ตอนที่ 4 หาเงิน1
ตอนที่ 4 หาเงิน1
หลี่เลี่ยงหลิงหลับลึกด้วยความเหน็ดเหนื่อย หญิงสาวล่องลอยอยู่ในห้วงอากาศที่ว่างเปล่า ร่างกายของเธอรู้สึกเบาหวิวราวกับปุยนุ่น ดวงตากลมโตลืมขึ้นอย่างช้าๆเมื่อรับรู้สิ่งผิดปกติที่เกิดกับตัวเธอเอง ในห้วงแห่งความว่างเปล่าเริ่มปรากฏสิ่งของต่างๆมากมายราวกับเธอกำลังเดินเลือกซื้อของอยู่ก็ไม่ผิดนัก
“หรือว่า...มิติช่องว่างอย่างนั้นหรือ” หญิงสาวออกสำรวจอย่างรวดเร็ว เธอเดินเข้าโซนนั้นออกโซนนี้อย่างสนุกสนาน แต่มีจุดหนึ่งที่ทำให้เธอสนใจเป็นอย่างมาก
‘ตู้แลกคูปอง’
อักษรตัวใหญ่ที่เธอเห็นจะใช่สิ่งที่เธอคิดรึเปล่า ในยุคสมัยที่ทุกอย่างไม่สามารถใช้เงินหาซื้อมาได้แม้แต่อาหาร ของใช้ เสื้อผ้า และยานพาหนะ แต่ต้องใช้คูปองเท่านั้น โดยคูปองจะแบ่งเป็นคูปองรายเดือนและคูปองรายปี ซึ่งคูปองรายเดือนจะเป็นคูปองอาหาร ส่วนคูปองรายปีจะเป็นคูปองอุตสาหกรรม
‘ยินดีต้อนรับ เลือกรายการคูปองที่คุณต้องการ’ เมื่อหลี่เลี่ยงหลิงสัมผัสหน้าจอก็มีข้อความขึ้นมาให้เธอกดเลือก และเป็นอย่างที่เธอคิด...มันคือตู้แลกคูปองอาหารและคูปองอุตสาหกรรม
‘กรุณาใส่เงินตามจำนวน’ หญิงสาวลองกดเลือกคูปองอาหารประเภทข้าวสารอาหารแห้งดู หน้าจอตู้ก็ปรากฏจำนวนเงินหยวนที่เธอจะต้องใส่เพื่อแลกคูปอง
“ใบหนึ่ง 10 หยวนเชียว” หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเอง และพยายามหาเงินหยวนในยุคสมัยนี้มาใส่ แต่ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงเงินหยวนที่ชายผู้นั้นโยนใส่เธอเท่านั้น
“ค่อยหามาใส่กลับก็แล้วกัน” หลี่เลี่ยงหลิงที่คิดจะคืนเงินชายคนนั้น คราวนี้จึงเป็นการยืมของเขาก่อน เมื่อเธอหาเงินเองได้ค่อยนำมาใส่คืน
เงินหยวนถูกใส่ลงในช่องของเครื่องแลกคูปอง เครื่องประมวลผลและกะพริบหน้าจอแวบๆ
ครืด ครืด ครืด
คูปองสีขุ่นค่อยๆออกมาจากตัวเครื่องอย่างช้าๆ มือบางจึงยื่นมือออกไปรับ ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความยินดีที่ต่อไปเธอก็สามารถใช้ชีวิตกลมกลืนกับคนที่นี่ได้แล้ว แค่หาเงินเยอะๆมาแลกคูปองก็สามารถอยู่อย่างสบายไปได้ตลอดชีวิต
ปี 1976 ทางการก็จะผ่อนปรนให้ประชาชนสามารถทำมาค้าขายเองได้แล้ว ดังนั้นช่วงนี้เธอจะต้องหาทำเลสำหรับเปิดร้านในอนาคต เพราะตอนนี้ราคาที่ดินคงจะถูกมากถึงมากที่สุด การเริ่มก่อนจึงได้เปรียบกว่าคนอื่น
“แต่ก่อนอื่นต้องรีบหาเงินเสียก่อน” หลี่เลี่ยงหลงพยายามคิดหาวิธีหาเงินที่เร็วที่สุด สายตากวาดไปมองรอบๆก็เกิดไอเดียดีๆขึ้นมา
