ตอนที่ 6 จับจ่ายซื้อของ3
ตอนที่ 6 จับจ่ายซื้อของ3
นางเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มจะเปลี่ยนสี บ่งบอกว่าเวลานี้ไม่บ่ายแล้วแต่กำลังจะเข้าสู่ยามเย็น ร้านรวงต่างๆก็ทยอยกันปิดบ้างแล้ว นางจึงเลี้ยวเข้าร้านหนึ่งซึ่งเป็นร้านข้าวสารอาหารแห้ง ดวงตาดอกท้อมองราคาข้าวสารที่ยังไม่สูงมาก แต่ก็สูงกว่าแต่ก่อนหลายเหรียญทองแดง แม้นางจะมีระบบแต่ก็ต้องซื้อของเพื่อตบตาคนอื่นบ้าง
“ฮูหยินต้องการสิ่งใดบอกข้าน้อยได้เลยขอรับ” เสี่ยวเอ้อคนหนึ่งเดินเข้ามา เขายืนนิ่งรอรับคำสั่งซื้อจากลูกค้า ซึ่งน่าจะเป็นรายสุดท้ายของวันนี้แล้ว
“ข้าต้องการข้าวขาว 30 ชั่ง แป้ง 40 ชั่ง น้ำตาล 2 ไห เกลือ 2 ชั่ง แล้วก็...อันนี้ อันนี้ อันนี้ อย่างละ 2 ชั่ง” เจียงหว่านหนิงสั่งของมากมายจนเสี่ยวเอ้อจดแทบไม่ทัน เขามองสิ่งที่นางชี้แต่ละอย่างซึ่งล้วนมีราคาแพงก็รู้สึกว่าวันนี้ช่างโชคดีนักที่ได้ลูกค้าคนสุดท้ายมือเติบเช่นนี้
“ฮูหยินรอสักครู่ ข้าน้อยจะรีบเตรียมของให้ แล้วท่านต้องการให้ทางร้านจัดส่งให้ที่ไหนขอรับ” เสี่ยวเอ้อถามอย่างสุภาพ ด้วยของนั้นมีจำนวนมากดังนั้นทางร้านจึงมีบริการจัดส่งให้
“อืม...ข้าเช่าเกวียนวัวจากโรงพักม้าที่ประตูอำเภอ จ่ายเงินเสร็จข้าจะไปรอที่นั่น” นางพูดเสร็จ เสี่ยวเอ้อก็โค้งเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวจากไปเพื่อยื่นรายการให้หลงจู๊ของร้านคำนวณค่าของทั้งหมด
หลงจู๊หันมามองลูกค้าคนสุดท้ายในวันนี้ก็ไม่พูดสิ่งใด ก้มหน้าลงดีดลูกคิดเสียงดังปั๊กๆต่อไป เพียงไม่นานราคาสินค้าก็ถูกยื่นให้เสี่ยวเอ้อคนเดิม เขาสาวเท้าเร็วรี่มาหาทางพร้อมกับใบราคาสินค้าทั้งหมด
“ทั้งหมด 3 ตำลึงเงิน 50 เหรียญทองแดงขอรับ” เสี่ยวเอ้อแจ้งราคาค่าของทั้งหมด
เสี่ยวเป่าฟังราคาก็อ้าปากหวอ มองถุงเงินของมารดาที่ร่อยหรอลงไปมากแล้วหลังจากซื้อที่ดิน หากจ่ายเงินจำนวนนี้ไปอีก ไม่รู้ว่ามารดาจะเหลือเงินที่มากน้อยเพียงใด แต่ก็อดเสียดายเงินที่เสียไปไม่น้อยเลย
‘ต่อไปข้าจะต้องตั้งใจเรียนเพื่อช่วยท่านแม่หาเงินเยอะๆ’ เด็กชายตั้งเป้าหมายเอาไว้ในใจ พลางมองเงินที่มารดายื่นให้กับเสี่ยวเอ้อร้านข้าวด้วยสายตาปวดใจ
