บท
ตั้งค่า

บทที่ 1

เซวียฉิงอินนั่งเหม่ออยู่หน้ากระจกเป็นเวลาครึ่งชั่วยามเต็ม ๆ แล้ว

นางทะลุมิติข้ามเวลามา

พูดให้ถูกคือ นางทะลุมิติไปอยู่ในหนังสือ

เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้ ——

นางทะลุมิเข้ามาอยู่ในร่างของตัวร้ายที่มีชื่อเดียวกับนาง เซวียฉิงอิน ในนิยายเรื่อง ‘พระราชชายาผู้เป็นที่รัก’

นางโดนวางยาพิษตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หลังจากถือกำเนิดมา ร่างกายก็อ่อนแอและบอบบางมาก หากสวมใส่เสื้อผ้าที่หยาบกระด้างหน่อยก็จะเกิดผื่นแดงขึ้นได้ หากโดนลมก็จะเป็นไข้... เอาเป็นว่า จะต้องเลี้ยงดูนางอย่างพะเน้าพะนอ ความสนใจของคนทั้งครอบครัวจึงอยู่ที่นางเพียงคนเดียวมาตั้งแต่เยาว์วัย

เนื่องด้วยเหตุนี้ ขอเพียงเป็นสิ่งที่นางชอบ ก็จะต้องหามาให้ได้

เมื่ออายุสิบสี่ปี นางบังเอิญไปล่วงรู้ว่าพี่ชายไม่ได้เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของตนเอง จึงตกหลุมรักเขา เขาก็คือ เฮ่อซงหนิง ซึ่งเป็นพระเอกของเรื่อง ‘พระราชชายาผู้เป็นที่รัก’

เฮ่อซงหนิงเป็นบุตรนอกสมรสของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน มารดาผู้ให้กำเนิดของเขาไม่คู่ควรที่จะปรากฏต่อหน้าสาธารณชน ฮ่องเต้ชราก็ไม่ได้คิดจะให้เขากลับไป เขาจึงได้รับการเลี้ยงดูในตระกูลเซวีย เข้ามาแทนที่ตำแหน่งบุตรชายคนโตของตระกูลที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทุกคนเรียกเขาว่า "เซวียหนิง"

ทว่า เรื่องนี้นอกจากฮ่องเต้ ใต้เท้าเซวีย และเฮ่อซงหนิงแล้ว แทบจะไม่มีใครรู้

ดังนั้น ในสายตาของคนนอก ความรักของเซวียฉิงอินจึงเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรม

แต่นางยืนกรานที่จะแต่งกับเฮ่อซงหนิงเท่านั้น จึงยื้อเวลามาจนถึงอายุปูนนี้ก็ยังไม่ยอมหารือเรื่องการแต่งงาน

แต่นางกลับไม่รู้ว่าเฮ่อซงหนิงกลับรำคาญนางสุด ๆ มานานแล้ว

ในเนื้อเรื่องนิยาย เขาพยายามอยู่หลายครั้งที่จะให้นางแต่งเป็นอนุภรรยาของเว่ยอ๋องผู้เจ้าชู้หลายใจ ซึ่งรังเกียจนางสุด ๆ

เซวียฉิงอินคิดแล้วก็ถอนหายใจออกมา เสียงของสาวใช้จากด้านนอกพลันดังขึ้นมา

"คุณหนูใหญ่ คุณหนูใหญ่เจ้าคะ! คุณชายใหญ่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ กำลังแบ่งของขวัญอยู่ที่ห้องโถงดอกไม้เจ้าค่ะ คุณชายใหญ่ยังถามถึงคุณหนูใหญ่ด้วยนะเจ้าคะ บอกว่า เหตุใดจึงไม่เห็นคุณหนูใหญ่"

คุณชายใหญ่ที่สาวใช้พูดถึงก็คือเฮ่อซงหนิง

ในตระกูลเซวีย เรียกเขาว่า เซวียหนิง

เซวียฉิงอินได้ยินดังนั้นก็เบะปาก

...อัปมงคลจริง ๆ

นางก้มมองสิ่งที่อยู่ในมือตน

มันคือถุงหอม ด้านบนปักอักษรคำว่า "หนิง"

คุณหนูที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างตามใจเหมือนเจ้าของร่างเดิม ย่อมไม่ถนัดงานเย็บปักถักร้อย

แต่เพื่อให้เฮ่อซงหนิงรับรู้ได้ถึงความตั้งใจของตน นางจึงอดนอนข้ามคืนทำถุงหอมให้เขา ไม่รู้ว่านิ้วโดนเข็มทิ่มแทงไปแล้วกี่ครั้ง

ได้ยินเรื่องเล่าความรักของหนุ่มสาวมาบ้าง นางถึงขั้นจินตนาการว่าตัวเองกำลังปักผ้าอยู่ดี ๆ ก็กระอักเลือดลงไป การทุ่มเทจนเลือดตาแทบกระเด็นเยี่ยงนี้ ย่อมจะทำให้คนที่ตนหมายปองยิ่งซาบซึ้งใจมิใช่หรือ?

