่เคยเลย”
“...ใช่ ...ไม่เคยเลย” ผมเอ่ยเสริมอย่างแผ่วเบา
มือหนาเอื้อมมาลูบผมหนาเบาๆ ราวกับฝ่ามือนี้ทำให้เธอสงบลงได้ ลมหายใจที่สม่ำเสมอทำให้ผมวางใจ และหันมาตั้งใจขับรถกลับคอนโดแบบไม่รีบร้อน ยังไงรษาก็อยู่กับผมแล้วไม่มีอะไรต้องห่วงอีก
สักพักเสียงของคนที่คิดว่าหลับไปแล้วก็ร้องดังขึ้นมาอีก
“ร้อน!”
มือเล็กปัดเสื้อแจ็คเก็ตยีนออกจากตัว ก่อนจะลงมือดึงทึ้งเสื้อสายเดี่ยวของตัวเองราวกับรำคาญมัน
“อื้อ ร้อน...!”
“เฮ้ย! รษา ใจเย็นๆ”
ผมพยายามรวบมือบางเอาไว้ด้วยมื้อข้างเดียวส่วนอีกข้างต้องบังคับพวงมาลัยรถสายตาก็คอยชำเลืองมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้ดึงเสื้อจนสายเดี่ยวเส้นสปาเก็ตตี้ขาดออกไปข้างหนึ่งเผยให้เห็นเต้างามข้างที่สายหลุดไป
“ร้อน... อื้อ...”
“รษา อยู่นิ่งๆ”
ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วพยายามควบคุมสติที่มี การกระทำของเธอ และสิ่งที่เห็นส่งผลให้ลูกชายของผมตื่นมาดุนกางเกงจนเห็นเป็นลำชัดเจน
“อื้อ”
รษายีผมตัวเองอย่างไม่รู้ตัวการกระทำนี้ ทว่าผมกลับมองว่ามันโคตรเซ็กซี่ ผมไม่เคยเห็นรษาในมุมแบบนี้มาก่อน แต่นั้นมันส่งผลเสียกับทั้งตัวผมและเธอมากกว่า
“เชี่ยแล้วไอ้วิน ทำไงดีวะเนี่ย”
