บทที่ 5 ผลักไส (4)
สองพี่น้องกอดกันกลมประท้วงท่าเดียวว่าจะไม่ไปเหยียบย่ำในถิ่นของเขาเป็นแน่
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามเธอเชื่อว่าการไปอยู่ที่ไร่แห่งนั้นแทบจะไม่ต่างจากการตกนรกขุมลึกสุดเลยสักนิด!
“พ่อขอล่ะ พ่อตัดสินใจดีแล้ว พ่อไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ ลูก”
“เหตุผลของพ่อคืออะไร ทำไมต้องผลักไสฝนด้วย พ่อมีเหตุผลอะไรถึงจะต้องให้ฝนไปอยู่ที่ไร่ของศัตรู การที่พ่อขายไร่ให้เขามันก็ไม่ได้แปลว่าลูกสาวของพ่อจะต้องไปเป็นของของเขานะพ่อ!”
“พ่อไม่ได้คิดว่าฝนเป็นสิ่งของนะลูก พ่อมีความจำเป็นจริง ๆ ฝนไปอยู่ที่นั่นเถอะ พ่อขอล่ะ...ฉันขอล่ะนะ ให้ลูกสาวของฉันไปทำงานที่นั่นก็ได้ ให้ลูกสาวของฉันไปอยู่ที่ไร่กมลทีเถอะ”
คำขอของพ่อเลี้ยงรณทำเอาอัศวินถึงกับหนักอึ้งสับสนพัลวัน ไม่รู้ว่าครอบครัวนี้จะมาไม้ไหนกันแน่ การให้ศัตรูเข้ามาถึงที่ถิ่นนั้นจะเกิดผลดีหรือผลร้ายต่อตัวไร่ของเขาหรือเปล่า
เขาไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นแต่ที่มั่นใจก็คือผลเสียของไร่พันทิพย์ที่จะเสียคนบริหารงานอย่างลูกสาวคนกลางไป
พ่อเลี้ยงรณคิดจะทำอะไรกันแน่...
“ยังไงฝนก็ไม่ไป! พ่อได้ยินไหมว่าฝนไม่ไป!” ปลายฝนตวาดกร้าวตอกหน้าผู้เป็นพ่อทั้งหยาดน้ำตา เธอเสียใจที่ถูกผลักไสให้กับศัตรู ยังหาเหตุผลไม่ได้เลยว่าทำไมพ่อถึงทำเช่นนี้ได้ลงคอ
เธอไม่ใช่ลูกของเขาหรอกหรือถึงได้ทอดทิ้งกันแบบนี้!?
“ถ้าพ่อเลี้ยงต้องการแบบนั้นผมก็ตกลง ผมจะให้ลูกสาวของคุณเป็นผู้ช่วยของผมระหว่างอยู่ที่ไร่แล้วกัน ส่วนที่ไร่นี้ผมก็จะให้เธอเป็นคนคอยรายงานว่าพวกคุณใช้พื้นที่ตรงนี้ในการทำอะไรบ้าง ส่งออกไปที่ไหน ได้กำไรกี่เปอร์เซ็นต์ ตกลงไหมครับ?”
“เรื่องรายได้ฉันจำเป็นต้องบอกด้วยหรือไง!”
“จำเป็นสิครับ มันคือพื้นที่ของผม ผมจำเป็นต้องรู้ว่าพ่อเลี้ยงทำอะไรกับมันบ้าง ส่งขายที่ไหน กำไรเป็นยังไง เอาน่า...แค่ผมใจดียกพื้นที่ให้ใช้ครึ่งปีมันก็มากพอแล้วนะครับ”
คนกลางอย่างปลายฝนได้แต่ปาดน้ำตาฟังบทสนทนาที่ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอยู่เงียบ ๆ ไม่ใช่ว่าเธอยอมแพ้เพียงแค่กำลังหาทางออกให้กับตัวเองอยู่ต่างหาก
“ก็ได้...เอาแบบนั้นก็ได้!” รณภพจำใจตอบตกลงกับความต้องการกับเจ้าของไร่คนใหม่ ชอกช้ำสะเทือนใจอยู่เหมือนกันที่จะต้องคอยรายงานการทำงานให้กับคนรุ่นลูกที่กำลังจะเป็นเจ้าของพื้นที่ไร่ที่เขารักและหวงแหน
“ส่วนเรื่องลูกสาวของคุณจะย้ายมาวันไหนก็บอกแล้วกันนะครับ ผมจะได้จัดเตรียมที่หลับที่นอนไว้ให้” ร่างสูงเหยียดกายขึ้นเมื่อถึงเวลาที่จะต้องกลับเสียที
ถึงจะมีแต่ความแปลกใจถาโถมเข้ามาเต็มอก แต่สิ่งที่ได้รับกลับบ้านก็คือชัยชนะหอมหวานนั่นก็คือพื้นที่ไร่พันทิพย์ที่คนกระเป๋าหนักนับร้อยนับพันอยากได้จนตัวสั่น แต่เขากลับได้มันมาครอบครองโดยที่ไม่ต้องออกแรงให้เหน็ดเหนื่อย
“วันนี้...ปลายฝนจะไปอยู่ที่ไร่ของคุณวันนี้!”
“ว่าไงนะพ่อ!” จากที่เงียบเป็นต้องส่งเสียงขึ้นมาอีกครั้ง สายตาหวานทอดมองผู้เป็นพ่อด้วยความชอกช้ำเต็มอก “พ่อทำแบบนี้กับฝนได้ยังไง ฝนลูกพ่อนะ”
“พ่อสั่งให้แกไปแกก็ต้องไป! รีบไปเก็บของซะ แล้วก็ไปอยู่ที่นั่นวันนี้เลย!”
รณภพทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นหากแต่ความเคลือบแคลงและคำว่าน้องศัตรูกลับตะโกนชัดใส่หน้าว่าเขาควรทำอะไรสักอย่างเพื่อข่มขวัญให้ผู้หญิงคนนี้เกรงกลัว
ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้ กระซิบบอกอย่างบางเบาแต่มันกลับทำให้หยิงสาวแตกสลาย ผิดกับตัวเขาที่เหยียดยิ้มอย่างเหนือกว่าเพื่อต้องการย้ำชัดว่าชีวิตของเธอต่อจากนี้จะอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
“ยินดีต้อนรับสู่ไร่กมล ในเมื่อเธอกลับมาเหยียบถิ่นของฉันอีกครั้งก็อย่าหวังว่าจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเลย!”
ผิดหวังและเสียใจที่กำลังจะถูกผลักไสให้ห่างจากบ้านเกิดอันเป็นที่รัก ถูกเนรเทศขับไล่ให้ไปอยู่ในพื้นที่ศัตรูที่ไม่คิดจะย่างกรายให้เกิดความเกลียดชังมากกว่าเดิม
แต่ในวันนี้เธอจะต้องไปอยู่อาศัยในที่แห่งนั้น ตามความต้องการของผู้เป็นพ่อที่ไร้ซึ่งเหตุผล...ไร้ซึ่งคำตอบ...ไร้ซึ่งคำอธิบาย...รู้เพียงว่าชีวิตของเธอนับแต่นี้จะต้องตกอยู่ใต้อำนาจของศัตรูอย่างนายอัศวิน!
