9 ผมไม่ใช่เขา
“เหมยรู้ค่ะว่าหมอไม่ได้เป็นแบบนั้นทุกคน เหมยอาจจะอคติกับอาชีพนี้มากไปหน่อยแต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะคะ ในเมื่อมันรู้สึกแบบนั้นไปแล้ว”
“แล้วที่ผ่านมานอกจากรุ่นน้องของผมแล้วเคยมีหมอเข้ามาจีบบ้างไหม”
“ก็พอมีบ้างค่ะ”
“แล้วคุณปฏิเสธเขาไปทันทีเลยเหรอ”
“เปล่าหรอกค่ะถึงเหมยจะไม่ชอบ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเหมยจะปฏิเสธและไม่คุยกับเขา แต่สถานะแต่ความสัมพันธ์ระหว่างเหมยกับพวกเขามันก็เป็นได้แค่เพื่อน แล้วผู้ชายที่ไหนเขาอยากจะมาเป็นเพื่อนกับผู้หญิงกันล่ะคะ พอเหมยบอกไปแบบนั้นพวกเขาถอยห่างค่ะ ผู้หญิงกับผู้ชายมันยากค่ะที่จะเป็นเพื่อนกันได้”
“แต่ตอนนี้เราก็เป็นเพื่อนกันอยู่ไง”
“เราอาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานค่ะแต่ไม่ใช่เพื่อนในชีวิตจริง แต่บางทีหมออาจจะเป็นข้อยกเว้นก็ได้ค่ะ”
“เพราะอะไรผมถึงเป็นข้อยกเว้นล่ะครับ”
“เพราะหมอตุลย์เป็นหมอเด็กมั้งคะ”
“ผมเป็นหมอเด็กแล้วมันแตกต่างจากหมออื่นยังไง”
“เหมยมองหมอเด็กว่าเป็นหมอที่จิตใจดีและอ่อนโยนกว่าสาขาอื่นค่ะ”
“ในเมื่อคุณคิดว่าผมจิตใจดีแล้วทำไมเราสองคนไม่ลองคบกันดูล่ะ” เมื่อสบโอกาสตุลธรก็รีบคว้ามันไว้
“อะไรนะคะ หมอกินเบียร์ไปแค่กระป๋องเดียวเมาแล้วเหรอ”
“เมาที่ไหนกันล่ะ เบียร์แค่กระป๋องเดียวทำอะไรผมไม่ได้หรอก” ถึงเขาดูสุภาพอ่อนโยนแต่เรื่องดื่มก็ไม่เคยแพ้ใคร
“แล้วหมอมาขอเหมยคบทำไม หมออยากทำลายกำแพงที่เหมยตั้งไว้ใช่ไหมคะ หมออยากรู้ใช่ไหมว่าหมอจะทำให้เหมยเปลี่ยนใจมาชอบอาชีพนี้ได้หรือเปล่า มันไม่ตลกเลยนะคะ” ปณิชารู้สึกผิดหวังที่เขาเอาความรู้สึกของเธอมาล้อเล่น
“ผมก็ไม่ได้มองว่ามันเป็นเรื่องตลกนะเหมย เอาจริงๆ นะเราก็โตกันแล้วเปิดอกคุยกันไปเลยก็ดี ผมรู้สึกดีกับคุณรู้สึกชอบคุณตั้งแต่วันแรกที่เห็นคุณคุยกับคนไข้ที่ชื่อน้องข้าว ตอนนั้นผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณไม่ชอบอาชีพนี้เพราะฉะนั้นเรื่องที่ผมจะขอคบกับคุณเพราะอยากให้คุณทำลายกำแพงนั้นมันไม่เกี่ยวกันเลย”
“แล้วถ้าเหมยปฏิเสธล่ะคะ”
“ผมรู้ว่าพยาบาลแผนกพยาบาลเด็กอย่างคุณไม่ใจร้ายหรอกนะ อีกอย่างมันก็ไม่ยุติธรรมกับผมนะถ้าคุณจะเอาเรื่องในอดีตมาตัดสินผม ซึ่งผมกับเขาไม่ใช่คนคนเดียวกัน”
“การที่เหมยไม่ชอบอาชีพนี้เพราะคนเพียงแค่คนเดียวมันไม่มีเหตุผล แต่หมอไม่กลัวเหรอคะว่าสิ่งที่ติดอยู่ในใจเหมยมันจะให้เราคบกันไม่นาน เหมยอาจมองว่าหมออยู่ใต้เงาของเขา”
