บท
ตั้งค่า

2 โรงเรียนใหม่

“คุณแม่ขา โรงเรียนใหม่คุณครูจะใจดีไหมคะ”

“ใจดีสิคะลูก ที่โรงเรียนใหม่คุณครูใจดี เพื่อนเยอะ แล้วยังมีสนามเด็กเล่นใหญ่กว่าเดิมด้วยนะน้องพราว”

“น้องพราวอยากไปโรงเรียนแล้วค่ะแม่”

พลอยนาราหญิงสาววัย 23 ปี มองดูลูกสาวตัวน้อยกับท่าทางตื่นเต้นที่จะได้ไปโรงเรียนแล้วก็อดยิ้มไม่ได้

เดิมเด็กหญิงพิมพ์พิชาหรือน้องพราววัย 4 ขวบเรียนที่เนอสเซอร์รี่ใกล้บ้าน แต่ปีนี้ครับกำหนดที่ต้องเข้าเรียนอนุบาล พลอยนาราเลยเลือกเรียนโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง แต่เธอเลือกให้ลูกสาวคนเดียวเรียนแผนกภาษาอังกฤษ เพราะอยากให้ลูกสาวได้ทักษะทางภาษา เธอไม่อยากให้ลูกเหมือนกับตัวเองที่เรียนจบแค่ชั้น มัธยมปลายและอีกอย่างพ่อของพิมพ์พิชาก็เคยบอกไว้

แม้ค่าใช้จ่ายจะมากกว่าห้องเรียนปกติ แต่พลอยนาราก็พอมีเงิน ซึ่งพ่อของเด็กหญิงเปิดบัญชีไว้ให้และโอนเข้าทุกเดือน บวกกับเงินเดือนของเธออีก ก็ทำให้สองแม่ลูกอยู่กันแบบไม่ลำบาก

“แม่คะ น้องพราวอยากใส่ชุดไปนี้ไปอวดคุณลุงใจดี” พิมพ์พิชาบอกกับแม่หลังจากที่โรงเรียนเปิดเทอมไปได้สองสัปดาห์

“ได้สิคะ เย็นนี้เราไปหลังจากเลิกเรียนดีไหมคะ”

“ดีค่ะแม่ น้องพราวจะเล่าให้คุณลุงฟังด้วยว่าโรงเรียนใหม่สนุกมากๆ”

พลอยนารายิ้มกับให้ลูกสาวด้วยความเอ็นดู

เธอส่งลูกสาวแล้วขี่จักรยานยนต์คู่ใจมาทำงานที่สำนักงานทนายความเห็นหนึ่ง ในตำแหน่งเสมียน แต่จริงแล้วเธอทำทุกอย่าง ตั้งแต่ พิมพ์สำนวนฟ้อง จัดเรียงเอกสาร ทำความสะอาดสำนักงาน แล้วแต่ว่าทนายความคนไหนจะเรียกเธอไปใช้งานอะไร

หญิงสาวเริ่มทำงานที่นี่หลังจากคลอดลูกสาวได้ 3 เดือน เธออยากหารายได้เพิ่ม เพราะไม่อยากรอแค่เงินเดือนจากพ่อของพิมพ์พิชาเพียงอย่างเดียว

เจ้านายและเพื่อนร่วมงานที่นี่ดีกับเธอมาก ทุกคนรู้ว่าเธอมีลูก บางครั้งก็ต้องลางานไปดูแลลูกเวลาไม่สบาย แต่ไม่มีใครต่อว่า เพราะในเวลางานเธอก็ทำอย่างเต็มที่ บางครั้งก็พาลูกสาวมาทำงานต่อหลังจากไปรับที่โรงเรียน คนในสำนักงานเอ็นดูลูกสาวของเธอกันทุกคน

ไม่มีใครกล้าถามถึงพ่อของพิมพ์พิชา ทุกคนรู้แค่เพียงว่าหญิงสาวอยู่กับลูกเพียงสองคนเท่านั้น พลอยนาราเองก็ไม่เคยพูดถึง หญิงสาวเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

พิมพ์พิชาเคยถามถึงพอของเธอ แต่หญิงสาวก็บอกลูกไปแค่เพียงว่าพ่อไปทำงาน มีหลายครั้งที่ลูกสาวร้องไห้หาพ่อ พิมพ์พิชาก็ได้แต่ปลอบใจและบอกว่าพ่ออยู่ไกล ยังมาไม่ได้ แต่พ่อส่งของขวัญวันเกิด ส่งเงินค่าขนมมาให้ทุกเดือน คำพูดพวกนั้นทำให้ลูกสาวของเธอสงบลงได้บ้าง

พลอยนาราอยากรอให้ลูกสาวโตขึ้นอีกสักนิดถึงจะบอกเรื่องของพ่อให้เธอทราบ ระหว่างนี้ก็ต้องพยายามหาทางหลอกล่อเอาไว้ก่อน

“นารา พี่ฝากบันทึกสำนวนลงคอมพ์หน่อยนะ” อิศเรศ เจ้าของสำนักงานทนายความยื่นเอกสารมาให้เธอ

“ค่ะ พี่อั๋น ด่วนไหมคะ เย็นนี้นาราว่าจะรับน้องพราวแล้วจะขอออกไปเลย”

“ไม่ด่วน ว่าแต่จะพากันไปเที่ยวที่ไหนเหรอ”

“ไม่ได้ไปเที่ยวค่ะ นาราจะพาน้องพราวไปเยี่ยมคุณตะวันค่ะ”

“อาการยังไม่ดีขึ้นเลยเหรอนารา”

“ค่ะ ยังเหมือนเดิม”

อิศเรศถอนหายใจก่อนจะเดินกลับเข้าไปยังห้องทำงาน เขารู้ดีว่าคุณตะวันนั้นเป็นผู้มีบุญคุณกับพลอยนาราและลูกสาว อันที่จริงก็รู้มากกว่านั้นเพราะเขากับตะวันเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียน แต่บางอย่างเขาก็ไม่สามารถพูดให้ใครฟังได้ คำว่าจรรยาบรรณมันค้ำคอเขาอยู่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel