บท
ตั้งค่า

ความจำของหิน

ท่ามกลางแสงหน้ารถบนท้องถนนขณะติดไฟแดงยาวเหยียดทำได้เพียงค่อยๆ เคลื่อนไปด้านหน้า ยารินดาเหลือบมองไปยังที่นั่งผู้โดยสารผ่านกระจกมองหลังสังเกตเห็นลูกชายดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เด็กน้อยนั่งเตะขาเล่นของเล่นแสนรักบนรถขณะที่พี่สาวแนบหน้าชิดกระจกมองถนนยามค่ำคืน แต่แล้วอยู่ๆ หินก็พูดบางอย่างออกมาสร้างความประหลาดใจให้เธอ

“พี่ทราย พี่รู้ไหมเมื่อกี้ตอนออกจากร้านผมเห็นคุณพ่ออีกแล้ว” สิ้นประโยคนั้นทำให้พี่สาวหันมาสนใจเขาทันที

“จริงเหรอ”

“อืม”

“แล้วคุณพ่อดูเป็นยังไงบ้าง” เสียงเด็กสามขวบกว่าคุยกันกระท่อนกระแท่นราวกำลังอวดของเล่นมากกว่าสนทนา ส่วนผู้เป็นแม่ก็เปิดโหมดหูกางดึงขวดน้ำข้างประตูมาดื่มฟังทั้งสองคุยกัน

“คุณพ่อผมยาวรวบไว้ด้านหลัง แล้วก็เท่มากเลย”

“หา” สีหน้าของทรายดูตื่นเต้น แต่ยารินดาแทบจะสำลักน้ำ เธอนึกสงสัยในความทรงจำของลูกชาย เด็กสามขวบเศษจะจดจำใบหน้าของพ่อจากภาพถ่ายได้แม่นยำขนาดไหน หรือแค่เห็นคนอื่นหน้าคล้ายคนในรูปเลยทึกทักเอาว่าเป็นพ่อของตนจึงอยากทดสอบเลยลองถามดู

“ไหนลองเล่าให้แม่ฟังหน่อย ว่าเขาแต่งตัวยังไงลูกถึงบอกว่าเท่มาก” หินไม่สนใจมองแม่เอาแต่มองของเล่นในมือที่กำลังจับโฉบขึ้นลงใต้หลังคารถอย่างอารมณ์ดี ทว่าเด็กน้อยก็ตอบ

“คุณพ่อสวมเสื้อยืดสีขาวพิมพ์ลายตรงหน้าอกกับกางเกงสีดำ รองเท้าบูตสีดำ”

ยารินดาเกือบสำลักน้ำอีกครั้งเมื่อได้ยินลูกชายบอกรายละเอียด รีบปิดฝาขวดนำมันวางกลับไว้ที่เดิมก่อนพูดกับเขา

“ลูกอาจจะจำคนผิดก็ได้” คราวนี้เด็กน้อยไม่ตอบแต่ความรื่นเริงก็ไม่ได้ลดลง เธอรู้ดีว่าหินบอกได้ตรงตัว เพราะหากเธอไม่บังเอิญหันไปเจอเขาอยู่กับผู้หญิงคนนั้นก่อน ก็คงไม่รู้ว่าวันนี้เขาแต่งตัวอย่างไร ทั้งยังไว้ผมยาวดังเดิมเหมือนครั้งสุดท้ายที่ได้อยู่ด้วยกันคงคิดว่าลูกทึกทักคนอื่นเป็นพ่อตนเองแน่นอน

“แล้วเขาอยู่กับใครล่ะลูก” เธอหลอกถามคิดว่าลูกคงเห็นผู้หญิงคนอื่นอยู่ด้วย

“อืม” หินหยุดคิดนิ้วเล็กๆ ของเด็กน้อยจิ้มที่มุมปากกลอกตามองบนยามใช้สมองนั่นเป็นท่าประจำ ในขณะที่ยารินดาเหลือบสายตามองลูกชายพลางคิดว่า แม้เวลาทำท่าทางแบบนั้นก็เหมือนพ่อไม่มีผิด

