ตอนที่ 5 ภารกิจ
ตอนที่ 5 ภารกิจ
หลายเดือนต่อมา เรือนตระกูลเหวินมีลูกค้ามากมายทั้งลูกค้าผักและเห็ดทว่าตอนนี้กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝนทำให้เห็ดฟางเกิดยากกว่าเดิม แม้จะมีความชื้นมากแต่กระนั้นหากฝนตกหนักมาก ๆ ก็อาจทำให้เห็ดเน่าและเสียหายได้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการทำอย่างอื่นหากเห็ดเกิดน้อยและดูแลยาก เสี่ยวเถาจึงชักชวนท่านตาและท่านแม่ไปเช่าพื้นที่ปลูกข้าว และปลูกผักใบเขียวส่งให้โรงเตี๊ยมหากมีมากพอก็ส่งไปขายที่หมู่บ้านอื่น
เทียนมู่ไม่เคยขัดจัดให้ตลอดเขาจัดการเช่าพื้นที่ของท่านปู่หมอยาที่บ้านอยู่ฝั่งด้านขวา ยามนี้บุตรชายของเขาได้รับราชการทหารในวังหลวงจึงไม่มีผู้ที่ทำนาได้ เป็นการทำข้าวแบ่งเจ้าของที่โดยที่ไม่เสียเงินสักตำลึงเดียว มีเพียงเมล็ดพันธุ์ข้าวเท่านั้นที่ต้องหามาปลูก เสี่ยวเถาให้ท่านตาวางใจเรื่องเท่านี้เขาจัดการได้
ครอบครัวของเยว่ฉีมั่นคงและร่ำรวยมากกว่าเดิม จนเวลาล่วงเลยมาอีกสองปี ยามนี้เสี่ยวเถาอายุได้ห้าขวบแล้ว เขามองดูว่าวที่ท่านตาทำให้ลอยติดลมบนอยู่บนท้องฟ้า ฤดูใบไม้ผลิมาเยือนยิ่งอยู่ที่นี่เขายิ่งผูกพันแต่ก็มีช่วงหนึ่งที่คิดถึงแม่ของเขาที่อยู่อีกมิติหนึ่ง ตอนนั้นเองเสียงแว่วผ่านสายลมดังขึ้น
‘เจ้าคิดถึงครอบครัวที่โลกเดิมสินะ หากอยากกลับโลกเดิมไปใช้ชีวิตของเจ้าเหมือนเมื่อก่อน จงทำภารกิจนี้ให้เสร็จแล้วข้าจะส่งเจ้ากลับไปหาแม่ที่แท้จริงของเจ้า’
“ใครนั่นเสียงของผู้ใดกัน”
‘ข้าคือพระเจ้า ที่ส่งเจ้าเข้ามาในโลกของละคร ภารกิจของเจ้าคือการช่วยเหลือครอบครัวเหวินให้มีความสุขและสุขสบายหาบิดาตัวจริงของเสี่ยวเถาให้พบ นั่นคือภารกิจที่เจ้าต้องทำเจ้าเต็มใจจะทำหรือไม่ ?’
“ทำไมข้าต้องตามหาคนที่ทำร้ายจิตใจท่านแม่ และทิ้งท่านแม่ให้เจอความทุกข์ยากด้วยเล่า หากเขารักท่านแม่จริงไม่มีทางที่จะทิ้งท่านแม่ให้อดอยากหรอก ท่านเป็นพระเจ้า อย่างนั้นเรื่องทุกอย่างก็เป็นท่านที่ลิขิตสินะ”
“ฮ่า ฮ่า เจ้านี่นะ...ทำให้ข้าหัวเราะออกมาอย่างง่ายดาย อย่างนั้นหมายความว่าเจ้าไม่ต้องการทำภารกิจและเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่สินะ”
“ขะ ..ข้าขอคิดดูก่อน แม้ว่าข้าจะสงสารท่านแม่เยว่ฉี แต่ข้าก็คิดถึงแม่ของข้าตัวจริงเช่นเดียวกัน ”
“เช่นนั้นอีกสามวันข้าจะมาฟังคำตอบของเจ้าอีกครั้ง ข้าให้เจ้าตามหาแต่มิได้บอกให้เจ้าทำให้ทั้งสองกลับมาอยู่ด้วยกันเสียหน่อย เจ้าเองไม่อยากรู้หรือเหตุใดเขาถึงหายตัวไปและทิ้งให้มารดาของเจ้าเลี้ยงดูเจ้ามาตามลำพัง”