‘ตลาดมืด’ ในยุคที่ข้าวของต้องใช้คูปอง และทางการก็แจกในปริมาณที่จำกัด ดังนั้นเหล่าคนรวยหรือคนที่พอจะมีเงินจึงต้องหาทางหาซื้ออาหารมาจุนเจือในครอบครัวให้อิ่มหนำสำราญ ตลาดมืดจึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อสนองความต้องการนั้น
“นี่แหละ...ธุรกิจแรกของฉัน” หญิงสาวระบายยิ้มออกมา ก่อนจะมองไปยังโซนอาหาร เสื้อผ้า และเครื่องสำอางที่เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างแน่นอน
หลี่เลี่ยงหลิงไม่ได้อ่อนประสบการณ์อย่างที่ใครๆคิด เพราะในชีวิตก่อนบริษัทฯของครอบครัวก็มีเธอคอยช่วยเหลือคุณพ่อในการบริหารจัดการอยู่เสมอ โดยที่ไม่มีหุ้นส่วนคนไหนได้รับรู้ แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแต่ความคิดล้าหลังเกี่ยวกับลูกสาวลูกชายก็ไม่เคยเปลี่ยน เธอไม่อยากสร้างความยุ่งยากให้กับบิดาจึงหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด
เสียงไก่ขันที่ดังอยู่ใกล้ๆกระท่อมหลังน้อยปลุกให้หญิงสาวขี้เซาตื่นจากการหลับใหลที่แสนจะยาวนานตลอดทั้งคืน เปลือกตาบางกะพริบเบาๆเพื่อปรับให้คุ้นเคยกับความสลัวของแสงในยามใกล้รุ่ง หญิงสาวลุกขึ้นอย่างช้าๆ เปลี่ยนชุดนอนเป็นชุดออกกำลังกาย
เสื่อโยคะถูกปูลงบนพื้นนอกห้องนอนและร่างบางก็นั่งลงทำตามท่าทางที่เคยร่ำเรียนมา ร่างกายที่ได้ออกกำลังรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น และความเหนียวเหนอะก็ทำให้ร่างบางต้องการอาบน้ำ แม้ในตอนเช้าน้ำในโอ่งจะเย็นยะเยือกก็ตาม
หลี่เลี่ยงหลิงใช้ห้องน้ำในการอาบน้ำเช้านี้ หญิงสาวรู้สึกดีที่อย่างน้อยก็ไม่ต้องอาบข้างลำธารไปตลอด เธออาบน้ำแต่งตัวค่อนข้างนาน ดวงอาทิตย์ลอยขึ้นเหนือเส้นขอบฟ้าแล้วเธอก็ยังแต่งตัวไม่เสร็จ เพราะวันนี้เป็นครั้งแรกที่เธอจะออกไปเผชิญกับสายตาคนภายนอก ดังนั้นจะให้ใครมาดูแคลนเหมือนเก่าไม่ได้อีก
“เสร็จเรียบร้อย” ลิปมันเพิ่มความอวบอิ่มของริมฝีปากถูกวางลง ตามด้วยน้ำหอมแบรนด์หรูที่เธอหิ้วออกมาจากเคาท์เตอร์เองด้วยมือทั้งสองข้างเมื่อคืนนี้
“สวยฉ่ำ!!!” หญิงสาวมองตัวเองในกระจกก็พบกับใบหน้าเดิมที่พราวเสน่ห์ แต่เมื่อแต่งเติมนิดหน่อยก็ยิ่งสวยสง่าราวกับคุณหนูในเมืองหลวง
ชุดแบบสาวชาวบ้านเสื้อแขนยาวคอตั้งเล็กน้อยกับกางเกงทรงหลวมขายาว ผมเปียสองข้างตามสมัยนิยม บวกกับการแต่งหน้าโทนธรรมชาติจึงทำให้หญิงสาวอายุราว 15 ปี ทั้งๆที่อายุ 17 ย่าง 18 ปีอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
กระเป๋าถักไหมพรมประดับดอกไม้สีหวานเข้าชุดถูกหยิบขึ้นมาสะพายคล้องศีรษะ หญิงสาวกระชับกระเป๋าจนพอดีตัว มือบางหยิบตะกร้าสานแบบมีหูขึ้นถือก่อนจะนำไข่จากในช่องว่างเติมลงไปจนเกือบเต็มและปิดไว้ด้วยผ้าสีขาวสะอาดตา
‘วันนี้จะเริ่มจากการขายไข่เป็นอันดับแรก’
