บทที่ 22 ควรจะฆ่าทิ้งไปแต่แรกแล้ว
"เซ่ เชียน ฮวน!"
เซียวเย่หลันโกรธเคืองอย่างมาก
ผู้หญิงที่เลวร้ายคนนี้ควรจะฆ่าทิ้งไปแต่แรกแล้ว!
ผู้คนที่อยู่นั้นไม่คาดคิดว่านางจะกล้ากระทำเช่นนี้ พวกเขานั้นหวาดกลัวกันอย่างมาก!
"เจ้าเจ็ด เจ้าดูภภรรยาแสนดีของเจ้าสิ" ไท่จื่อโกรธเคืองอย่างมากเช่นกัน
"เจ้าควรไปตาย"
จู่ๆ ดวงตาของเซียวเย่หลันก็เย็นชาลง!
ก่อนหน้านี้เพราะขาสมยอมมากเกินไป มือขวาของเขาค่อยๆเคลื่อนไปที่ด้ามมีด
ในขณะนี้หมออายุประมาณสี่สิบกว่าปีวิ่งหอบเข้ามา
เมื่อเขาเห็นเซ่เชียนฮวนที่กำลังทำการผายปอดอยู่ เขาก็รีบตะโกน "หยุดเดี๋ยวนี้! นี่จัดการกับคนจมน้ำแบบนี้ได้อย่างไร! ปากถูกอุดไว้ไม่สามารถหายใจได้แบบนี้ นี่ตั้งใจจะเอาชีวิตของท่านชายเห้าชัดๆ!"
หลังจากได้ยินคำพูดของหมอ สีหน้าของทุกคนก็ตกใจและโกรธเคืองกว่าเดิม
“จ้านหวางเฟย เจ้าจะต้องชดใช้ในสิ่งที่เจ้าทำลงไปอย่างแน่นอน! ข้าจะตัดหัวของคนจวนอานตี้งโหวทั้งหมดทิ้ง!”
ไท่จื่อโกรธเคืองจนสุดขีด
เซ่เชียนฮวนยังคงไม่แยแส หลังจากที่ช่วยผายปอดเสร็จ นางก็เริ่มทำการผายปอดแบบทรวงอกต่อ
เมื่อไท่จื่อเฟยเห็นว่าหล่อนไม่ได้รู้สึกกลัวใดๆ นางก็ทำได้เพียงร้องไห้และอ้อนวอนอีกคน "ได้โปรดปล่อยห้าวเอ๋อร์เถอะนะ เขาเป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง เขาจะไปทำอะไรให้เจ้าแค้นได้ถึงขั้นที่เจ้าต้องเอาชีวิตเลย ?”
ซู่อวี๋เอ๋อร์อยู่ข้างๆ ยุงยงอย่างเบา ๆ "ที่ผ่านมาหวางเฟยไม่ชอบเด็กเลย เมื่อกี้นี้หม่อมฉันได้ยินนางเรียกท่านชายเห้าว่าไอ้สารเลว ไอ้เด็กเวร ยิ่งท่านชายเห้าร้องไห้หนักเท่าไหร่ หล่อนก็ยิ่งดูมีความสุขมากขึ้นเท่านั้นเจ้าค่ะ"
"อะไรนะ"
เมื่อไท่จื่อเฟยได้ยินเช่นนี้ ริมฝีปากของนางก็สั่นเทาด้วยความโกรธ
ในเวลานี้เซ่เชียนฮวนไม่ได้พูดแก้ตัวให้ตัวเอง
สิ่งที่นางทำได้คือพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเจ้าก้อนแป้งคนนี้ไว้ ไม่ว่าคนอื่นจะใส่ร้ายนางอย่างไร มันก็ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง
"ไม่จำเป็นต้องร้องขอหล่อนเลย พี่สะใภ้" ดวงตาของเซียวเย่หลันเย็นชา นิ้วโป้งของเขาค่อยๆงอลง
หากกระบี่ของเขาหลุดออกจากไป หัวของเซ่เชียนฮวนก็จะตกลงสู่พื้นในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
เขาพอแล้วกับผู้หญิงเลวคนนี้ จะรอช้าไม่ได้แล้ว
ในขณะนี้ ร่างกายของ ท่านชายเห้าก็เคลื่อนไหวอย่างเห็นได้ชัด!