“ผู้ชายครับเหมือนคุณพ่อโนอาห์”

“หืม ลูกหมายถึงเป็นชาวต่างชาติเหมือนคุณพ่อโนอาห์เหรอ”

“ครับ สามคน” คราวนี้เธอหันกลับมามองลูกชาย

“ใช่เหรอลูก”

“ครับ”

“แล้ว...” ยารินดาลังเล

“ลูกเห็นแค่ผู้ชายเหรอ”

“ครับ” เด็กน้อยบอกออกไปตามตรงเพราะเขาไม่เห็นผู้หญิงที่ยืนเบียดอยู่หลังกลุ่มผู้ชายตัวสูง

ยารินดาหันกลับไปทางไฟจราจรไตร่ตรองสิ่งที่ลูกบอกกับสิ่งที่เห็นก่อนจะสลัดความรู้สึกนึกคิดไป ยกเท้าแตะคันเร่งเคลื่อนรถออกจากไฟแดงที่กว่าจะมาถึงแถวหน้าก็ใช้เวลานาน หลังถึงบ้านอาบน้ำให้เด็กๆ เสร็จเธอพาลูกเข้านอน แล้วจึงไปเก็บกวาดบ้านก่อนอาบน้ำนอน

ค่ำคืนที่ไร้ดาวราวว่าฝนจะตกร่างสูงเดินขึ้นเตียงหลังเสร็จธุระส่วนตัว ครุ่นคิดถึงใบหน้าเด็กชายคนนั้น เขาวางความรู้สึกในใจที่ว่าคุ้นหน้าหรือถูกชะตาไม่ลง ทั้งพยายามนึกว่าหน้าเหมือนใคร รู้จักกันไหมทำไมท่าทางเด็กถึงแสดงออกมาราวดีใจที่ได้พบ จะว่าหลานก็คงไม่ใช่เพราะตนเป็นลูกคนเดียวแม้กระทั่งแม่เองก็เป็นลูกคนเดียวญาติๆ ก็ไม่ได้ไปมาหาสู่กับใคร เด็กหรือหลานที่ไหนจะมารู้จักตน

“ทำไมคุ้นหน้าจังนะแต่นึกไม่ออกเลยว่าเหมือนใคร”

ปฐพีพึมพำลืมเรื่องยารินดาที่ต้องตามหาไปชั่วขณะ ก่อนจะหยิบเอามือถือขึ้นมาเปิดดูรูปคู่ที่ถ่ายกับเธอ เขากลอกตาในความมืดปล่อยให้แสงสีฟ้าจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ฉายลงใบหน้าแล้วก็นึกว่าต้องลองโทรหา

ยารินดาหลับไปแล้วเธอยังคงหลับลึกเหมือนเช่นเคย ขณะที่มือถือเปิดระบบสั่นและเสียงดังอยู่ในกระเป๋าทำงาน ลูกน้อยของเธอก็ปีนเตียงนอน ก่อนจะเปิดประตูเดินออกไปเข้าห้องน้ำเองและเมื่อระหว่างทางได้ยินเสียงโทรศัพท์ของแม่จึงแวะไปรับก่อน เด็กน้อยดูว่าใครโทรมาแต่แม่ของเขาบันทึกชื่อไว้ว่า ไม่รับ

“สวัสดีครับ” ปฐพีถึงกับผงะยกโทรศัพท์ออกจากข้างหูเพื่อมองดูให้แน่ใจว่าตนเองโทรถูกเบอร์ไหม เขาไม่คาดคิดว่าเบอร์นี้จะมีคนรับสายอีกแล้ว แต่สิ่งที่เกินคาดหมายคือเสียงเด็กและดูงัวเงียเหมือนคนตื่นนอน

“เอ่อ” ปฐพีอ้ำอึ้งคิดว่าบางทีตนอาจโทรผิด บางทีเธอคงเปลี่ยนเบอร์ไปแล้วจริงๆ

“ใช่คุณพ่อไหมครับ”

