ตอนที่ 10 เผด็จศึกเลขาฯ
“หลินจ๋า มาเป็นเด็กของเฮียนะ รับรองหนูจะสุขสบาย” เสียงแหบพร่าของเฮียอ๋าเอ่ยชิดริมหูของรินลดา กลิ่นเหล้าคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกายชายที่ทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้ ร่างใหญ่โตของเขาบดเบียดเข้ามาใกล้จนเธอแทบหายใจไม่ออก
“เฮียขา!!...ใส่ถุงก่อน ” รินลดาพยายามรวบรวมสติที่เลือนรางจากฤทธิ์ยา เธอรู้ดีว่าตัวเองคงไม่รอดพ้นจากเงื้อมมือของชายตรงหน้า แต่สิ่งเดียวที่เธอพอจะทำได้คือการป้องกันปัญหาที่จะตามมา เฮียอ๋าไม่รอช้า เขาบดขยี้ริมฝีปากของรินลดาอย่างรุนแรง ร่างกายของเขาคร่อมทับร่างอรชรของเธอไว้ รินลดาหายใจรวยริน ริมฝีปากสั่นระริก กลีบปากที่แนบสนิทของเธอถูกดุนดันด้วยลิ้นสากของเฮีย เมื่อหญิงสาวไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาที่ถูกกระตุ้นจากยาและสัมผัสเร่าร้อน เธอจึงเผลออ้าปากแลกลิ้นกับเฮียอย่างจำยอม
“เฮียขา!...ใส่ถุงยางนะคะ” รินลดาอ้อนวอนเสียงสั่น เธอพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายเพื่อยื้อเวลา เฮียอ๋าทนต่อเสียงรบเร้าของรินลดาไม่ไหว เขาผละออกอย่างเซ็งๆ และแล้วคำขอร้องของรินลดาก็เป็นผล เฮียอ๋าเดินไปหยิบถุงยางในกระเป๋าอุปกรณ์ที่เตรียมมา หญิงสาวได้โอกาสก็รีบลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่ทันที
“หนูจะไปไหนเหรอ” เฮียอ๋าหันกลับมามองด้วยความระแวง เขากลัวว่าเธอจะหนี
“หนูปวดฉี่ ขอเข้าห้องน้ำแป๊บนะคะ” รินลดาตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด เธอเดินเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เฮียอ๋ายังคงง่วนอยู่กับการหาถุงยาง
“เจอซะที คราวนี้หมดสิทธิ์ต่อรองแน่” เฮียอ๋าบ่นพึมพำด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
ตอนนี้ข้างนอกมีเสียงดังมาก รินลดาแน่ใจว่าปกรณ์คงเข้ามาช่วยเธอแล้ว จากนั้นเฮียอ๋ามาเคาะเรียกรินลดาที่ห้องน้ำ
“หนูจ๋า เฮียมีถุงยางแล้วนะ เรามาสนุกกันต่อเถอะ” เสียงของเฮียอ๋าเต็มไปด้วยความกระหาย
“รอสักครู่นะคะเฮีย เดี๋ยวหลินออกไป” รินลดาตอบเพื่อยื้อเวลา
“เร็วๆ หน่อยซิหนู” เฮียอ๋าเร่งเร้า
เหตุการณ์ข้างล่าง ตอนนี้ปกรณ์และเพื่อนเขาที่เป็นตำรวจ จัดการกับเหลิมและจ๊อตไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งสองสะบักสะบอม เพราะโดนทั้งมือเท้าเข่าศอกประเคนให้ ไอ้เหลิมเลือดที่หัวไหล ส่วนไอ้จ๊อตเลือดกบปาก ทั้งสองมีใบหน้าที่ปวดบวมปูด ถูกใส่กุญแจมือและจับมัดไว้
“คุณรินลดาอยู่ไหน บอกมา” ปกรณ์พยายามเค้นถามคนร้าย