“จะเป็นอะไรได้ล่ะ นอกจากความเห็นแก่ตัวและมักมายในกามของบุรุษซึ้งไร้ความรับผิดชอบ ข้าเกลียดเขาตั้งแต่ไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำ หากเจอตัวข้าจะแก้แค้นแทนท่านแม่เอง” เสี่ยวเถาโมโหไม่น้อย ตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องการมีตัวตนของบิดาเช่นเดียวกัน เพราะโลกปัจจุบันเขาเองก็เป็นเด็กกำพร้า มีเพียงแม่เท่านั้นที่เลี้ยงดูเขามาด้วยความยากลำบากเพียงลำพังทำให้เขาไม่ชอบดูละครเกี่ยวกับความรักหรือละครหลังข่าวเพราะความรักดี ๆ อย่างละครไม่มีอยู่จริง
ขณะนั้นเองเสียงของเยว่ฉีได้ดังขึ้น
“เสี่ยวเถาถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว รีบมากินข้าวกันเถอะ”
“ขอรับท่านแม่” เสี่ยวเถาลุกขึ้นจากแคร่เดินเตร่ ๆ ไปหามารดา
หลังจากกินข้าวเสร็จเยว่ฉีชักชวนเสี่ยวเถาไปที่สวน เทียนมู่ปลูกข้าวโพดในนาข้าวโดยการแย่งทำนาหนึ่งส่วนและทำข้าวโพดขายอีกหนึ่งส่วน เมล็ดพันธุ์หรือแม้แต่ปุ๋ยล้วนเป็นสิ่งที่เสี่ยวเถาบันดาลมาให้ โชคดีที่ไม่มีแมลงระบาดในยุคสมัยนี้จึงไม่ต้องนำยาเคมีของยุคสมัยใหม่มาใช้ ระหว่างเดินทางไปสวนข้าวโพดเสี่ยวเถาจับมือมารดาแน่น เงยหน้าถามด้วยความอยากรู้ความคิดของมารดา
“ท่านแม่ขอรับ ข้ามีสิ่งหนึ่งอยากจะรู้ท่านแม่พอจะตอบข้าได้หรือไม่ขอรับ”
“เสี่ยวเถาของแม่อยากรู้อะไรหรือ ? แล้วทำไมแม่ผู้นี้จะตอบในสิ่งที่เจ้าอยากรู้ไม่ได้ลองเอ่ยมาสิ”
“ข้าอยากรู้ว่าท่านพ่อของข้าคือผู้ใดขอรับ ท่านแม่ไม่เคยเอ่ยถึงเลยหรือว่าท่านพ่อเป็นบุรุษที่ชั่วร้าย เป็นโจรป่ามิอาจจะกล่าวถึงได้” เยว่ฉีชะงักเล็กน้อยสองเท้าหยุดเดินทันที ก่อนจะย่อตัวนั่งลงตรงหน้าของบุตรชาย ยกมือทั้งสองขึ้นจับใบหน้าของบุตรชายเอาไว้แน่นดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
“โธ่ ๆ เสี่ยวเถาของข้า ข้าคิดว่าเจ้ามีความคิดที่เติบโตไม่เหมือนเด็กในรุ่นเดียวกัน แท้ที่จริงแล้วเจ้าก็เป็นเพียงเด็กชายตัวเล็ก ๆ เท่านั้น เจ้าอยากรู้และคิดถึงท่านพ่อของเจ้าหรือ ? แต่ว่าสิ่งนี้แม่ไม่สามารถบอกเจ้าได้เพราะว่าแม่เองก็ไม่รู้เช่นเดียวกันว่าท่านพ่อของเจ้าคือผู้ใด ตั้งแต่วันนั้นที่พบเจอกับบิดาของเจ้า แม่ก็ไม่เคยพบเจอเขาอีกเลยจนจำใบหน้าของเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“มิใช่ขอรับ ข้าไม่ได้คิดถึงท่านพ่อ เพียงแค่อยากรู้เท่านั้นเอง อีกอย่างข้านะมีเพียงท่านแม่กับท่านตาก็เพียงพอแล้วขอรับ” เสี่ยวเถาไม่คิดเลยว่าการถามไปตรง ๆ เช่นนี้จะทำให้ท่านแม่ใบหน้าเศร้าหมองลง
“ลูกคือยอดดวงใจของแม่ แม้จะไม่มีบิดาแต่เจ้ายังมีแม่และท่านตาที่มอบความรักความอบอุ่นไม่ต้องการกลัวหากผู้ใดมาต่อว่าเจ้า เจ้าจงตอกหน้ากลับไปเลยว่าทุกวันนี้เจ้ามิได้ด้อยไปกว่าผู้ที่มีบิดา”