“หา”

“คุณแม่หลับไปแล้ว ผมปวดฉี่มาก ต้องไปเข้าห้องน้ำแล้ว คุณพ่อค่อยโทรมาใหม่ได้ไหม”

“เอ๋” ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างเมื่ออยู่ดีๆ มีเด็กมาทึกทักเรียกตนว่าพ่อแบบนี้ เขาคิดว่าบางทีเธออาจเปลี่ยนเบอร์จริงๆ และเบอร์นี้คงถูกระบบเอามารีรันเวียนใช้ใหม่แล้ว

แม้กระทั่งเด็กชายตัวน้อยเองก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วปลายสายที่ตนกำลังคุยด้วยนั้นเป็นใคร ใครกันที่โทรมายามวิกาล แค่คิดว่าบางทีอาจเป็นพ่อของตน เพราะมักมีสายโทรเข้าหาแม่บ่อยๆ แต่หินเห็นเธอไม่รับสายและเด็กอนุบาลก็ไม่ได้มีทักษะการอ่านที่ดีพอ เพราะที่โรงเรียนเน้นสอนทักษะด้านอื่นก่อน ชื่อที่แม่บันทึกไว้เลยอ่านไม่ออก เมื่อปลายสายเงียบไปต้นสายก็กดวาง

“ทำไมใจดำแบบนี้นะ จะเปลี่ยนเบอร์ก็ไม่บอกกัน” ปฐพีปล่อยโทรศัพท์ลงข้างตัวเหม่อมองเพดานห้องผ่านความมืดก่อนความคิดแง่ร้ายจะผุดขึ้น

‘หรือว่า... เธอจะแต่งงานมีลูกกับคนอื่นไปแล้ว และเด็กที่รับสายเป็นลูกเธอกับเขา’

คิดแค่นั้นหัวใจของปฐพีก็ร้อนวูบพลิกตะแคงนอนหันหลังให้มือถือโดยไม่รู้เลยว่าเด็กน้อยที่รับสายตนเมื่อครู่กำลังยืนรอเขาโทรกลับไปอีกครั้งด้วยอาการง่วงเหงา ทว่าเขาตัดสินใจไม่โทรเพราะไม่อยากคิดมากปฐพีจึงข่มตานอน

หินเอนตัวซบที่พักแขนโซฟายืนหลับอยู่ตรงนั้น แต่จนแล้วจนรอดคนที่รอก็ไม่โทรมาจวบจนยารินดาลุกเดินออกมาเข้าห้องน้ำ ไฟสลัวที่เปิดไว้ตามทางเดินทำให้เธอชะงักหันมองถึงสองครั้งเมื่อเห็นลูกชายยืนฟุบอยู่แบบนั้น

“ตายจริงทำไมมายืนหลับตรงนี้ล่ะลูก เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”

หญิงสาวรีบตรงเข้าไปช้อนเอาตัวลูกชายอุ้มกลับไปส่งที่เตียงนอน เขายังคงหลับปุ๋ยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เธอห่มผ้าให้ลูกเรียบร้อยก่อนเดินออกมาทำธุระแล้วกลับไปนอนต่อ

เช้าวันใหม่สองพี่น้องตื่นมาทำกิจวัตรตั้งแต่เช้าตรู่โดยมีแม่คอยดูแลเอาใจใส่ ทุกๆ เช้ายารินดาจะลุกมาเตรียมกับข้าวไว้ก่อนแล้วปลุกลูกๆ มาล้างหน้าแปรงฟันกินข้าวเสร็จค่อยอาบน้ำแต่งตัว ลูกแฝดเลี้ยงคนเดียวฝึกให้ลูกกินเองเสื้อผ้าย่อมเลอะและมีกลิ่นอาหารแน่นอน เธอให้ลูกทำแบบนั้นเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าลูกสกปรกเพราะแม่ดูแลไม่ดี

“พี่ทรายๆ เมื่อคืนผมฝันว่าคุณพ่อโทรมา”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel