โกยซี่หมี่ 2
"จริงหรือ เช่นนั้นยายต้องเอาไปให้ท่านตาของพวกเจ้าชิมเสียแล้ว"
แม่เฒ่าหานกล่าวด้วยความประหลาดใจ
"ท่านแม่ซื้ออะไรมาหรือเจ้าคะ" ซือหยาเอ่ยถามมารดาพลางเดินเข้าไปพยุงท่านนั่งลง
"เป็นผ้าที่ระบายอากาศได้ดีน่ะลูก แม่ว่าจะเย็บเสื้อผ้าให้ทุกคน ช่วงเดินทางจะได้มีเสื้อผ้าผลัดเปลี่ยนเผื่อเจอฝน อีกสองเดือนข้างหน้าก็เป็นฤดูฝนแล้ว กลัวว่าฝนจะมาก่อนเวลา ใส่เสื้อผ้าเปียกชื้นจะไม่สบายเอา"
"ดีเลยเจ้าค่ะ รอให้ข้าได้เงินจากการขายงานเขียนก่อน ข้าจะซื้อชุดคลุมกันลมหนาวไว้แต่เนิ่น ๆ ถึงช่วงเกิดภัยพิบัติราคาของจะสูงลิ่วจนเราจับต้องไม่ได้เลยทีเดียว" ซือหยากล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
"แม่ก็คิดเช่นนั้น" แม่เฒ่าหานเห็นด้วยกับลูกสาว
"..."
"งั้นวันนี้แม่จะกลับก่อน จะได้ช่วยงานพ่อเจ้าด้วย ส่วนพวกเจ้าทั้งสองให้อยู่ที่นี่เป็นเพื่อนพี่หญิงของพวกเจ้า เข้าใจหรือไม่"
แม่เฒ่าหานหันไปทางลูกชายคนรองกับลูกสาวคนเล็ก
"ขอรับท่านแม่/เจ้าค่ะท่านแม่" ซือเหอกับซือหลิงรับคำอย่างว่าง่าย
"ท่านแม่ไม่ต้องทำกับข้าวกลางวันนะเจ้าคะ วันนี้ข้าจะทำโกยซี่หมี่ เสร็จแล้วจะให้ซือเหอเอาไปส่ง" ซือหยากล่าว
"โกยซี่หมี่คือสิ่งใดกัน?" แม่เฒ่าหานเอ่ยถามด้วยความสงสัย ทุกคนต่างก็รอฟังคำตอบ
"รอลูกทำเสร็จก่อนทุกคนจะได้ชิมของอร่อยเจ้าค่ะ" ซือหยาตอบด้วยรอยยิ้ม
"ได้ ๆ ไว้แม่จะรอชิม แต่วันหลังเจ้าไม่ต้องทำเผื่อพวกเรานะ ประเดี๋ยวคนบ้านเสิ่นจะไม่พอใจเอา"
แม่เฒ่าหานกล่าวด้วยความเป็นห่วง ซือหยาพยักหน้ารับ จากนั้นแม่เฒ่าหานก็เดินกลับเรือนสกุลหานไป นางมองตามหลังมารดาพร้อมกับคิดว่า ตอนนี้นางอยู่รวมกับพ่อแม่สามี พวกท่านใจกว้างก็จริง แต่ก็มีบางคนที่ใจแคบ
ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเหรินซินจะต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดแน่ ๆ เห็นทีคงต้องหาวิธีอื่น
หลังจากที่มารดาของนางกลับไปแล้ว ซือหยากับน้องชายก็เร่งมือทำงานกันต่อ เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งชั่วยามนางก็ต้องไปทำข้าวกลางวันให้ทุกคนแล้ว ซือเหอกำลังตั้งใจคัดลอกงานเขียนอย่างจริงจัง เขาคัดลอกไปได้กว่าสิบบทแล้ว
ส่วนซือหยาก็กำลังตรวจทานต้นฉบับอย่างละเอียด นางตรวจดูคำผิดและแก้ไขประโยคให้สละสลวยยิ่งขึ้น นางทำอย่างนี้ทุกครั้งที่ว่าง เพราะงานเขียนแต่ละเรื่องต้องใช้เวลาในการตรวจทานและแก้ไขหลายครั้งเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด
"ได้เวลาทำอาหารแล้ว เจ้าคัดลอกต่อไปเลยนะ หรือถ้าเหนื่อยก็พัก"
"ขอรับพี่หญิง งานคัดลอกแค่นี้สบายมาก ข้าไม่เหนื่อย"
กระทั่งถึงต้นยามอู่ (ยามอู่ 11.00-13.00 น.) ซือหยาก็รีบเข้าไปในครัวที่ร้อนระอุแล้วเริ่มก่อไฟทั้งสองเตา จากนั้นก็แอบเข้ามิติไปเอาหม้อน้ำแกงกระดูกหมูที่เคี่ยวไว้จนร้อน ๆ มาเทใส่กระทะใบแรก ส่วนกระทะใบที่สองนางเติมน้ำเปล่าเตรียมลวกเส้น
