บทที่ 8 ทำงานวันแรก (2)
“นะ...หนูทานได้ค่ะ ตักมาเลยก็ได้ค่ะ ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ที่ทำให้ยุ่งยากนะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มบาง ๆ พลางโค้งศีรษะลงแทนคำขอโทษที่เธอทำตัวเรื่องมาก
ไม่ทันคิดก่อนว่าการกระทำของตัวเองนั้นจะทำให้การทำงานของเหล่าแม่บ้านหนักขึ้น แถมยังต้องมีปากเสียงกันก็เพราะเธออีก
“ก็แค่นั้น! เรื่องมากแบบนี้ระวังอยู่ไม่นานนะนังหนู!”
ปลายฝนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอเมื่อได้รับแรงกระแทกจากถาดที่ส่งคืนมาสู่มือ
ต้มแซ่บร้อน ๆ มื้อนี้เห็นทีจะต้องทานลงคอด้วยความฝืดเคืองเสียแล้ว เพราะเธอรับรู้ได้ทันทีว่ากำลังถูกจั่วหัวว่าเป็นแกะดำที่ไม่มีใครอยากสร้างมิตร แม้กระทั่งแม่บ้านที่ตักกับข้าวให้ก็ดูท่าแล้วว่ารังเกียจศัตรูอย่างเธอนักหนา
เห็นทีว่าการอยู่ในไร่แห่งนี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ซะแล้วสิ...
ข้าวตอนเที่ยงแต่เป็นมื้อแรกของวันถูกกลืนลงท้องไปเพียงสองคำ สายตาและคำนินทารบเร้าให้เธอต้องลุกออกจากที่นั่นเพราะไม่สามารถนั่งเมินเฉยได้อย่างไม่รู้สึกรู้สา
ความรับผิดชอบตอนบ่ายไม่ใช่งานใช้แรงอีกต่อไป คราวนี้เธอต้องมาตรวจเช็กออเดอร์ในขณะที่อัศวินกำลังประชุมเหล่าคนงานที่รับผิดชอบออเดอร์ล็อตใหญ่ในวันถัดไป
“พี่คะ นี่ค่ะใบออเดอร์ ส่งของแล้วอย่าลืมให้ลูกค้าเซ็นรับด้วยนะคะ” ปลายฝนส่งใบรับสินค้าให้กับคนงานที่กำลังจะขับรถออกไปส่งผักให้กับแม่ค้าในตลาดรอบบ่าย
“เป็นพนักงานใหม่ที่นี่เหรอจ๊ะน้องสาว พี่ไม่เคยเห็นหน้าเลย ทำอยู่ในออฟฟิศล่ะสิ” คำพูดกึ่งแซวที่ออกมาจากปากคนงานหนุ่ม พร้อมด้วยรอยยิ้มแพรวพราวเรียกเสียงหัวเราะจากคนงานที่อยู่รอบข้างยกใหญ่
ทุกสายตาต่างก็จดจ้องมองมาที่เธอเป็นตาเดียว แถมมันยังเป็นการมองที่ไม่ให้เกียรติเธอเป็นที่สุด!
“น้องเขาไม่ตอบว่ะ แต่สวย ๆ แบบนี้ก็คงทำในออฟฟิศแหละมึง เขาคงไม่มาทำไร่แบบพวกเราหรอก”
ออฟฟิศที่ว่าก็เป็นสถานที่ที่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานเอกสารทั้งหมด การทำงานที่ไร่แห่งนี้จะแบ่งเป็นพวกคนงานที่ทำงานให้กับไร่ พนักงานที่ออฟฟิศที่จะคอยดูแลเรื่องเอกสารและออเดอร์การสั่งซื้อทั้งหมด และแม่บ้านที่จะคอยดูแลทำความสะอาดรวมถึงอากาศมื้อกลางวันและมื้อเย็นให้กับทุกคนที่นี่
“เพิ่งมาใหม่แบบนี้ให้พี่ช่วยสอนง่ายไหมจ๊ะ”
“นั่นสิ ให้พี่ช่วยดีกว่านะคนสวย”
“อ๊ะ! ไม่ต้อง! ไม่มีความจำเป็นอะไรที่พวกคุณจะมาสอนงานให้ฉัน!”