"แควก แควก"
จู่ๆ เจ้าก้อนแป้งก็ไอออกสองครั้ง จากนั้นก็ลืมตาขึ้นและหายใจเข้าออกอย่างรุนแรง!
“ห้าวเอ๋อร์ฟื้นแล้ว!”
ไท่จื่อและไท่จื่อเฟยแสดงสีหน้าที่ทั้งดีใจและตกใจ
เซียวเย่หลันชะงักไปสักพัก และแล้วเขาก็หยุดการเคลื่อนไหวของมีดไว้ทันเวลา
ในขณะนี้เซ่เชียนฮวนก็โล่งใจในที่สุด นางนั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรง ปิ่นปักผมในมือของนางค่อยๆ หลุดออก
ไม่ได้ ตอนนี้ยังลดหย่อนไม่ได้
นางหันกลับมาและคุกเข่าลงตรงหน้าไท่จื่อ แล้วดล่าวด้วยเสียงแหบพร่า "ไท่จื่อโปรดยกโทษให้หม่อมฉันด้วยเถอะเจ้าค่ะ เมื่อกี้นี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการช่วยชีวิตคน หม่อมฉันจะปล่อยให้ใครมาหยุดห้ามหม่อมฉันไม่ได้ หม่อมฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้อง คุกคามชีวิตท่านชายเห้า”
“เมื่อกี้นี้ที่เจ้าอุดปากของห้าวเอ๋อร์ และกดอกเขาเป็นหลายๆครั้งเช่นนั้นเป็นการช่วยชีวิตคนจริงๆหรือ?” ไท่จื่อยังคงสงสัยเล็กน้อย
เซ่เชียนฮวนกล่าว "นั่นคือวิชาเป่าลมที่บันทึกไว้ในบทสรุปของตำราจินคุ่ยเอี้ยวเลี่ยผู้คนมักใช้วิธีนี้ในการรช่วยเหลือคนจมน้ำ และเป็นวิธีมี่มีประสิทธิภาพอย่างมาก"
ในที่สุดทุกคนก็เข้าใจ
พวกเขาเข้าใจผิดเซ่เชียนฮวนกันหมด
นางทำการช่วยชีวิตอยู่จริงๆ
ดวงตาที่เย็นชาของเซียวเย่หลันหลบตาเล็กน้อย ผมที่หน้าผากของเขาร่วงลงมาปิดสีหน้าของตัวเขา มือที่กดด้ามมีดได้ค่อยๆขยับออก
ท่านชายเห้าฟื้นคืนสติอย่างรวดเร็ว
สิ่งแรกที่เขาเห็นคือเซ่เชียนฮวน เขาร้องไห้เสียงดังทันที และรีบเข้าไปกอดคอของหล่อนไว้"ท่านพี่ ฮือฮือฮือ"
"ไม่เป็นไรแล้วนะ"
น้ำเสียงของเซ่เชียนฮวนอ่อนโยน นางลูบหลังปลอบใจเจ้าก้อนแป้งเบาๆ
ไท่จื่อและไท่จื่อเฟยชำเลืองมองกันและกันด้วยสีหน้าสงสัย
เมื่อเห็นทัศนคติของห้าวเอ๋อร์ที่มีต่อเซ่เชียนฮวนนั้นดูไว้ใจและสนิทกัน มันไม่ใช่อย่างที่ ซูอวี๋เอ๋อร์พูดเลยว่าเซ่เชียนฮวนนั้นดุด่ารังแกลูกคนตน
“ห้าวเอ๋อร์ เจ้าตกลงไปในบ่อน้ำได้อย่างไร?”ไท่จื่อเฟยลูบหัวของลูกชายแล้วถามเบา ๆ ว่า “มีคนผลักเจ้าหรือ?”