เมื่อทั้งไอ้เหลิมและไอ้จ๊อตไม่ยอมพูด ก็เลยโดนปกรณ์เตะเข้าชายโครงอีกคนละสองที มันจุกจนหน้าถอดสี รีบยกมือไหว้ปะโหลก ๆ
“ผมบอกแล้วครับ คุณรินลดาอยู่กับเฮียอ๋าข้างบนครับ” จ๊อตเป็นฝ่ายยอมแพ้รีบสารภาพ
ปกรณ์ได้ยินดังนั้นก็ไม่รอช้า ชายหนุ่มรีบวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้านทันที พอไปถึงหน้าห้องก็เห็นโทรศัพท์ตกอยู่ ปกรณ์เก็บขึ้นมาดู เห็นว่าที่หน้าจอมีรูปถ่ายของรินลดา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“อะไรของพวกมึงอีกวะ! กูกำลังจะได้ขึ้นสวรรค์” เฮียอ๋าพูดพร้อมเปิดประตู แต่ต้องตกใจเพราะไม่ใช่ลูกน้องของเขา
“แต่กูกำลังจะส่งมึงไปนรก” สิ้นเสียง หมัด ๆ ก็กระแทกใส่หน้าเฮียอ๋าแบบไม่ยั้งมือรวมไปถึงลำตัวและปลายคางแบบเน้น ๆ คือกะให้หลับกลางอากาศกันเลยทีเดียว เฮียอ๋านั้นสู้ปกรณ์ไม่ได้เลย แค่ขนาดตัวก็ต่างกันแล้ว ปกรณ์นั้นล่ำสันบึกบึนกล้ามเป็นมัดๆ สรีระอันสมส่วนของชายชาตรีที่สูงถึง 187 เซนติเมตร ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามเพราะออกกำลังกายเป็นประจำ ต่างกับเฮียอ๋าที่หุ่นเผละ ยิ่งเหมือนเอาสิบล้อไปชนกับกระบะ ปกรณ์จะเข้าไปซ้ำเฮียอ๋าที่ร่วงไปนอนกับพื้น ก้องเกียรติที่ตามมาพบก็รีบเข้าห้ามทันที
“เฮ่ย!... พอแล้วเพื่อน เดี๋ยวมันตาย แกก็มีความผิดหรอก” ปกรณ์หงุดหงิด ปล่อยคอเสื้อเฮียอ๋าลง เขาแทบยืนไม่อยู่
“ปริ้นซ์!...แกเจอคุณหลินหรือยัง?” ปกรณ์นึกขึ้นได้ รีบกวาดสายตามองรอบห้องอีกครั้ง และรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ
ปัง ปัง ปัง เสียงเคาะห้องด้วยความร้อนใจของชายหนุ่ม
“หลินๆ คุณอยู่ในนั้นมั้ย” ชายหนุ่มตะโกนเรียกหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ต้องกลัวนะ ผมปกรณ์เอง ผมมาช่วยคุณแล้ว”
“ฮื้อๆๆๆ” เขาได้ยินเสียงร้องไห้อยู่ในนั้น
หญิงสาวร้องไห้เปิดประตูห้องน้ำออกมา ปกรณ์รีบเข้าไปกอดเธอไว้ ชายหนุ่มรีบปลอบขวัญเธอ มือหนาลูบที่หลังและศีรษะเบาๆ มองหน้าหล่อนด้วยความห่วงใย ก่อนจะจูบปลอบขวัญเบาๆ ที่หน้าผากมน
“คุณไม่ต้องกลัวแล้ว ผมมัดถูกจับไว้หมดแล้ว” รินลดาสะอื้นร้องไห้ออกมาอีก แต่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจที่เธอนั้นมีเขาอยู่ข้างๆ ตอนนี้
ทางด้านก้องเกียรติจับตัวเฮียอ๋าลงไปชั้นล่าง นำไปรวมไว้กับพวกลูกน้องของเขา จากนั้นกำลังเสริมของตำรวจที่รออยู่ด้านนอกก็มานำตัวทั้งสามไปขึ้นท้ายรถกระบะ ปกรณ์ประคองรินลดาเดินลงมาด้วยท่าทางอิดโรย เมื่อก้องเกียรติเห็นสภาพเธอจึงรีบเข้าไปขอโทษ
“ขอโทษด้วยนะครับ ที่ตำรวจมาช้าไปหน่อย” นายตำรวจหนุ่มกล่าวเมื่อปกรณ์ประคองรินลดาเดินมาดูคนร้ายที่รถ
“นี่หมวดก้องครับคุณหลิน เค้าเป็นเพื่อนผมเอง” ปกรณ์แนะนำเพื่อนให้รินลดารู้จัก
“ขอบคุณหมวดก้องมากนะคะที่มาช่วย”
“ไม่เป็นไรครับ มันคือหน้าที่ตำรวจอย่างผมอยู่แล้ว”
“ถ้ายังไงผมต้องขอตัวก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวผมขอเชิญคุณหลินไปให้ปากคำที่ สน. ด้วยนะครับ” หมวดก้อง หรือร้อยตำรวจเอกก้องเกียรติ โอภาส ป้ายชื่อของเขาที่ติดบนเสื้อเด่นชัด
“เดี๋ยวฉันพาคุณหลินไปเอง แกไปรอที่ สน. ได้เลยเพื่อน” ปกรณ์รีบบอกเพื่อน
หลังจากสอบปากคำเสร็จ ปกรณ์ก็พารินลดามาที่คอนโดของเขา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงาน
“เพื่อความปลอดภัย คุณพักที่นี่ไปก่อนนะครับ ผมอนุญาตให้คุณพักที่นี่ได้” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและห่วงใย เขาสบตากับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า หลังจากที่เธอเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง
“แล้วบอสไม่ต้องกลับไปนอนบ้านแม่เหรอคะ” รินลดาถามขึ้นอย่างสงสัย
“จริง ๆ ก็มีกลับไปบ้างครับ นาน ๆ ที แต่วันไหนเลิกงานดึกผมก็พักที่นี่”
“เมื่อกี้ตำรวจว่าไงบ้าง ผมกลัวคุณเหนื่อยเลยไม่ได้คุยกับไอ้ก้องมันเลย” เขาเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวมีสีหน้าแววตาที่ดูสบายใจขึ้นบ้างแล้ว
“ตำรวจบอกว่าเฮียอ๋ามีคดีผลิตสื่อลามกอนาจารและมีหมายจับของทางตำรวจอยู่แล้วค่ะ”
“ส่วนสองคนนั้นก็คดีเดียวกัน คือล่อลวงเด็กสาวมาทำอนาจาร และร่วมกันผลิตสื่อลามก”
“ตำรวจตั้งข้อหาทั้งสามคนนั้นแล้วค่ะ คือกักขัง หน่วงเหนี่ยว ลวนลามและอนาจาร”
“แล้วสามีคุณล่ะ” ปกรณ์ถามขึ้นเพราะอยากรู้ว่าตัวการครั้งนี้จะได้รับการลงโทษอย่างไร
“ตอนนี้ตำรวจออกหมายจับแล้วค่ะ เฮียอ๋าซัดทอดว่าพี่แบงค์เป็นคนบงการเรื่องนี้ทั้งหมด”
“สามีคุณเขาเคยมีพฤติกรรมแบบนี้บ้างมั้ย
“เมื่อก่อนก็ไม่มีนะคะ แต่ตอนนี้ตำรวจบอกว่าสามีหลินเค้ายังมีคดีหลอกนักศึกษาไปถ่ายคลิปแบล็คเมลกักขังหน่วงเหนี่ยวอีกเหมือนกัน แถมยังรีดไถด้วย หลินก็เพิ่งรู้เนี่ยแหละค่ะ ไม่คิดว่าพี่แบงค์เค้าจะเป็นคนแบบนี้ไปได้”
“แล้วคุณจะเอาเรื่องหรือเปล่า”
“ตอนนี้หลินไม่ถือว่าพี่แบงค์เป็นสามีแล้วค่ะ คนเป็นสามีเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอก เพราะฉะนั้นหลินให้ตำรวจดำเนินการเต็มเลยที่ค่ะ”
“หลินคิดถูกแล้วครับ สามีที่ไหนเอาภรรยาไปขายใช้หนี้ ถ้าผมเจอผมไม่เอามันไว้แน่”
“มันคงเป็นกรรมของหลินเองค่ะ ที่ต้องมาเจอคนอย่างเขา”
“หลินอย่าโทษตัวเองเลย” ปกรณ์สงสารหญิงสาวจับใจ เขาดึงเธอมาอยู่ในอ้อมกอด
