ปลด
ปีที่2 ในรัชศกหยวนซิง
จวนกั๋วกงที่เงียบเหงา แม่นมเฒ่านั่งซับน้ำตาอยู่ข้างเตียงไม้ที่เรือนปีกขวา บ่าวไพร่เดินเข้าออกเปลี่ยนน้ำและยาผสมกำยานเท่าไหร่ ความร้อนใจยิ่งทวีคูน
“อย่าให้คุณชาย3กับคุณหนู4เข้ามา เกรงว่าจะได้กลิ่นยานี่ติดตัวตอนไปหอศึกษา” เสียงพ่อบ้านหวังบอกเด็กรับใช้
“ส่วนเจ้าเองก็ลุกขึ้นมาเช็ดตัวให้ให้คุณหนูอีกสักรอบเถิด ร้องไห้ไปไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น หากวิญญาณฮูหยินรับรู้จะสบายใจได้อย่างไรกัน” พูดมาถึงตรงนี้พ่อบ้านชราก็นึกสะท้อนในอก
“ข้า…ข้าเพียงแต่สงสารความอาภัพนี้เหลือเกิน คนตระกูลไป่ส่งแม่สื่อมาถอนหมั้น ยกของหมั้นคืนไปทั้งหมด ทั้งๆที่…หากสิ้นไร้วาสนา…คุณหนูกับคุณชายที่เหลือจะไร้คนดูแล อายุก็เพียงแค่7ขวบปีเท่านั้น เวรกรรมอะไรกัน!!”
ตั้งแต่นายท่านของบ้านอย่างลู่หมิงเหยียนและฮูหยินลู่เสิ่นหยางตายในสนามรบเมื่อ3เดือนก่อน คุณชายใหญ่ที่เป็นแม่ทัพองค์รักษ์หลวง ก็อาสาออกรบชายแดน แต่ใครจะคิด องค์หญิงใหญ่ที่กำลังจะเข้าพิธีเสกสมรส กลับหนีตามแม่ทัพผู้หล่อเหลาไป งานแต่งงานจึงล่มไม่เป็นท่า
เพื่อรักษาเกียรติของคนในจวนจวิ้นกั๋วกงแห่งนี้ คุณหนูรองลู่ซิงเยี่ยนควบม้าออกไปตามหาพี่ชายถึง1เดือนเต็มๆ แต่ยังไม่ทันได้สืบสาวความว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ก็โดนคนของทางการลากตัวกลับมารับโทษ เพียงเพราะตามจับพี่ชายของนางไม่ได้
สุดท้ายติดโรคมาจากชายแดน จากถูกขังในจวนห้ามออกมาคล้ายกับตัวประกัน ตอนนี้…นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงมานานนับเดือนแล้ว…
“แม่นมหวังท่านดูนี่ บะ ใบหน้าคุณหนูเหตุใดจึงมีเหงื่อผุดผายเช่นนั้น” สาวใช้คนนึงรีบเข้ามารายงาน คนเฒ่าที่เป็นบ่าวรับใช้ในจวนมานาน รีบเข้าไปดูด้วยความร้อนใจ
“ไม่เอาน้ำอุ่นแล้ว เอาน้ำเย็นมา เหงื่อแตกทั้งตัวเกรงว่าธาตุไฟจะแปรปรวน!!“ สาวใช้วิ่งวุ่น บุรุษถูกกันให้อยู่ข้างนอก
”เตรียมน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นต้มใส่อ่างอาบน้ำ!!“ เสียงแหบพล่าดังออกมาจากริมฝีปากแตกระแหง
”คุณหนู ท่าน!!“
”ทำตามที่ข้าบอก!!“ แม่นมรีบสั่งการตามที่ได้ยิน
”พาข้าไปแช่น้ำสมุนไพร 2ชั่วยาม อย่าเอาข้าออกมา“ ทุกคนพร้อมใจกันทำ แม้จะสงสัยแต่มั่นใจว่าท่านมีเหตุผล
”เร็วเข้าหน่อย“ สมุนไพรกลิ่นเหม็นฉุน ถูกเทลงในอ่างอาบน้ำจนเกือบเต็ม ร่างบอบบางที่หลับไหลนับเดือนนั่งแช่อยู่ในนั้น เมื่อ2ชั่วยามผ่านไป ดวงตาที่เคยแห้งผากเพราะขาดสารอาการดีๆ ค่อยๆลืมขึ้นมาอีกหน
“ซุนหลี่ ตามแม่นมหวังกับพ่อบ้านหวังมา” นางพูดเสียงเบากับสาวใช้ ก่อนจะลุกขึ้นแต่งตัวใหม่ด้วยตัวเอง
ตั้งแต่วันที่เจอวิญญาณคุณหนูใหญ่ของจวินกั๋วกง เมื่อ1เดือนที่แล้ว นางฝึกทุกอย่างมาเป็นอย่างดี ฝึก…ทั้งที่เป็นวิญญานนั่นแหละ
“คุณหนูท่านเป็นอย่างไรบ้าง” นางยกยิ้มมุมปากท่าทางน่าเกรงขาม
“ยังอ่อนแออยู่มาก แต่มีเรื่องต้องจัดการ พ่อบ้านหวัง อีกไม่นานฮ่องเต้คงมีราชโองการมาไวๆนี้ แม้อาจจะไม่มีการริบทรัพย์แต่ก็น่าห่วงไม่น้อย คำสั่งต่อจากนี้ปฏิบัติให้เคร่งครัด” ท่าทางคำพูดจาแม้จะอ่อนแรงแต่แต่หนักแน่นทุกคำ สองผู้ดูแลบ้านก้มหน้ารอรับคำสั่ง
“จากนี้ พ่อบ้านหวังปลดประจำการ เดินทางไปสวดมนต์ขอพรที่วันซงจื้อ ไปที่นั่นตลอดกาล“
”คุณหนู!!“ นางเดินมาหยุดตรงหน้าพ่อบ้านหวังก่อนจะนั่งยองลง
”มีบุรุษที่บาดเจ็บนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ที่นั่น ตำรับยาข้าจะเขียนให้ และจะให้คนไปส่งท่านให้ถึงที่ พ่อบ้านหวัง…“ นางสบตาคนที่ดูแลคนทั้งจวนมาด้วยสาวตาขอบคุณ
”คนๆนั้นสำคัญมาก ไปถึงท่านจะรู้เอง ตำหรับยา เวลากิน การรักษา รวมถึงหากฟื้นขึ้นมาต้องทำอย่างไรต่อไปข้าจะเขียนบอกไว้ให้ทั้งหมด ตะวันตกดินเมื่อไหร่ เตรียมตัวออกเดินทาง“ หยกแผ่นนึงวางลงบนมือเขา มือหนาสั่นเทาเมื่อหยิบขึ้นมาดูแล้วพบว่า…
”คะ คุณชาย!!“ ดวงตาฟ่าฟางเบิกกว้าง
”ชู่ววว เรื่องนี้อย่าได้แพร่งพราย ทุกคนในจวนนี้จะรู้เพียงว่า ท่านออกไปขอพรให้อาการป่วยของข้าทุเลา“ เขาถือหยกมาไว้ในเสื้อแนบอก ก่อนจะประสานมือด้วยน้ำตา
”ข้าจะตั้งใจขอพรให้ท่าน ทั้งวัน ทั้งคืน ไม่มีเหน็ดเหนื่อยขอรับ!!“
