บทที่ 4 เสน่ห์ที่เย้ายวน
แสงแดดยามเช้าทอประกายลงบนหลังคากระเบื้องสีเข้มของเมืองเปียนเฉิง กลิ่นหอมของสบู่สมุนไพรตระกูลเย่เริ่มขจรขจายไปไกลกว่าย่านชานเมือง จากสตรีชาวบ้านที่เคยใช้ขี้เถ้าซักล้าง บัดนี้เริ่มถวิลหาความหอมละมุนและสัมผัสนุ่มนวลจากก้อนหอมตระกูลเย่ ที่มีให้เลือกทั้งกลิ่นกุหลาบป่าและกลิ่นดอกกุ้ยฮวาอบร่ำ
"พี่ใหญ่ ท่านช่วยแยกสบู่ชุดพิเศษนี้ไว้ทีเจ้าค่ะ ข้าจะนำไปจัดแสดงที่ย่านการค้าใจกลางเมือง"
เย่ซิงเยว่ในวันนี้สวมชุดสีฟ้าอ่อนที่นางซื้อมาใหม่แม้จะดูเรียบง่ายทว่ากลับส่งเสริมให้ทรวดทรงของนางดูโดดเด่นขึ้น หน้าอกหน้าใจที่ขนาดพอเหมาะพอดีตามแบบฉบับสาวแรกรุ่นที่ได้รับสารอาหารครบถ้วนขึ้นมาบ้าง ดันเนื้อผ้าออกมาจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่ทรงเสน่ห์ นางรวบผมขึ้นอย่างทะมัดทะแมง แววตาคมกริบฉายแววความมุ่งมั่นของเถ้าแก่เนี้ยสาว
ทว่าความสำเร็จของนางกลับไปขวางหูขวางตาใครบางคนเข้า...
"นั่นน่ะหรือ... แม่ค้าสบู่ที่เขาลือกันว่าหน้าตาสะสวยแต่กิริยาไพร่ยิ่งนัก" เสียงแหลมสูงดังขึ้นที่หน้าแผงของซิงเยว่
สตรีในชุดผ้าไหมหรูหราสีชมพูเข้ม รายล้อมด้วยสาวใช้สามสี่คนเดินตรงเข้ามา นางคือ คุณหนูมู่เสี่ยวหลาน บุตรสาวของคหบดีผู้ทรงอิทธิพลในย่านนี้ที่ทำกิจการเครื่องหอมเช่นกัน มู่เสี่ยวหลานมองซิงเยว่ด้วยสายตาเหยียดหยาม ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าเนียนใสของซิงเยว่ที่ไร้เครื่องประทินผิวทว่ากลับงดงามธรรมชาติ
"นึกว่าใครที่ไหน... ที่แท้ก็แค่เด็กสาวบ้านนอกที่อาศัยโชคช่วยเพียงเล็กน้อย" มู่เสี่ยวหลานแค่นยิ้ม "เจ้าเอาเศษสบู่พวกนี้มาขายในเปี้ยนจิงจริงๆ รึ? ช่างไม่เจียมตัวเสียเลย"
ซิงเยว่เงยหน้าขึ้น แววตาของนักสู้ ที่ผ่านสังเวียนมานับร้อยแมตช์จับจ้องคู่ต่อสู้ตรงหน้าอย่างนิ่งสงบ "เศษสบู่ของข้าอาจจะดูไร้ค่าในสายตาท่าน แต่ผู้คนในเปียนจิงเขารู้ดีว่าอะไรคือของจริง อะไรคือของปลอมที่อาศัยเพียงยศถาบรรดาศักดิ์มาข่มเหงผู้อื่น"
"เจ้า! กล้าดีอย่างไรมาต่อปากต่อคำกับข้า!" มู่เสี่ยวหลานโกรธจนหน้าดำหน้าแดง "คนต่ำต้อยเช่นเจ้าควรจะคุกเข่าขอขมาข้าเดี๋ยวนี้!"
"คุกเข่างั้นรึ? ในชีวิตของข้าไม่มีคำนั้นเจ้าค่ะ... ยกเว้นเสียแต่ว่าข้าจะทำให้ท่านลงไปคุกเข่าเอง" ซิงเยว่ก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีกดดันแผ่ออกมาจนพวกสาวใช้ถึงกับผงะถอย
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด รถม้าหรูที่มีตราสัญลักษณ์ตระกูลเซี่ยก็เคลื่อนเข้ามาจอดใกล้ๆ ผ้าม่านถูกเปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรของเซี่ยหยางเฟย เขาก้าวลงจากรถม้าด้วยท่าทางสง่างาม มือคลี่พัดโบกเบาๆ อย่างใจเย็น
"โอ้... มีเรื่องสนุกอะไรกันที่นี่หรือ? เหตุใดคุณหนูมู่ถึงได้ส่งเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของข้าเช่นนี้"
เซี่ยหยางเฟยเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างสตรีทั้งสอง แววตาที่เขามองมู่เสี่ยวหลานนั้นเย็นชาและคุกคามจนนางถึงกับใจสั่นด้วยความกลัว ทว่าเมื่อเขาหันมาหาซิงเยว่ สายตาพยัคฆ์นั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับและเจ้าเล่ห์หน่อยๆ ทันที
"ซิงเยว่... ยอดดวงใจของข้า เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ถูกสตรีหน้าตาประหลาดพวกนี้รังแครึเปล่า?" เขาปรี่เข้าไปหาซิงเยว่ พลางทำท่าจะโอบไหล่นาง แต่โดนซิงเยว่ศอกใส่สีข้างอย่างรวดเร็วจนเขาต้องร้อง อุ๊บ!