“ขอรับท่านแม่” เสี่ยวเถายิ้มกว้างทั้งสองพากันเดินไปจนถึงสวนข้าวโพดเป็นช่วงที่กำลังเก็บเกี่ยวพอดี ท่านตาได้จ้างชาวบ้านสองสามคนมาช่วยกันเก็บผลผลิตและแบกไปส่งขายที่ตลาด
“เยว่ฉีลูกมาพอดี ตอนนี้เก็บข้าวโพดใกล้จะเสร็จแล้ว เจ้าเดินทางไปพร้อมๆ กับลุงเฟยเพื่อไปเอาเงินค่าข้าวโพดและรอข้าอยู่ที่นั่น ข้าจะตามไปอีกประมาณสองกระบุง”
“ท่านพ่อหลังของท่านปวดอยู่อย่าทำเองเลยเจ้าค่ะ สู้จ้างรถม้าให้ขนไปที่ตลาดจะดีกว่าจะได้ไม่ต้องบ่นปวดหลังยามวิกาล”
“นั่นสิขอรับท่านตา จ้างรถม้าขนข้าวโพดใช้เวลาน้อยกว่าที่ท่านตาจะแบกไปเสียอีก ท่านตาจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่น เช่นเล่นว่าวกับข้าขอรับ” เสี่ยวเถาได้ยินตาบ่นในทุก ๆ คืนแทบนอนไม่ได้เพราะทำงานหนักมาโดยตลอด กระดูกเริ่มพุพังตามกาลเวลา เสี่ยวเถามาอยู่ที่นี่ทั้งผูกพันและรักเทียนมู่ราวกับท่านตาของเขาจริง ๆ ไม่อยากให้ท่านตาต้องทำงานหนัก แท้ที่จริงเพียงแค่มีโสมขายตลอดและพืชผักที่ปลูกนั้นก็พอมีประทังชีวิตอย่างไม่อดอยาก ทว่าเทียนมู่เป็นคนขยันไม่หยุดนิ่งอะไรทำได้ก็อยากทำเพื่อสร้างชีวิตที่ดีให้กับเยว่ฉีและเสี่ยวเถา เขาจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้เก็บเงินเอาไว้มาก ๆ
“เสี่ยวเถายามนี้เจ้าเติบโตมาจนอายุได้ห้าหนาว ถึงเวลาแล้วที่เจ้าต้องเข้าเรียน การเข้าเรียนต้องใช้เงินจำนวนมาก ตาผู้นี้อยากจะให้เจ้ามีอนาคตที่ดีสอบติดบัณฑิตและเป็นขุนนาง ชดเชยสิ่งที่ตาไม่สามารถรถทำได้ในช่วงวัยเดียวกับเจ้า และชดเชยที่ตาไม่สามารถเลี้ยงดูมารดาของเจ้าให้เป็นอย่างดีได้”
“ท่านพ่อเจ้าคะ สิ่งที่ผ่านมาแล้วก็ควรให้มันผ่านไป ส่วนเรื่องเรียนข้าเองก็เตรียมการเอาไว้ให้เสี่ยวเถาแล้ว ทำตามที่ข้ากับเสี่ยวเถาบอกเถอะนะเจ้าคะ หากท่านพ่อไม่สบายมาทุกอย่างที่ทำจะไม่คุ้มค่านะเจ้าคะ”
“เฮ้อ..เอาเช่นพวกเจ้าว่าก็ได้ อย่างนั้นข้าจะไปจ้างรถม้าของเรือนตระกูลจางสักครู่ ส่วนพวกเจ้าจัดการหักข้าวโพดให้เสร็จเร็ว ๆ เสียล่ะก่อนที่ข้าจะกลับมา" เทียนมู่ยอมจำนนทำตามความต้องการของบุตรสาวสั่งงานก่อนจะเดินไปที่หมู่บ้านเพื่อจ้างรถม้าขนข้าวโพดไปขายที่ตลาด
“ท่านตาขอรับข้าไปด้วยคนนะขอรับ ท่านแม่ท่านไปรอที่เรือนเถอะเมื่อไหร่ที่หักข้าวโพดขนขึ้นรถม้าเสร็จข้าจะไปตามท่านที่เรือนนะขอรับ" เยว่ฉีพยักหน้ายิ้มกว้างมองท่านพ่อจับมือบุตรชายตัวน้อยเดินไปตามทาง นางโชคดีจริง ๆ ที่เลือกเก็บเด็กคนนี้เอาไว้ หากวันนั้นนางเลือกที่จะดื่มยาเพราะสงสารท่านพ่อต้องมีภาระเพิ่มขึ้นเพียงลำพังสองคนยังแทบไม่มีอะไรเลี้ยงท้อง ตั้งแต่ที่นางเลือกเก็บชีวิตน้อย ๆ นี่เอาไว้ชีวิตของนางพลิกผันจนน่าเหลือเชื่อ