“คนอย่างผมไม่ยอมอยู่ใต้เงาของใครหรอกนะ แล้วผมก็จะไม่ยอมถอยเพราะเรื่องในอดีตของคุณเหมือนกัน ผมก็คือผม ไม่ใช่เขา แล้วผมก็จะทำให้เหมยรู้ว่าผมแตกต่างจากเขายังไง”
“หมอไม่กลัวเสียเวลาเปล่าเหรอคะ ถ้าเกิดคบกันไปแล้วเหมยยังเอาคิดถึงแต่เรื่องเดิม เหมยไม่อยากเอาเปรียบคุณหรอกนะคะ” ปณิชาไม่รู้หรอกว่าเมื่อไหร่เธอจะลืมความรู้สึกนั้นได้และกลัวว่ามันจะเป็นการเอาเปรียบตุลธรมากเกินไป
“ไม่หรอกผมเพราะคิดว่าผมมีดีกว่าเขาเยอะ ผมเชื่อว่าผมจะทำให้ทั้งหัวใจของเหมยมีแค่ผมเพียงคนเดียว”
“ขอถามตรงๆ ได้ไหมคะที่หมอตุลย์อยากจะคบกับเพราะอยากเอาชนะความรู้สึกของเหมยใช่ไหม”
“ก็บอกแล้วไงผมไม่เคยรู้เรื่องที่คุณไม่ชอบหมอมาก่อนผมชอบคุณตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน”
ปณิชานึกไปถึงวันแรกที่เธอได้เจอกับเขา ซึ่งตอนนี้มันก็ผ่านมานานเกือบจะสามเดือนแล้วตลอดสามเดือนที่ผ่านมาทำไมเธอถึงไม่รู้เลยว่าเขาคิดอะไรกับอยู่
“หมอเก็บความรู้สึกได้ยังไง หมอบอกว่าหมอรู้สึกชอบหมายถึงแต่วันแรกที่เห็นแล้วหมอเริ่มจีบใหม่ตั้งแต่ตอนไหน”
“ผมก็จีบคุณตั้งแต่วันนั้นเลยไง””
“ตลกแล้วเหมยไม่เห็นรู้เลยว่าคุณจีบ”
“ก็บอกแล้วไงครับว่าผู้ชายทุกคนไม่เหมือนกัน ผมก็ไม่เหมือนใครขนาดผมจีบคุณมาตั้งสามเดือนคุณยังไม่รู้ตัวเลยนะ”
“ทำไมหมอเจ้าเล่ห์จังเลยล่ะคะ แบบนี้สงสัยเหมยจะตามหมอไม่ทันแน่ๆ”
“เขาไม่ได้เรียกเจ้าเล่ห์ครับเขาเรียกว่าการจีบอย่างมีชั้นเชิงแล้วคุณจะตกลงคบกับผมไหมล่ะ”
“หมอลองบอกข้อดีมาสิว่าคบกับหมอแล้วมีอะไรดีบ้าง”
“ข้อแรกเลยนะอาชีพของเราสองคนเกี่ยวข้องกันผมเข้าใจการทำงานของคุณในขณะที่คุณก็เข้าใจการทำงานของผม”
“ข้อนี้เหมยไม่เถียงหรอกค่ะ”
“ข้อสองนะผมเป็นหมอเด็กจิตใจอ่อนโยน อันนี้คุณบอกเอง ข้อสามหน้าตาผมก็ไม่ได้ขี้เหร่นะออกจะหล่อด้วยซ้ำ แพรวาบอกว่าคุณชอบคนหล่อ”
“หมอแอบไปสืบเรื่องของเหมยกับคนอื่นเหรอคะ”
“ไม่ได้แอบสืบครับผมถามตรงๆ เลยแหละ”
“คุณนี่ร้ายไม่ใช่เล่น ข้อต่อไปล่ะคะมีไหม”
“มีสิ ข้อสี่คือผมไม่เจ้าชู้รักใครรักจริงคบใครก็คบทีละคน”
“เหมยขอถามหน่อยค่ะตอนนี้หมอมีสาวๆ อยู่ในสต๊อกกี่คนคะ”
“ผมบอกแล้วไงล่ะว่าผมไม่เจ้าชู้ ผมจะมีสาวๆ ในสต๊อกได้ยังไง”
“แต่ที่เหมยได้ยินมาพยาบาลที่โรงพยาบาลเดิมบอกว่าหมอมีสาวๆ เข้าหาเยอะ หมอเปลี่ยนผู้หญิงควงแทบไม่ซ้ำหน้า”
“ควงกับคุณคบมันต่างกันนะเหมย”
“ผู้หญิงบางคนก็เข้ามาเพื่ออยากจะสนุกด้วยกัน”