เจียงหว่านหนิงหากรู้ความคิดของเด็กชายคงหัวเราะร่า เงินจำนวนนี้นับเป็นสิ่งใดได้ นางยังมีตั๋วเงินอีกจำนวนไม่น้อย ในระบบก็มีเหรียญสะสมที่มากพอจะให้พวกนางกินดีอยู่ดีไปนานนับปี
“อีกสองเค่อ ทางร้านจะส่งของไปที่โรงพักม้าขอรับ” เสี่ยวเอ้อบอกเวลาการส่งของซึ่งนางก็พยักหน้ารับ ก่อนจะพาเสี่ยวเป่าที่มีสีหน้าไม่ดี อาจจะเพราะวันนี้เหนื่อยจนเกินไป
‘เอาน้ำพุวิญญาณให้เสี่ยวเป่าสักหน่อยดีกว่า’ เจียงหว่านหนิงไม่รอช้าก็เปิดระบบเรียกน้ำพุวิญญาณออกมา ซึ่งนางเพิ่งรู้ว่าสามารถสั่งการไร้เสียงได้ด้วย เพียงนางคิดในใจเท่านั้น
น้ำพุวิญญาณขวดพอเหมาะปรากฏขึ้นในมือของเจียงหว่านหนิงที่ซ่อนเอาไว้ในชายแขนเสื้อ
“เสี่ยวเป่าดื่มน้ำสักหน่อย เดินมาทั้งวันแล้ว” นางยื่นขวดกระเบื้องให้บุตรชาย เขารับมันไว้อย่างงงๆ แต่เมื่อเปิดจุกก็ได้กลิ่นหอมหวานที่คุ้นเคย ดวงตาคู่นั้นเป็นประกายอย่างชอบใจ ก่อนหน้าที่ร้านบะหมี่เขาทานน้ำในร้านซึ่งไม่สดชื่นเอาเสียเลย
‘อ่า...สดชื่นจัง ไม่รู้ท่านแม่ไปตักน้ำนี้มาจากที่ใดกัน หรือจะเป็นลำธารที่หลังบ้าน แต่เมื่อก่อนมันไม่อร่อยขนาดนี้นี่หน่า’ เด็กชายได้เพียงคิดสงสัย
“ท่านแม่ก็ดื่มด้วยซิขอรับ” เสี่ยวเป่ายื่นกลับมาให้มารดาหลังดื่มไปอึกใหญ่จนรู้สึกสบายตัวขึ้น
“ขอบใจจ้ะ เสี่ยวเป่าของแม่ช่างเป็นเด็กดีจริงๆ” นางเอ่ยชมบุตรชายและลูบหัวเขาเบาๆ ซึ่งการพูดและสัมผัสเช่นนี้จะทำให้เด็กชายนั้นเคยชินกับนางมากขึ้น แล้วยังทำให้จิตใจเขาเปิดกว้างไม่บิดเบี้ยวจนเดินทางผิดในอนาคต
‘พื้นฐานที่ดีของเด็ก เริ่มจากพ่อแม่และครอบครัว’
โรงพักม้าอำเภอหัวมีทั้งม้าทั้งเกวียนวัวอยู่มากมาย แม้จะดูบางตากว่าเมื่อช่วงเที่ยงแต่ก็ยังมีมากอยู่ นางมองหาเช่าเกวียนวัว เมื่อมองเห็นก็รีบเดินเข้าไปหาตกลงราคาเหมาเดินทางไปหมู่บ้านเอ้อฉาง ซึ่งราคาก็ไม่กี่เหรียญทองแดงเท่านั้น
นางนั่งรอจนร้านข้าวสารมาส่งของ ก่อนจะรีบจัดของในเกวียนโดยมีคนขับเกวียนคอยช่วยเหลือด้วยเห็นว่านางเป็นเพียงหญิงสาวกับเด็กน้อยเท่านั้น แค่ของจากร้านข้าวก็เกือบเต็มเกวียนแล้วและยังมีกระดาษเครื่องเขียนที่ซื้อมาก่อนหน้า แม้จะไม่มากแต่เป็นสิ่งที่ค่อนข้างเปราะบาง เสี่ยวเป่าจึงใส่ตะกร้าและถือเอาไว้ตลอดการเดินทางกลับหมู่บ้านเอ้อฉาง