"พี่หยางเฟย! ท่านรู้จักนังเด็กนี่ด้วยหรือเจ้าคะ?" มู่เสี่ยวหลานถามด้วยเสียงสั่น พลางพยายามปั้นหน้ายิ้มประจบ
เซี่ยหยางเฟยไม่ได้ปั้นหน้ายิ้มตอบ เขาเพียงกระตุกยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจ "รู้จักงั้นรึ? ข้าคือทาสผู้ภักดีของแม่นางเย่ต่างหาก... คุณหนูมู่ ท่านควรจะรู้ไว้ว่า หากท่านแตะต้องนางแม้เพียงปลายนิ้ว ข้าจะทำให้กิจการเครื่องหอมของตระกูลมู่กลายเป็นกองขี้เถ้าในชั่วข้ามคืน"
มู่เสี่ยวหลานหน้าซีดเผือด นางรู้ดีว่าตระกูลเซี่ยมีอิทธิพลเพียงใด นางสะบัดหน้าหนีออกไปทันทีด้วยความอับอายและเคียดแค้น
เมื่อศัตรูจากไป เซี่ยหยางเฟยก็หันมาทำหน้าน่าสงสารใส่ซิงเยว่ทันที "โอย... ซิงเยว่ เจ้าศอกใส่ข้าแรงเหลือเกิน ข้าว่าซี่โครงข้าน่าจะหักแล้วล่ะ เจ็บเหลือเกิน... เจ้าช่วยดูแลข้าหน่อยได้ไหม?"
เขาล้มตัวลงแสร้งทำเป็นขาแข้งอ่อนแรง จนต้องไปพิงอยู่ที่แผงสบู่ของนาง พลางช้อนตาขึ้นมองอย่างอ้อนวอน แววตาพยัคฆ์ที่แกล้งทำเป็นลูกสุนัขบาดเจ็บนั้นดูขัดกันจนน่าขำ
"เลิกแสดงละครได้แล้ว เจ้าคนสับปลับ" ซิงเยว่ด่าพลางกอดอก "ท่านมาทำไมอีก? วันนี้สบู่ข้ายังไม่ได้แกะแม่พิมพ์เลย ไม่มีอะไรให้ท่านเหมาหรอกนะ"
"ใครบอกว่าข้ามาเหมาสบู่... ข้ามาเหมาหัวใจเจ้าต่างหาก" เขาพูดคำเลี่ยนๆ ออกมาพร้อมกับยิ้มกะล่อน "ข้าได้ยินว่าที่จวนตระกูลหลิวจะมีงานเลี้ยงรวมตัวเหล่าคุณหนูในเปียนเฉิง ข้าอยากให้เจ้าไปที่นั่น... ไปแสดงให้คนพวกนั้นเห็นว่า ก้อนหอมของเจ้าวิเศษเพียงใด"
ซิงเยว่หรี่ตามอง "ท่านต้องการอะไรกันแน่?"
"ข้าแค่อยากเห็นเจ้าเฉิดฉาย... และข้าก็อยากจะหาโอกาส ขาหัก ต่อหน้าเจ้าอีกสักรอบ สองรอบ" เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกระซิบข้างหูนาง "และข้าจะคอยกันพวกสตรีมดปลวกไม่ให้มายุ่งกับเจ้าเอง... ถือว่าเป็นรางวัลที่เจ้าอนุญาตให้ข้าโดนเหยียบเท้าเมื่อวาน"
ซิงเยว่รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แก้ม แม้นางจะรำคาญ เจ้าคนถ่อย ผู้นี้เพียงใด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความกะล่อนที่แฝงไปด้วยความจริงใจ และหน้าด้าน ของเขากำลังเริ่มสั่นคลอนหัวใจนักสู้ของนางอย่างช้าๆ
"ตกลง ข้าจะไป... แต่ถ้าท่านมาลุ่มล่ามกับข้าที่งาน ข้าจะบิดคอท่านต่อหน้าทุกคนแน่!"
"บิดเลยยอดดวงใจ ข้าเตรียมคอไว้รอเจ้าแล้ว!" เซี่ยหยางเฟยตอบรับอย่างร่าเริง พลางแอบยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะที่สามารถพาแม่แมวป่าตัวน้อยก้าวเข้าสู่วังวนของเขาได้อีกก้าวหนึ่ง