“ตอนนี้แบงค์น่าจะหนีไปกบดานที่ไหนสักแห่งแล้วล่ะ แต่ตำรวจก็ยังจับตาที่บ้านของหลินแล้วก็บ้านของแม่เค้าอยู่ เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจะติดตามจากเพื่อนให้เอง”
“หลินพอจะรู้ว่าพี่แบงค์เค้ามีญาติอยู่คนเดียวคืออาชาญ เป็นน้องชายของคุณพ่อพี่แบงค์ บ้านอยู่ที่นครปฐม หลินบอกข้อมูลกับตำรวจไปหมดแล้วค่ะ”
“หมายความว่าเขาอาจจะหนีไปนครปฐมหรือครับ”
“หลินก็ไม่แน่ใจนะคะ แค่ลองเดาดูเฉยๆ”
“เดี๋ยวผมจะลองเอาข้อมูลพวกนี้ไปบอกกับไอ้ก้องอีกที จะได้ช่วยมันตามหาอีกทาง”
“แล้วบ้านลูกที่คุณบอกล่ะ เค้ามีโอกาสจะไปที่นั่นมั้ย”
“พี่แบงค์เค้าไม่ไปหรอกค่ะ จริง ๆ ก็ไม่เชิงว่าเป็นลูกหรอก สามีคนแรกของหลินเขามีลูกติด เธอเป็นแค่ลูกเลี้ยงค่ะ”
“อ๋อ สรุปคุณยังไม่เคยมีลูกมาก่อน”
“ค่ะ...ตอนนั้นทางบ้านหลินมีปัญหาการเงิน แม่ของหลินให้แต่งงานกับสามีคนแรก หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เกิดอุบัติเหตุ ถูกรถชนเสียชีวิต คนที่ขับรถชนวันนั้นก็คือพี่แบงค์เนี่ยแหละ แม่พี่แบงค์ชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด หลินกับแม่ก็เลยไม่ติดใจเอาความ” ชายหนุ่มรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ หญิงสาวจึงเล่าต่อไป
“จากนั้นพี่แบงค์ไปมาหาสู่ที่บ้านหลินตลอด 1 ปีผ่านไป หลินเรียนจบมหาลัยพอดี เขาขอหลินแต่งงาน แต่ว่าคุณยุพาพรแม่ของเขาไม่ชอบหลินกับแม่ค่ะ เพราะลูกชายเขาโสดจะมาแต่งงานกับหญิงม่ายอย่างหลินได้ยังไง แล้วฐานะของเราก็ต่างกันมาก การแต่งงานก็เลยถูกยกเลิกกันไป
ตอนนั้นพี่แบงค์เสียใจมาก เขาขออยู่กินกับหลินอย่างลับๆ ไม่ให้แม่เขารู้ แต่หลินว่าแม่เขาต้องรู้เพราะเวลาเขามาหาหลินที่บ้านแม่จะโทรตามตลอด เขาดาวน์บ้านให้หลินอาศัยอยู่คนเดียว ก็บ้านหลังปัจจุบันที่เกิดเหตุเนี่ยแหละค่ะ”
“แล้วคุณทำไมไม่เอาแม่กับลูกเลี้ยงมาอยู่ด้วยล่ะ จะได้ไม่เหงา” ปกรณ์ถามขึ้น
“แม่หลินเคยถูกแม่พี่แบงค์เขาดูถูกว่าเห็นแก่เงิน แม่หลินไม่อยากได้อะไรของพี่แบงค์อีก”
“ที่หลินอยู่กับเขาก็เพราะรักเขา แต่วันนี้เราจบกันแล้วค่ะ เราขาดจากกันนับตั้งแต่บัดนี้ ที่ผ่านมาหลินพยายามทำทุกอย่างเพื่อชีวิตคู่”
“หลินตัดขาดเขาแล้วจริงๆ เหรอ ถ้าเขามาง้อล่ะ” ปกรณ์ถามเพื่อความแน่ใจ
“หลินไม่ให้โอกาสผู้ชายคนนี้อีกแล้วค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ตอนนี้เธอรู้สึกดีขึ้นบ้างแล้ว หล่อนยิ้มอย่างมีความสุข รินลดามอบรางวัลให้เขาด้วยการใช้ริมฝีปากแดงระเรื่อขึ้นไปจูบเจ้านายอย่างซาบซึ้งจนกระทั่งฤทธิ์ของยาที่ยังคงซ่อนอยู่กระตุ้นอารมณ์ของเธออีกครั้ง