“น้องเขาหยิ่งซะด้วยว่ะมึง”
“เฮ้ย นั่นมันผู้ช่วยคนใหม่ของนายอัศนะเว้ย กูว่าอย่ายุ่งเลยว่ะ” เสียงหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาแต่ก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเอ่ยเตือน
ผู้ช่วยของนายก็แปลว่าจะต้องใกล้ชิดและสนิทสนมกับนายพอสมควร หากเธอเอาเรื่องนี้ไปฟ้องก็คงจะเดือดร้อนกันหมด
“แล้วไงวะ ผู้ช่วยนายแต่ไม่ใช่เมียนายสักหน่อย นาน ๆ ทีจะมีสาวสวยมาเป็นอาหารตากูก็ขอเต๊าะบ้างนิดหน่อยไม่ได้หรือไงไอ้ชิด”
“ตอนนี้คือเวลาทำงานไม่ใช่เวลาที่จะมาทำเรื่องไร้สาระ ฉันขอเตือนพวกคุณดี ๆ นะคะพวกคุณควรจะไปทำหน้าที่ของตัวเองให้เรียบร้อย ใบออเดอร์ที่ฉันเพิ่งให้ไปก็กรุณาตรวจสอบด้วย แล้วก็อย่าลืมให้ผู้รับเซ็นด้วยว่าได้รับสินค้าตรงตามที่สั่ง” ปลายฝนกักเก็บความโกรธเอาไว้ให้ลงลึกที่สุดก่อนจะร่ายยาวบอกตักเตือนด้วยท่าทางเอาจริง เธอเกลียดและอยากอยู่ห่างคนที่ไม่ให้เกียรติเธอก็จริง แต่ตอนนี้เธอก็กำลังอยู่ในหน้าที่ของตัวเองเช่นกัน
“ฮึ...ก็ได้ ๆ ตกลงตามนั้นจ้ะน้องสาวคนสวย พี่จะทำตามที่น้องบอกทุกอย่างเลย” มือหยาบกร้านรับใบออเดอร์มาจากมือของหญิงสาวโดยไม่ลืมที่จะกอบกุมสัมผัสเข้ากับข้อมือเล็กจนเธอต้องสะบัดออกอย่างนึกรังเกียจ
ปลายฝนถอยหลังหนีเมื่อถูกคุกคามด้วยสายตาและวาจา แต่แสงแดดจ้าที่สาดส่องมากลับทำให้เธอชะงัก ความปวดตุบที่ศีรษะเข้าเล่นงานจนเดินไปต่อไม่ได้
อาการวิงเวียนหน้ามืดเข้าเล่นงานจนหญิงสาวไม่สามารถขยับตัวได้ หากแต่ว่าเสียงหัวเราะและท่าทางคุกคามของคนงานกลับทำให้เธอต้องรีบพาร่างกายของตัวเองออกไปจากที่ตรงนี้ให้เร็วที่สุด
หญิงสาวเดินออกไปด้วยอาการไม่สู้ดีนัก แต่เธอยังประคองสติและกำหนดลมหายใจเข้าออกหวังให้สิ่งที่เป็นอยู่บรรเทาลงได้บ้าง
“สวัสดีค่ะคุณปลายฝน”
“คุณ...”
ทว่าเสียงเรียกพลันทำให้ปลายฝนเชยใบหน้าขึ้น ดวงตาพร่าเรือนมองเห็นคนตรงหน้าไม่ชัดเจน และมันเริ่มจางหายและถูกแทนที่ด้วยความดำมืดมิดไปทั้งหมด