ขากลับนั้นเร็วกว่าขามามาก แต่กว่าจะถึงก็จวนเจียนใกล้ค่ำเต็มที สองข้างทางเข้าหมู่บ้านมีป่าอยู่เล็กน้อยชวนให้น่ากลัว แต่สำหรับเจียงหว่านหนิงแล้วกลับไม่ได้น่ากลัวถึงเพียงนั้น นางมองป่าสองข้างทางอย่างสนใจ
“ปิ๊งป่อง! ระบบตรวจพบลูกหมาป่าหิมะ ทางซ้ายมือของโฮสต์ราว 10 จั้ง”
หน้าต่างสีฟ้าปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงเอไอ นางมองป่าซ้ายมืออย่างชั่งใจ ด้วยตอนนี้ยังอยู่บนเกวียนวัว ดังนั้นต้องหาข้ออ้างที่ดีเพื่อลงจากเกวียนวัวในตอนนี้
“ท่านลุงเจ้าค่ะ จอดตรงนี้สักครู่เถอะ เหมือนข้าจะเห็นหมาที่บ้านวิ่งแวบๆอยู่ข้างทางตรงนั้น” เจียงหว่านหนิงเอ่ยบอกลุงคนบังคับเกวียน เขาพยักหน้ารับไม่ได้ตำหนิสิ่งใด
“เสี่ยวเป่ารอแม่อยู่บนเกวียนก่อนนะ เดี๋ยวแม่มา” นางรีบบอกบุตรชายที่ทำหน้าไม่เข้าใจว่าที่บ้านของเขามีหมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แต่ไม่ทันได้ถามก็เห็นแผ่นหลังมารดามุดหายไปข้างทางเสียแล้ว
เจียงหว่านหนิงกวาดสายตามองหา เดินตามแผนที่จากหน้าต่างระบบเพียงไม่นานก็พบกับลูกหมาป่าหิมะสีขาวโพลนซึ่งมันนอนร้องครางหงิงบาดเจ็บอยู่บนพื้น ความน่ารักน่าสงสารของมันกระแทกใจของนางเข้าอย่างจัง
“ระบบเก็บลูกหมาป่าหิมะโดยด่วน” เจียงหว่านหนิงวาดมือครั้งเดียว ลูกหมาป่าหิมะก็หายวับไป
“ระบบเก็บลูกหมาป่าหิมะเรียบร้อยแล้ว” หน้าต่างสีฟ้าพร้อมกับเสียงเอไอปรากฏข้อความ ไม่นานเหรียญก็เข้าระบบสะสม
“หนึ่งแสนสองหมื่นเหรียญเชียว ข้าอยากได้อีกสักสองสามตัวจริงๆ” นางยิ้มระรื่นมองยอดเหรียญสะสมที่มากมาย มากพอจะสร้างบ้านสักหลัง ไม่รู้ว่าในระบบมีบ้านขายหรือไม่
“หากโฮสต์ต้องการบ้าน ในระบบมีให้เลือกหลากหลายแบบ โฮสต์สามารถเลือกชมได้ เมื่อได้แบบที่ต้องการและกดเลือกซื้อ บ้านจะถูกสร้างภายในสามวัน”
‘นางแค่เปรยเท่านั้น ถึงกับมีบ้านขายจริงๆ นี่มันสะดวกสบายเกินไปแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า’
