บทที่ 8 ทะลุมิติมาเป็นนางเอกที่กลับมาทวงคืนทุกอย่าง 80s
บทที่ 8 ทะลุมิติมาเป็นนางเอกที่กลับมาทวงคืนทุกอย่าง 80s
เช้าวันต่อมา...
เหวินหยวนได้มาที่บ้านจ้าว ชายหนุ่มก้าวเข้ามาในบ้านพร้อมรอยยิ้ม ท่าทีของเขาดูอบอุ่นและอ่อนโยน ทว่าดวงตากลับไม่ได้มองจ้าวซีซีแม้แต่น้อย เพราะสายตาของเขาแอบเหลือบไปทางที่จ้าวมู่อิงยืนอยู่ด้านหลังพี่สาวอย่างแนบเนียน
จ้าวซีซีรับรู้ถึงทุกการกระทำของเขา เธอหัวเราะเยาะในใจอย่างเย็นชา แต่ยังคงรักษาท่าทีอ่อนแอเช่นเคย พลางพูดคุยกับเหวินหยวนด้วยน้ำเสียงเรียบร้อยไม่ผิดไปจากเดิม
ไม่นานนักจ้าวหมิงหมิงก็เดินเข้ามา ซึ่งมาในจังหวะที่เหมาะสม จ้าวหมิงหมิงมาพร้อมกับท่าทีแข็งกร้าว เธอไม่ปิดบังความไม่พอใจที่มีต่อจ้าวซีซีเลยแม้แต่น้อย
และนี่ก็เป็นโอกาสที่จ้าวซีซีรออยู่!
“เสี่ยวหมิง วันนี้พี่เหวินหยวนมาเยี่ยมพี่ แต่ดูเหมือนเขาจะสนใจเสี่ยวอิงมากกว่านะ” หญิงสาวกระซิบข้างหูของจ้าวหมิงหมิงเพื่อให้ได้ยินกันสองคน ซึ่งคำพูดนั้นแฝงไปด้วยความตั้งใจ เพราะเธอคิดแผนบางอย่างได้
จ้าวหมิงหมิงชะงักเล็กน้อย พร้อมกับหรี่ตาลงอย่างระแวง ราวกับกลัวว่าญาติผู้พี่คนนี้จะมีแผนการชั่วอะไรอีก
“อะไรของเธอ”
จ้าวซีซีรีบส่ายหน้า แล้วแสร้งทำเป็นหวาดกลัว
“ก็แค่พูดไปตามที่เห็น ไม่เชื่อลองสังเกตดูสิ”
แม้ตอนแรกจ้าวหมิงหมิงจะไม่เชื่อ แต่เพราะความขี้อิจฉาเลยทำให้ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ จึงแอบเฝ้าสังเกตเหวินหยวนกับจ้าวมู่อิง และไม่นานนักก็พบความจริงที่ทำให้เลือดขึ้นหน้า เพราะทั้งสองลอบส่งสายตาให้กันจริง ๆ
เมื่อเห็นกับตาตัวเองแล้วว่า เหวินหยวนที่เธอหมายปองมาตลอด กลับมีสายตาอ่อนโยนให้กับจ้าวมู่อิงญาติของตัวเอง
จ้าวหมิงหมิงจึงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธแค้น
‘ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่ นังเสี่ยวอิง’
เมื่อเห็นท่าทางของจ้าวหมิงหมิง จ้าวซีซีจึงยิ้มเยาะในใจ เพราะแผนการที่วางไว้ประสบผลสำเร็จบางส่วนแล้ว เหลือเพียงก็แต่ให้ทั้งสองตีกันเอง
และนับแต่นั้นมาจ้าวหมิงหมิงจึงเปลี่ยนเป้าหมายของความเกลียดชังจากจ้าวซีซีไปที่จ้าวมู่อิงแทน
เธอเริ่มจับผิดจ้าวมู่อิงทุกอย่าง ไม่ว่าจ้าวมู่อิงจะทำอะไรก็จะถูกจ้าวหมิงหมิงหาเรื่องเล่นงานเสมอ ทั้งพูดแดกดัน ทั้งกลั่นแกล้ง ทั้งเสียดสีอย่างไม่เกรงใจ
ปกติแล้วเมื่อใดก็ตามที่จ้าวมู่อิงถูกกลั่นแกล้ง และพี่สาวอย่างจ้าวซีซีในอดีตยืนอยู่ตรงนั้นก็มักจะต้องรับเคราะห์แทนเสมอ
ทว่าในครั้งนี้กลับเปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อจ้าวซีซีเลือกที่จะเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ เธอแกล้งทำเป็นไม่รับรู้และหาทางหลบเลี่ยงจากสถานการณ์ตรงหน้าได้ตลอด
เมื่อไม่มีพี่สาวคอยช่วยเหลือ จ้าวมู่อิงก็ต้องรับเคราะห์ไปเต็ม ๆ
แต่เพราะยังต้องรักษาภาพลักษณ์อ่อนหวานและแสนดีต่อหน้าผู้อื่น จ้างมู่อิงจึงไม่สามารถตอบโต้จ้าวหมิงหมิงได้ตรง ๆ
ความอึดอัดและความคับข้องใจเริ่มสะสมมากขึ้น จนในที่สุดก็ตัดสินใจเล่นบทเหยื่อ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเหวินหยวน จึงแสร้งทำเป็นน้อยใจและอ่อนแอเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
อย่างเช่นวันนี้ที่กลางลานบ้าน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นตามมาด้วยเสียงโวยวายของจ้าวหมิงหมิง
“อาอิง เธอไม่รู้หรือว่าฉันกำลังจะใช้กะละมังนั่น”
เสียงนี้ทำให้จ้าวมู่อิงสะดุ้งเฮือก หันไปมองญาติผู้พี่ที่มีสีหน้าถมึงทึง สายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
“ฉัน… ฉันไม่รู้…” เธอรีบพูดเสียงสั่น พยายามทำเป็นไม่รู้เรื่อง
แต่จ้าวหมิงหมิงไม่คิดจะปล่อยไปง่าย ๆ
เพียะ!
เสียงฝ่ามือฟาดลงบนไหล่ของจ้าวมู่อิงดังขึ้นอย่างแรง ทำให้ร่างของเธอเซถอยไปเล็กน้อย ใบหน้าซีดลงแต่ยังคงฝืนยิ้มอย่างอ่อนหวานออกมา
“พี่หมิงหมิง ฉันขอโทษ…” หญิงสาวแสร้งทำเสียงอ่อนเสียงหวาน และมีท่าทีหวาดกลัว
ทว่าจ้าวหมิงหมิงกลับไม่สนใจ แต่เธอกลับเหยียดยิ้มเดินเข้ามาใกล้จ้าวมู่อิงอย่างคุกคาม แล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดที่หน้าผากและผลักหัวของอีกฝ่ายจนถอยหลังไปอีกก้าว
“คิดว่าทำตัวน่าสงสารแล้วฉันจะยกโทษให้หรือไง”
จ้าวมู่อิงกัดริมฝีปากแน่น เธอรู้ว่าถ้ายืนนิ่งหรือว่ายืนอยู่เฉย ๆ จะต้องถูกกลั่นแกล้งหนักกว่านี้แน่ จึงเตรียมจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก่อนที่จะได้ส่งเสียงก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่ประตูบ้าน