“แต่ไม่อยากสนุกกับหมอนะคะ ถึงเหมยจะไม่สวยจะไม่มีเสน่ห์มากกับผู้หญิงคนก่อนๆ ของหมอแต่เหมยก็ไม่ยอมหรอกค่ะถ้าหมอจะคบกับเหมยในขณะที่คบกับคนอื่นด้วย”
“ตอนนี้ผมยังไม่คบใครอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่ก็แค่สนุกเท่านั้น และผมคิดว่าผมสนุกมากพอแล้วนะ”
“เชื่อได้เหรอคะ”
“ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าคำพูดของผมเชื่อได้หรือเปล่า” ตุลธรอยากจะลองคบกับปณิชาอย่างจริงจังถ้าเขากับเธอไปกันได้ดีเขาก็พร้อมที่จะหยุดอยู่ที่เธอ
“หมดแล้วใช่ไหมคะข้อดีในการคบกับหมอ”
“ยังมีอีกสองข้อนะ ข้อที่หกผมเป็นหนุ่มสายเปย์ไม่ว่าคุณอยากได้อะไรผมหาให้ได้ทุกอย่าง”
“เรื่องนี้ไม่ว้าวค่ะ เหมยรู้สึกเฉยๆ ค่ะเพราะเหมยมีงานทำถึงแม้เงินเดือนจะไม่เยอะเท่าหมอก็ตาม”
“ผมไม่ได้ดูถูกเงินเดือนคุณนะ แต่ถ้าหากคบกันจริง ผมก็อยากจะซื้อของให้กับเหมยบ้าง แต่รับรองว่าไม่ซื้อให้พร่ำเพรื่อหรอกน่ามันก็แค่ตามเทศกาลตามโอกาสเท่านั้นเอง”
“เอาเงินไปซื้อของให้สาวเยอะแบบนี้นี่เองถึงทำงานหลายที่ทั้งเปิดคลินิกทั้งตรวจที่โรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน”
“หมอคืออาชีพที่รักอาชีพที่ทำด้วยใจครับเงินเดือนมันไม่ได้เยอะเมื่อเทียบกับความเหนื่อย แต่ผมมีหุ้นส่วนในบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ของเพื่อนอีกมันเลยทำให้ผมมีเงินมากพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสบาย”
“นี่กำลังเอาเงินมาล่อเหมยใช่ไหมคะ”
“เปล่าผมก็แค่อยากเล่าให้เหมยฟังว่าผมทำอะไรบ้าง ในเมื่อเราคิดจะคบกันแล้วผมก็อยากให้คุณรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับผม แต่ผมไม่ได้บังคับนะว่าเหมยจะต้องเล่าเรื่องของตัวเองให้ผมฟังทุกอย่างเพราะบางเรื่องมันก็เป็นเรื่องส่วนตัว”
“แล้วหมอตุลย์อยากรู้อะไรเกี่ยวกับเหมยบ้างล่ะ ถามมาได้เลยถ้าอะไรตอบได้เหมยก็จะตอบค่ะ”
“ผมไม่ได้ดูถูกคุณนะเหมยแต่ ผมอยากรู้ว่าคนโดห้องนี้คุณซื้อหรือเช่า”
“หมอถามทำไมคะ”
“ก็ถ้าคุณเช่าอยู่ผมก็อยากให้คุณเลิกเช่าแล้วก็ย้ายไปอยู่ด้วยกัน”
“หมอจะชวนเหมยย้ายไปอยู่ด้วยตั้งแต่วันแรกที่เริ่มคุยกันเลยเหรอคะ”
“แน่นอนสิผมเป็นคนชัดเจน”
“ห้องนี้ไม่ใช่ของเหมยหรอกค่ะเป็นของพ่อเลี้ยงเหมยเขาให้มาอยู่”
“แต่ถึงเหมยจะได้อยู่ฟรีแต่ค่าน้ำค่าไฟก็ต้องจ่ายนะ ถ้าย้ายไปอยู่ด้วยกันคงช่วยโลกประหยัดพลังงานได้เยอะเลย”
“เพิ่งรู้นะคะว่าหมอเด็กนอกจากอ่อนโยนแล้วยังรักโลกอีกด้วย” ปณิชาพูดแล้วก็หัวเราะอย่างผ่อนคลาย