ขณะที่น้ำราดกำลังเดือดพล่านอยู่บนเตา ซือหยาก็ นำเนื้อหมูที่หมักไว้ ใส่ลงไป ตามด้วยเห็ดหอมที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ รอจนเนื้อหมูกับเห็ดหอมสุก ก็ใส่แครอท กวางตุ้ง และผักกาดขาวที่หั่นเตรียมไว้ลงไป
ปรุงรสด้วยซีอิ๊ว ผงปรุงรส และพริกไทย สุดท้าย ละลายแป้งมันสำปะหลังกับน้ำ แล้วค่อยๆ เทลงในหม้อพร้อมคนให้เข้ากันจนน้ำราดข้นเหนียวได้ที่ ชิมรสชาติอีกครั้ง... เมื่อได้รสชาติ เค็ม หวาน และกลมกล่อม พอดี! นางก็ตักใส่หม้อและใส่ถ้วยใบใหญ่เตรียมไว้ให้พ่อแม่ของนางและลูก ๆ
พอเตาที่สองน้ำเริ่มเดือดได้ที่ นางก็เริ่มลวกเส้นบะหมี่ไข่ทีละก้อน ไม่นานเส้นก็คลายตัวนุ่มได้ที่ นางรีบตักขึ้นสะเด็ดน้ำ แล้วคลุกกับน้ำมันหมูที่เจียวไว้จนหอม เส้นบะหมี่ที่ผ่านการคลุกเคล้ากับน้ำมันจนเงาวับถูกจัดเรียงเป็นก้อนกลมพอดีต่อหนึ่งถ้วยจัดเรียงลงบนถาด
หลังจากอาหารเสร็จ นางก็จัดของลงตะกร้าแล้วเรียกน้องชายมาหา
"ซือเหอ เจ้าเอากับข้าวพวกนี้ไปส่งท่านพ่อท่านแม่นะ พี่ก็จะเอาออกไปส่งพ่อแม่สามีที่แปลงนา"
"ขอรับพี่หญิง" ทั้งสองคนแยกกันเอาอาหารไปส่ง ส่วนซือหลิงก็ดูแลหลาน ๆ อยู่ที่เรือน
เพิงพักแปลงนาสกุลเสิ่น
เมื่อซือหยาเดินทางมาถึงศาลาเพิงพัก ก็พบว่าพ่อเฒ่าเสิ่น แม่เฒ่าเสิ่น เจาตี้ กำลังช่วยกันปอกเปลือกข้าวโพดอยู่เช่นทุก ๆ วัน
"ซือหยามาแล้วหรือลูก" แม่เฒ่าเสิ่นรีบลุกขึ้นเมื่อเห็นสะใภ้หิ้วตะกร้าอาหารมาส่ง
"เจ้าค่ะท่านแม่ วันนี้ข้าทำโกยซี่หมี่มาให้นะเจ้าคะ เส้นอยู่ในตะกร้านี้ ส่วนน้ำราดอยู่ในหม้อในตะกร้านี้ ส่วนอันนี้เป็นซาลาเปาไส้หมู ท่านแม่เข้าเมืองไปทำธุระ นางก็เลยซื้อมาฝากเจ้าค่ะ ให้ท่านพ่อท่านแม่คนละหนึ่งลูก เจาตี้หนึ่งลูก อาเซียวหนึ่งลูก"
"ขอบใจเจ้ามากสะใภ้สาม ว่าแต่เจ้ากับอี้หมิงอันหมิงได้กินรึยัง" พ่อเฒ่าเสิ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น
"แบ่งไว้แล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ รอข้ากลับไปค่อยกินพร้อมกัน ยังมีเรื่องที่ข้าอยากถาม พอดีช่วงนี้ข้ากำลังทำงานเขียนร่วมกับซือเหอ ตอนกลางวันหลังจากทำงานบ้านและส่งอาหารกลางวันเสร็จแล้ว ข้าจะขอไปที่บ้านเดิมได้หรือไม่เจ้าคะท่านพ่อท่านแม่"
พ่อเฒ่าเสิ่นกับแม่เฒ่าเสิ่นมองหน้ากันแล้วยิ้ม
"หากหน้าที่ของเจ้าไม่มีอะไรบกพร่องก็ไปเถอะ หรือจะให้น้อง ๆ ของเจ้ามาที่เรือนพ่อก็ไม่ว่า เจ้าจะได้ไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมา"
"เอาตามที่พ่อของเจ้าว่า" แม่เฒ่าเสิ่นกล่าวเสริม
"..."
"ถ้าใครพูดอะไรแม่จะจัดการให้เจ้าเอง"
สาเหตุที่พ่อเฒ่าเสิ่นและแม่เฒ่าเสิ่นค่อนข้างจะดีกับสะใภ้คนเล็ก ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะลูกชายของท่านและเห็นแก่หลาน ๆ ยิ่งเห็นว่านางได้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น มีหรือที่พวกท่านจะไม่ให้โอกาส
"ขอบคุณท่านพ่อท่านแม่เจ้าค่ะ"
ซือหยาคำนับท่านทั้งสองด้วยความซาบซึ้งใจ นางรู้สึกโชคดีที่ได้มาอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่นเช่นนี้