แต่ตอนนี้เซวียฉิงอินนึกถึงการกระทำต่าง ๆ ของเจ้าของร่างเดิม ก็กลอกตามองบน

พอมองถุงหอมนี้อีกครั้ง ก็ยิ่งรู้สึกอัปมงคลมากขึ้นไปอีก

เซวียฉิงอินหยิบกรรไกรจากหีบที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา จากนั้นก็ตัดพู่ที่ห้อยอยู่ด้านล่างถุงหอมทิ้งไปก่อน

สาวใช้เห็นดังนั้นก็ตกใจจนแทบจะเป็นบ้า

"คุณหนูทำอะไรเจ้าคะ?"

"คุณหนูเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ รีบไปเชิญฮูหยินเร็วเข้า!"

เซวียฉิงอินหยุดมือลง

แค่ตัดถุงหอมเท่านั้น...ถึงกับต้องระดมผู้คนจำนวนมากเชียวหรือ

ช่างเถอะ

อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นของที่เจ้าของร่างเดิมสิ้นเปลืองแรงใจไปไม่รู้เท่าใดถึงจะทำออกมาได้

วันหลังเปลี่ยนตัวอักษรคำว่า "หนิง" เป็นคำอื่นเสีย แล้วค่อยคิดว่าจะมอบให้ผู้อื่นได้หรือไม่...

เพียงชั่วขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ฮูหยินเซวียก็มาถึงแล้ว

"อินอิน อินอินของแม่ รู้สึกแน่นหน้าอกอีกแล้วหรือ?" ฮูหยินเซวียถือชายกระโปรงขึ้น เดินไม่กี่ก้าวก็มาถึงเบื้องหน้าเซวียฉิงอินแล้ว

เซวียฉิงอินซ่อนถุงหอม ก้มหน้าซบเข้าไปในอ้อมแขนของฮูหยินเซวีย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ว่า

"ช่วงบ่ายข้างีบหลับไป ตื่นขึ้นมาไม่เห็นท่านแม่ ก็เลยคิดถึงเจ้าค่ะ"

ฮูหยินเซวียอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ลูบผมนางพลางพูดว่า "ส่งคนมาเชิญข้าก็ได้แล้ว เหตุใดต้องมาอารมณ์เสียอยู่คนเดียวตรงนี้ด้วยเล่า?"

เซวียฉิงอินไม่พูดอะไร ขอบตาแดงระเรื่อเล็กน้อย

นางมีพ่อแม่ เพียงแต่พ่อแม่ของนางรักน้องชายมากกว่านาง

เมื่อเทียบกันแล้ว ฮูหยินเซวียรักบุตรสาวจนเข้ากระดูก รักถึงขั้นกลายเป็นคนไม่ดีที่ไม่สามารถแยกแยะถูกผิดได้ แต่กลับเป็นมารดาที่นางปรารถนาแต่ก็ไม่มีทางขอมาได้

น่าเสียดาย เจ้าของร่างเดิมเห็นแก่ตัวถึงเพียงนี้ ตอนที่รู้ว่าพี่ชายแท้ ๆ ของนางเสียชีวิตไปแล้ว และเฮ่อซงหนิงก็เป็นพี่ชายตัวปลอม นางเพียงแต่คิดว่าจะแต่งกับเฮ่อซงหนิงได้อย่างไร แต่กลับไม่เคยคิดจะบอกเรื่องเหล่านี้ให้มารดาได้รับรู้เลย

ต้องรู้ว่าฮูหยินเซวียปฏิบัติต่อเฮ่อซงหนิงเสมือนบุตรชายแท้ ๆ แต่เฮ่อซงหนิงกลับชิงชังฮูหยินเซวียอย่างมาก

"พี่ใหญ่ของเจ้ากลับมาแล้ว เอาของขวัญมาให้เจ้าไม่น้อยทีเดียว" ฮูหยินเซวียเอ่ยไปพลางเช็ดหน้าให้เซวียฉิงอิน จากนั้นก็ช่วยประคองนางให้ลุกขึ้นยืน "จะไปดูหรือไม่?"

เซวียฉิงอินพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ "ไม่ไปเจ้าค่ะ ข้าจะนอน"

คิดอยู่ครู่หนึ่ง เซวียฉิงอินก็อดใจไม่ไหวที่จะเอ่ยเสียงเบา "ข้าเปลี่ยนพี่ชายได้หรือไม่เจ้าคะ?"

ฮูหยินเซวียตกใจมาก "เด็กคนนี้พูดจาเหลวไหลอันใดกัน?"

เซวียฉิงอินสีหน้าดูไม่สู้ดีนัก "เขาไม่ชอบข้าสักนิด เหมือนพี่ชายหนูตรงไหนกัน! ท่านแม่ ท่านอุ้มผิดคนหรือเปล่าเจ้าคะ?"

ไม่พูดถึงตอนที่เจ้าของร่างเดิมยังไม่รู้ความจริง ก็ได้มอบความจริงใจทั้งหมดให้กับพี่ชายคนนี้ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำเรื่องที่ทำร้ายเฮ่อซงหนิง

ฮูหยินเซวียก็รักและเอ็นดูเฮ่อซงหนิงอย่างยิ่ง แต่กลับได้รับเพียงความรังเกียจจากบุรุษที่ไม่มีมโนธรรมคนนั้น

ไม่เพียงเท่านั้น เขากลับปฏิบัติต่อเซวียชิงเหอซึ่งเป็นบุตรอนุภรรยาไม่เลว

แต่มารดาของเซวียชิงเหอเคยวางยาพิษพวกนาง ไม่เช่นนั้นร่างกายของเซวียฉิงอินคงจะไม่อ่อนแอเยี่ยงนี้

เมื่อคิดเช่นนี้ เซวียฉิงอินก็ไม่อยากจะได้พี่ชายคนนี้แล้ว

ฮูหยินเซวียตบศีรษะนางเบา ๆ "โตจนถึงวัยแต่งงานแล้ว ยังจะพูดจาเด็ก ๆ เช่นนี้อีก ต่อไปนี้ห้ามพูดแล้ว หากพี่ชายของเจ้าได้ยินเข้า ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องของเจ้าก็จะไม่ยิ่งห่างเหินไปกว่านี้หรือ?"

เซวียฉิงอินเบะปาก

เมื่อคิดถึงพล็อตเรื่องห่วย ๆ ในตอนหลัง นางรู้สึกตัวเองคล้ายจะโดนสูบพลังจนหมดสิ้น อยากจะปล่อยไปตามยถากรรม

“วันหลังข้าจะออกไปเก็บบุตรชายคนใหม่จากข้างนอกมาให้ท่านแม่ เอาคนที่เชื่อฟังท่านแม่เป็นพิเศษ และเป็นคนที่รักข้าด้วยเจ้าค่ะ” เซวียฉิงอินพูด

ฮูหยินเซวียหัวเราะ “เจ้าพูดจาเหลวไหลจนติดเป็นนิสัยไปเสียแล้ว เอาเถิด เจ้าก็พักผ่อนไป”

“ของขวัญจากพี่ชายเจ้า แม่ไปรับแทนลูกดีหรือไม่” ฮูหยินเซวียเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน รอกระทั่งเซวียฉิงอินนอนลง ก็คลุมผ้าห่มให้นางด้วยมือตนเอง ถึงจะเดินออกไป

เมื่อเดินไปถึงห้องโถงดอกไม้ ฮูหยินเซวียได้ยินเสียงพูดเบา ๆ ว่า “รอให้พี่สาวเลือกก่อนเถิดแล้วข้าค่อยเลือก”

ฮูหยินเซวียอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

คนที่พูดอยู่นี้คือเซวียชิงเหอที่เป็นบุตรสาวอนุภรรยาของตระกูลเซวีย ซึ่งอายุน้อยกว่าเซวียฉิงอินไม่กี่เดือน

มารดาของเซวียชิงเหอวางยาฮูหยินเซวียตอนที่นางตั้งครรภ์ ทำให้ฉิงอินบุตรสาวของนางร่างกายอ่อนแอ เอะอะอะไรก็ป่วย

ฮูหยินเซวียย่อมไม่ชอบเซวียชิงเหอ จึงเอ่ย

"ในเมื่อเป็นของขวัญที่ซงหนิงนำกลับมา ดังนั้นจึงไม่ถึงตาเจ้าที่จะเลือก"

เฮ่อซงหนิงยืนอยู่ในห้องโถง สวมชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มอมม่วง ประหนึ่งต้นสนที่แข็งแรง

เฮ่อซงหนิงได้ยินเสียงก็หันกลับมา ขมวดคิ้วกล่าว "เหตุใดท่านแม่จึงพูดเยี่ยงนั้น?"

เขามองไปข้างหลังฮูหยินเซวีย ว่างเปล่า ความประหลาดใจฉายวาบในดวงตาอย่างอดไม่ได้

"ฉิงอินเล่า?"

"เจ้ายังจำน้องสาวแท้ ๆ ของเจ้าได้ด้วยหรือ?"

ฮูหยินเซวียแสร้งทำเป็นโกรธ "ร่างกายไม่สบาย กำลังพักผ่อนอยู่บนเตียง ไม่เช่นนั้นพอรู้ว่าเจ้ากลับมา จะต้องดีใจรีบออกมารับเจ้าแล้ว"

เฮ่อซงหนิงไม่ได้เอ่ยต่อ

แปลก เขาคิดในใจ

ด้วยอุปนิสัยของเซวียฉิงอิน แม้จะมีไข้สูง นางก็ยังจะลากสังขารที่ป่วยออกมาพบเขาอยู่ดี ถึงจะสามารถทำตัวอ่อนแอ และเรียกความสงสารจากเขาได้

เมื่อเห็นเขาไม่พูดอะไร ก็ออกคำสั่งกับบ่าวรับใช้

"ยกของขวัญทั้งหมดไปที่ห้องคุณหนูใหญ่"

เฮ่อซงหนิง "ท่านแม่..."

"ข้ากับพ่อของเจ้าขาดแคลนของดี ๆ ตั้งแต่เมื่อใดกัน? เอาไปให้น้องสาวเจ้า จะได้ทำให้นางมีความสุขบ้าง"

เฮ่อซงหนิงอยากจะถามว่า แล้วชิงเหอเล่า?

แต่เมื่อคำพูดมาถึงริมฝีปาก เขากลับกลืนลงไป

จะยกทั้งหมดให้ฉิงอินก็ไม่เป็นไร...ถือว่าช่วยประหยัดเวลาที่จะโน้มน้าวให้เซวียฉิงอินแต่งกับเว่ยอ๋อง

พอถึงยามค่ำ

เพื่อรักษาคุณภาพการนอนหลับ เซวียฉิงอินจึงให้สาวใช้ดับเทียน

มืดสนิท ช่วยให้นอนหลับได้ง่าย

เซวียฉิงอินหลับตาลง ขณะที่กำลังสะลึมสะลือ ก็ได้ยินเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดจากหน้าต่าง จากนั้นก็มีเงาร่างหนึ่งเข้ามาในห้อง

"ฉิงอิน" เขาเรียกเบาๆ

คราวนี้เซวียฉิงอินสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที อารมณ์ไม่ดีหลังตื่นนอนเอ่อล้นเต็มอก

นางลุกขึ้นนั่ง จ้องมองไปยังเงานั้น

งามหน้านัก เจ้าเด็กเปรต!

แอบปีนหน้าต่างเข้าห้องสตรีในยามวิกาลใช่หรือไม่

ช่างไม่ใช่คนดีเอาเสียเลย!

เซวียฉิงอินคว้าหมอนกระเบื้องที่อยู่ด้านข้างแล้วเขวี้ยงออกไป

"เพล้ง!"

หมอนกระเบื้องกระทบกับวัตถุแข็ง ก่อนจะร่วงหล่นลงพื้นแตกละเอียด

เงานั้นโซเซอย่างเห็นได้ชัด

"คุณหนู เกิดอะไรขึ้นคะ" เสียงตื่นตระหนกของสาวใช้ดังขึ้นมา

แสงเทียนนอกห้องจุดขึ้นมาทันที

ร่างนั้นครางออกมาโดยไม่สนใจความเจ็บปวด ก่อนจะวิ่งเข้าไปข้างตัวเซวียฉิงอินแล้วปิดปากนางไว้

เซวียฉิงอิน: เสียดายที่ข้างมือไม่มีกระโถน

ไม่เช่นนั้นเอามาเขวี้ยงใส่จะดีเพียงใด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel