บทย่อ
ซาโนะ เคนอิจิ และ หวานใจ พิศาลสิน เขาทั้งคู่เคยคบหากันก่อนที่ซาโนะ เคนอิจิ จะทิ้งหล่อนไป เพราะเหตุผลส่วนตัว แต่เมื่อกลับมาเจอกันอีกครั้งมันยิ่งทวีความโหยหาจนเขาทนเก็บความปรารถนามืดดำที่มีต่อหล่อนไม่ไหว ---------- มือหนาหยิบอุปกรณ์ที่อยู่หัวเตียงมันมีลักษณะเป็นวงรีเล็กจิ๋วมีสายยาวเอาไว้จับดึงภายในวงรีมีตัวมอเตอร์อยู่เพียงแค่กดปุ่มมันก็สามารถสร้างความเสียวกระสันได้อย่างหฤหรรษ์ เขาเอามันมาถูไถที่รูสวาทด้านหลังที่ตอนนี้มันหยาดเยิ้มไปด้วยน้ำรักขาวขุ่นร่างบางตื่นตระหนกกับเกมรักบทใหม่ดวงตากลมโตเบิกกว้างเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นแต่ร่างกายกลับกระสันเสียวตอบสนองสิ่งที่เขากำลังกระทำ “อ๊า...อ๊ะ ซี๊ดดด...เคน อ๊ะ เคนอิจิ อ๊ะ” วงรีขนาดเล็กถูกดุนดันให้เข้าไปในรูสวาทปลายเท้าบางจิกเกร็งอ้ากว้างกับความอึดอัดเสียดเสียวกับช่องทางรักใหม่สะโพกบางสั่นระริก “แบบนั้นที่รัก โอ้ว...ชอบใช่ไหม”
บทที่ 1 แรกเริ่ม
หวานใจ พิศาลสิน พยาบาลสาว วัย 24 ใบหน้ารูปหัวใจดวงตากลมโตใสซื่อไม่ต่างจากกวางน้อยริมฝีปากบางเป็นกระจับได้รูปผิวพรรณผ่องใสอมชมพูดุจกลีบบัวมันยิ่งทำให้หล่อนเป็นผู้หญิงที่น่าดึงดูดใจต่อเพศตรงข้ามไม่น้อย
หล่อนทำงานที่โรงพยาบาลอครตานนท์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ไม่ต่างจากโรงแรมระดับ 5 ดาวเลย สักนิดถ้าหากเทียบกับความหรูหรา โรงพยาบาลอครตานนท์นั้นครอบคลุมการรักษาไปทั่วทุกมุมโลกมีสาขาทั้งหมด 27 สาขา และยังไม่นับรวมคลินิกย่อยตามพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทยอีก
การรักษาที่นี่เข้าถึงผู้คนทุกระดับไม่ว่าจะเป็นคนชนชั้นไหนก็ตามจะได้รับบริการและการรักษาที่ดีที่สุดจากทางโรงพยาบาลแห่งนี้
หล่อนสามารถเข้ามาทำงานที่นี่ได้เพราะได้เพื่อนสาวอย่าง กมลชนก พรหมสถิตย์ ช่วยเหลือหลังจากที่กลับมาจากญี่ปุ่นชีวิตของหล่อนมันพังยับเยินไม่เป็นท่าเพราะหัวใจหล่อนมันไม่แข็งแรงพอเพียงแค่นึกถึงอดีตแฟนหนุ่มเมื่อไหร่ชีวิตหล่อนมันเหมือนถูกดูดลงไปในหลุมลึกของความเจ็บปวดทุกครา
ซาโนะ เคนอิจิ หนุ่มวัย 38 ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น เขาเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ในแถบเอเชีย ตลอดระยะเวลาในการคบหากันเขาแสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อหล่อนอย่างล้นหลามแต่ในทางกลับกันเขาเหมือนมีบางสิ่งที่ปิดบังและซ่อนเร้นในแววตาคมกริบคู่นั้นเสมอจวบจนกระทั่งเขาเลือกที่จะทิ้งหล่อนไปอย่างไร้เยื่อใยไม่มีเหตุผลหรือแม้กระทั่งคำร่ำลาหล่อนได้แต่เฝ้าถามตนเองว่าทำผิดพลาดอะไรไม่ดีตรงไหนเขาถึงได้ทอดทิ้งไป ถึงแม้หลังจากนั้นไม่นานเขาจะเริ่มมีข่าวกับบรรดาสาวๆ แต่หล่อนก็ยังอยากฟังเหตุผลในการจากไปของเขาอยู่ดีถึงแม้มันจะรู้แล้วปวดใจแค่ไหนก็ตาม
''สวัสดีค่ะคุณยาย''
หวานใจในชุดนางพยาบาลสีขาวมันยิ่งทำให้หล่อนดูงดงามราวกับนางฟ้า
"คุณยายนั่งรอคุณหมอตรงนี้สักครู่นะคะ"
หันไปเตรียมเครื่องมือเเพทย์ที่จำเป็นในการรักษาในขณะที่ผู้ป่วยวัยหกสิบเก้านั่งรอด้วยความไม่กังวลใจ
"นังหนูยายจะเป็นอะไรมากไหม"
หวานใจหันมายิ้มให้กำลังใจผู้ป่วย
"ไม่ค่ะคุณยายไม่ต้องกังวลนะคะคุณหมอที่นี่เก่งมากๆ รับรองว่าคุณยายหายป่วยอย่างแน่นอนค่ะ"
คนป่วยได้รับกำลังใจพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตรของพยาบาลทำให้พอจะคลายความกังวลไปได้บ้าง
"สวัสดีครับคุณยาย"
หมอกฤษณะผู้รับหน้าที่รักษากล่าวสวัสดีก่อนจะเริ่มทำการรักษาผู้ป่วยจนกระทั่งเสร็จสิ้นทำให้ภายในห้องรักษาเหลือเพียงแค่กฤษณะและหล่อน
"เหนื่อยไหมครับคุณหวานใจ"
กฤษณะหมอหนุ่มผู้มีความหล่อเหลาแบบชายไทยดั้งเดิมผิวสีเหลืองแทนคิ้วเข้มดกดำเรียงตัวสวยยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อดูคมคายส่วนสูงของเขาไล่เรี่ยกับหนุ่มตาน้ำข้าว
"ไม่เหนื่อยค่ะหมอ"
"ผมบอกแล้วไงครับคุณหวานใจว่าให้เรียกผมว่ากฤษ"
ใครๆ ก็เรียกเขาว่าคุณหมอทั้งนั้นมันทำให้หล่อนติดปากอีกอย่างพยาบาลที่นี่เรียกหมอที่ปฏิบัติหน้าที่แบบนี้เสียส่วนใหญ่
"หวานใจว่ามันไม่เหมาะค่ะ"
หล่อนไม่อยากสร้างความสนิทสนมเพราะหากหล่อนไม่เข้าใจผิดไปเองเขาน่าจะสนใจหล่อนอยู่
"เหมาะสิครับทำไมจะไม่เหมาะ"
เขายังคงพยายามตื๊อเช่นเดิมซึ่งมันทำให้หล่อนอึดอัดใจไม่น้อย
"ได้ค่ะคุณกฤษ แต่หวานใจจะเรียกแบบนี้เฉพาะนอกเวลางานนะคะ"
คนหล่อยิ้มด้วยความดีใจหากสาวๆ พยาบาลทั้งหลายเห็นภาพนี้คงทำให้ละลายได้ไม่ยากแต่กับหล่อนแล้วมันไม่เป็นผลแม้แต่นิดเดียว
"หวานใจขอตัวนะคะ"
กฤษณะได้แต่มองตามร่างอรชรแน่งน้อยของหล่อนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสิเน่หา หวานใจต่างจากผู้หญิงทั่วไปที่เขาพบเจอ รอยยิ้มของหล่อนมันทำให้หัวใจหนุ่มเต้นแรงระรัวผิดจังหวะ
"หวังว่าสักวันคุณจะใจอ่อนหวานใจ"
สนามบิน ณ ประเทศไทย
วันนี้หล่อนรู้ข่าวซุบซิบคนดังว่า ซาโนะ เคนอิจิ จะเดินทางมาที่ประเทศไทยหล่อนอดไม่ได้ที่จะอยากพบเจอเขาอีกสักครั้งหัวใจสาวเต็มไปด้วยความหวังหลายต่อหลายครั้ง ที่พยายามขอพบซาโนะ เคนอิจิ แต่กลับถูกขัดขวางโดยเหล่าบอดี้การด์ของเขาหัวใจสาวร้าวรานเขารังเกียจหล่อนถึงขั้นนี้เชียวหรือถึงแม้กระทั่งไม่อยากพบเจอ นี่คงจะเป็นโอกาสดีที่หล่อนจะได้พบเขาเพราะอยากถามในสิ่งที่ค้างคาใจมาตลอด...เหตุผลที่เขาทิ้งหล่อนไป ต้องการรู้เพียงเท่านี้หล่อนจะได้ตัดใจจากเขาโดยที่ไม่มีอะไรติดค้างในใจอีก
หล่อนพอจะรู้ว่าเขามาถึงประเทศไทยเที่ยวบินเวลา 22:40 น. นอกจากหล่อนที่มารอพบเจอเขาแล้วยังมีบรรดาแฟนคลับของเขาที่มารอพบอีกต่างหาก เพราะด้วยความที่ซาโนะ เคนอิจิ เป็นนักธุรกิจที่เปี่ยมไปด้วยความเพรียบพร้อมทั้งหน้าตาและความสำเร็จในอาชีพทำให้กลายเป็นบุคคลที่สาวๆ ใฝ่ฝัน
ใกล้เวลาแล้วหัวใจสาวมันบีบตัวจนรู้สึกอึดอัดหายใจลำบากนานแค่ไหนแล้วที่หล่อนไม่ได้เห็นเขาโดยไม่ต้องผ่านสื่อต่างๆ
เสียงกรี๊ดกร๊าดดังก้องทำให้หล่อนมั่นใจว่าซาโนะ เคนอิจิมาถึงแล้วร่างบางรีบลุกขึ้นก่อนจะรีบตรงไปทางกลุ่มคนที่กำลังมุงอยู่
ด้วยส่วนสูงหนึ่งร้อยห้าสิบแปดเซนติเมตรของหล่อนมันทำให้แทบจะมองอะไรไม่เห็นเลยสักนิดนอกจากกลุ่ม บอดี้การ์ดชุดดำนับสิบที่กันบรรดาสาวๆ ที่พยายามดันกันเข้ามาหาคนที่อยู่ตรงกลาง
เหมือนโชคเข้าข้างหล่อนเห็นเขาผ่านช่องเล็กๆ จาก ผู้คนที่ล้นหลามเสียงตะโกนเรียกชื่อของ ซาโนะ เคนอิจิดังก้องไปทั่วอาคารสนามบินไม่ต่างจากเสียงกรี๊ดดาราเกาหลี
"ซาโนะ เคนอิจิ"
เสียงคลั่งไคล้ของบรรดาสาวๆ ไม่สามารถหยุดการก้าวเดินของเขา ท่วงท่าดูสง่าเต็มไปด้วยอำนาจเขายังคงดูดีเหมือนเดิมไม่มีผิดหัวใจสาวมันกระตุกสั่นไหวเพียงแค่เห็นเขาจากมุมเล็กๆ ที่ยืนอยู่ เขากำลังจะก้าวเดินเข้าห้องรับรองวีไอพี นั่นหมายถึงหล่อนคงจะหมดสิทธิ์ในการได้พบเจอพูดคุยสิ่งที่ค้างในใจ
' 'ซาโนะ เคนอิจิ"
หล่อนเปล่งเสียงเรียกเขามันไม่ใช่เสียงชื่นชมคลั่งไคล้อย่างบรรดาแฟนคลับมันเป็นน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังความคิดถึง...
"ซาโนะ เคนอิจิ อย่าเพิ่งไป"
หล่อนตะโกนมันสุดเสียงก่อนที่จะโดนเบียดเข้าเต็มแรงจากคนด้านหลังร่างเล็กของหล่อนกระเด็นหลุดฝ่าเหล่าผู้คน และบอดี้การ์ดลงไปกองกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ
สิ่งที่หล่อนเห็นเบื้องหน้าคือรองเท้าสีดำเงาวับก่อนที่สายตาจะค่อยๆ มองไล่ขึ้นไปด้านบน
ซาโนะ เคนอิจิ ในชุดสูทสีควันบุหรี่ เขายังคงดูดีเสมอใบหน้าหล่อเย็นชาไร้ความรู้สึกกับสายตามืดดำที่ปรายตามองหล่อนเพียงเสี้ยววินาทีแต่มันกลับสร้างบาดแผลฉกรรจ์ได้อย่างเหลือร้ายก่อนที่เขาจะก้าวเดินต่อไปอย่างไม่ไยดี
"เคนอิจิ"
เหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างภายในลำคอหล่อนพยายามเปล่งเสียงตะโกนให้ดังสุดเสียงซึ่งทำเอาร่างสูงใหญ่ของเขาหยุดชะงักทันที
"ฉันแค่อยากรู้เหตุผลได้โปรดบอกฉัน"
เสียงของผู้คนดังเซ็งแซ่ด้วยความประหลาดใจและใคร่อยากรู้
หล่อนเจ็บขาจนลุกไม่ไหวในขณะที่เขาหยุดชะงักงันเพราะเสียงของหล่อนก่อนจะทำเป็นเหมือนหล่อนไม่มีตัวตนแล้วก้าวเดินต่อไป
แผ่นหลังกว้างเดินหายลับเข้าไปในห้องวีไอพีหัวใจสาวพังทะลายน้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลออกมาอาบแก้มนวลร่างบางนั่งคุดคู้กอดเข่าร่ำไห้อยู่ตรงนั้นอย่างน่าเวทนาท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างไม่อายใคร
"คุณคะลุกไหวไหมเดี๋ยวดิฉันช่วยพยุงนะคะ"
มือบางปาดน้ำตาทิ้งก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวขึ้น
"ขอบคุณนะคะ"
ดูจากชุดฟอร์มแล้วผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นพนักงานของสนามบิน
"รบกวนคุณช่วยพยุงฉันขึ้นรถแท็กซี่ด้านหน้าได้ไหมคะ"
มันคงไม่มีประโยชน์อะไรอีกที่จะอยู่ที่สนามบินต่อ
"ยินดีค่ะ"
หล่อนยิ้มรับอย่างเป็นมิตร
"ขอบคุณมากนะคะ"
เมื่อถึงรถโดยสารหล่อนหันไปขอบคุณหญิงสาวที่มาส่งหล่อนด้วยความซาบซึ้งใจก่อนที่รถจะเเล่นออกไปบนท้องถนน ภายในหัวมีแต่ภาพความเมินเฉยของ ซาโนะ เคนอิจิ สายตาของเขาที่มองหล่อนแค่ปราดเดียวมันทำให้หล่อนรู้สึกไร้ค่าไม่ต่างจากเศษขยะหรือมันถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่หล่อนต้องก้มหน้ายอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น...ความจริงที่เขาไม่ได้รักหล่อนแล้วไม่ว่ามันจะเป็นเหตุผลใดก็ตาม

