ตอนที่ 1 อยากมีลูก
ในปัจจุบัน มีคู่รักหลายคู่ที่พยายามจะสร้างครอบครัวและมีลูกด้วยกัน แต่ก็อาจไม่เป็นไปอย่างที่ตั้งใจ และหนึ่งในแนวทางที่จะช่วยให้คู่รักเหล่านั้นสมหวัง ได้มีโซ่ทองผูกใจในราคาที่ประหยัดกว่าการทำกิฟต์ นั่นก็คือ การฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก หรือเรียกง่ายๆ ว่าการผสมเทียม ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้รักษาภาวะมีบุตรยากในเบื้องต้น ทั้งยังมีความใกล้เคียงกับธรรมชาติ และให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจยิ่ง
ภควดีแต่งงานกับอติรุจผู้เป็นสามีมาเกือบจะครบสามปีเต็มแล้ว แต่เมื่อเร็วๆ นี้ ชายหนุ่มกลับเกิดอยากจะมีลูกขึ้นมาอย่างกระทันหัน จนทำให้ตัวเขามีท่าทีกลุ้มอกกลุ้มใจเป็นอย่างมาก สาเหตุสำคัญมาจากเงื่อนไขของมารดา ที่ประกาศชัดว่าจะยกมรดกให้แก่ลูกๆ ที่แต่งงานและมีบุตรแล้วเท่านั้น
ในอดีต มารดาของอติรุจได้แต่งงานใหม่กับชาวต่างชาติผู้มั่งคั่ง จนมีทรัพย์สินมรดกรวมกันมากมาย คุณพจมานมารดาของเขาได้ให้สัญญาว่า หากอติรุจมีลูกเมื่อไหร่ เธอจะแบ่งทรัพย์สินส่วนหนึ่งให้ทันที ซึ่งในเวลานี้ อติรุจกำลังตกอยู่ในภาวะลำบากและตึงมือ เพราะยังคงต้องแบกรับภาระผ่อนทั้งบ้านและรถ เขาจึงหวังอยากได้เงินมรดกของมารดามาช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินให้หมดไป ชายหนุ่มจึงตัดสินใจนำเรื่องนี้มาปรึกษากับภควดี ภรรยาสาวสวย
“วดี...เพื่อนพี่แนะนำโรงพยาบาลแล้วก็บอกชื่อหมอมาแล้วนะ”
“แล้วเพื่อนพี่ว่าไงบ้างคะ เค้าทำแล้วติดลูกมั้ย”
“ติดได้สองเดือนแล้ว กำลังจะไปอัลตร้าซาวด์ดูเพศวันนี้แหละ”
“วดีอยากรู้เหตุผลของคุณแม่ค่ะ ว่าทำไมเราต้องมีลูกก่อน ท่านถึงจะแบ่งทรัพย์สินให้”
“เฮ่อ!!! สงสัยแกคงเห็นหลานมั้ง..”
“แม่พี่นี่ก็เล่นใหญ่เนาะ ทำเป็นเหมือนละครหลังข่าวไปได้”
“แกคงเห็นว่าน้องสาวของพี่มีลูกแล้วมั่ง”
อติรุจเอ่ยถึงน้องสาวคนละพ่อ เธอได้รับทรัพย์สินมรดกจากมารดาไปก่อนแล้วจากการคลอดลูกแฝดด้วยวิธีการทำกิฟต์ ทำให้อติรุจอยากใช้วิธีนี้บ้างเพื่อความรวดเร็ว ทั้งที่ในความเป็นจริง ภควดีคิดมาตลอดว่าสาเหตุที่เธอไม่มีลูกเสียที ก็เพราะอติรุจไม่ค่อยยอมทำการบ้านเลยต่างหาก ยิ่งช่วงหลังๆ มานี้ เขายิ่งแทบไม่เคยแตะต้องเรือนร่างงามของเธอเลยด้วยซ้ำ เธอจึงอยากให้เขาลองพยายามด้วยวิธีธรรมชาติดูก่อน แต่อติรุจกลับปฏิเสธและอ้างว่ามันเสียเวลา เพราะเป้าหมายเดียวของเขาคือการนำเงินมรดกมาเคลียร์หนี้สินให้จบสิ้นไป
“แล้วพี่คิดเหรอ ว่าถ้าพี่มีลูกแล้ว พี่จะได้ทรัพย์สินพอ ๆ กับน้องสาวของพี่น่ะ”
ภควดีตั้งคำถามด้วยความสงสัย เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าอติรุจเป็นเพียงลูกติดจากสามีเก่า แถมยังเติบโตมากับฝั่งบิดาตั้งแต่เด็กๆ และเขาก็เพิ่งจะตามหามารดาเจอได้ไม่นานนี้เอง
“ก็คงไม่หรอกมั่ง เพราะพี่ไม่เคยอยู่กับแม่เลย ที่แม่จะให้ก็คงอยากให้พี่อยู่สบายมากกว่านี้”
“คือยังไงพี่ก็ต้องมีลูกให้ได้ใช่มั้ย” วดีถามออกไปอย่างเหลืออดกับความเร่งร้อนของสามี
“ใช่”
“งั้นพี่ก็ควรทำการบ้านบ้างนะคะ ถ้าทำแล้วมันไม่ได้ผลพี่ก็ไปตรวจสเปริ์มของพี่ซะ เพราะวดีเพิ่งจะอายุย่าง 25 ปีเอง ปัญหามีลูกยากมันคงไม่ได้เกิดจากวดีหรอก”
ภรรยาสาวตัดพ้อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจผสมความหงุดหงิด เพราะระยะหลังมานี้ สามีไม่เคยหันมาระบายไฟปรารถนาหรือแสดงความรักต่อเธอเลยแม้แต่น้อย แล้วจู่ๆ จะมาอ้างว่าอยากมีลูก พร้อมกับผลักภาระให้เธอต้องไปทำกิฟต์หรือผสมเทียม มันจะสมเหตุสมผลได้อย่างไรกัน
“คือพี่ใจร้อนน่ะ แล้วก็อยากให้วดีไปตรวจพร้อมกันกับพี่เลยจะได้จบในคราเดียว เผื่อหมอเค้าจะได้แนะนำว่าเราควรทำอย่างไร ไปเถอะนะ”
ผู้เป็นสามีเอ่ยน้ำเสียงอ้อนวอน ช้อนสายตามองภรรยาอย่างขอร้อง ภควดีถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปเพื่อตัดรำคาญ
“ก็ได้ค่ะ แต่ไม่ใช่วันนี้นะคะ เพราะวดีมีสอน”
“พรุ่งนี้วดีลาสักครึ่งวันได้มั้ยละ เดี๋ยวพี่คุยกับไอ้พลมันให้”
อติรุจเอ่ยถึง เจตพล ผู้อำนวยการโรงเรียนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขาเอง และเป็นคนที่ช่วยฝากฝังภควดีเข้าไปทำงานเป็นครูสอนพิเศษภาษาจีนที่โรงเรียนแห่งนั้น ซึ่งภควดีได้แต่พยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยที่ไม่รู้เลยว่า การยื่นมือเข้ามาจัดการของสามีในครั้งนี้ กำลังจะนำพาชีวิตคู่และเรือนร่างอันเย้ายวนของเธอ ไปพบกับจุดเปลี่ยนสุดวาบหวามที่คาดไม่ถึง