เจ้าก้อนแป้งเงยหน้าขึ้นด้วยความสับสน "ห้าวเอ๋อร์ก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อกี้นี้ห้าวเอ๋อร์เล่นซ่อนหากับท่านพี่ หลังจากที่ท่านพี่จากไป ห้าวเอ๋อร์ก็นั่งให้อาหารปลาอยู่ที่นี่ จู่ๆ ก็มีบางอย่างตกลงมาทุบโดนที่หัวของห้าวเอ๋อร์ ห้าวเอ๋อร์เหมือนจะเป็นลมไปสักครู่หนึ่งแล้วก็ตกลงไปในน้ำ"
“ถ้างี้ลูกไม่ได้ถูกคนผลักตกน้ำล่ะสิ”
ไท่จื่อเฟยชำเลืองมองซู่อวี๋เอ๋อร์อย่างครุ่นคิด
ซู่อวี๋เอ๋อร์ยิ้มอย่างเคอะเขินแล้วกล่าว "หม่อมฉันเข้าใจผิดนั้นเอง อาจเป็นโคนต้นสนต้นนี้ตกลงมาแล้วทุบโดนท่านชายเห้าเจ้าค่ะ"
“ต้องขอโทษจริงๆ ที่เมื่อกี้หม่อมฉันฟังคำพูดของคนนอกและเกือบจะเข้าใจผิดกับตัวหวางเฟย หวังว่าจะยกโทษพวกเรานะ”
ไท่จื่อเฟยจับมือของเซ่เชียนฮวนแน่นและแสดงสีหน้าที่จริงจัง
ส่วนรอยยิ้มบนใบหน้าของซูอวี๋เอ๋อร์เริ่มแข็งทื่อ
นางทำได้เพียงเม้มปากและยืนเงียบ ๆ อยู่ข้างหลังเซียวเย่หลัน
ไท่จื่อรู้สึกผิดและกล่าว "ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของเจ้าในวันนี้ มิฉะนั้น แม้ว่าหมอกากจะมาทันเวลาก็ตาม แต่ก็คงช่วยห้าวเอ๋อร์ไว้ไม่ได้ ข้าแค่ต้องการปกป้องลูกชายข้าต้องขอโทษที่พูดจาไม่ดีใส่เจ้าด้วย ข้าหวังว่าเจ้าจะยกโทษให้กันนะ!"
ตอนนี้ใบหน้าของหมอแดงก่ำ เขาก้มหน้าก้มตาลงหลบอยู่ด้านหลัง
เขาไม่กล้ายอมรับว่าเขาเป็นหมอกากที่ยังไม่เคยอ่านตำราจินคุ่ยเอี้ยวเลี่ยมาก่อน
เซ่เชียนฮวนส่งคืนเจ้าก้อนแป้งให้พ่อแม่ของเขา "ท่านทั้งสองรีบร้อนเป็นห่วงกัน หม่อมฉันเข้าใจน่ะ แต่ว่ามันอันตรายมากที่ปล่อยให้เด็กวิ่งไปมาในที่ที่มีน้ำแบบนี้ คงต้องให้ความสนใจมากกว่านี้เจ้าค่ะ "
“หวางเฟยพูดถูก หม่อมฉันประมาทเกินไปแล้ว” ไท่จื่อเฟยพยักหน้าด้วยความรู้สึกผิด
นางแอบคิดในใจว่าแม้ว่าลูกสาวของอานตี้งโหวจะถูกเข้าใจผิดเช่นนี้ แต่หล่อนก็ยังสามารถจัดการกับมันได้อย่างสงบ หล่อนดูเย่อหยิ่งและไม่ถ่อมตัวจนดูต่ำ และหล่อนก็ไม่ถือโทษโกรธเคืองหลังจากเรื่องนี้คลี่คลาย หล่อนเป็นคนที่ไม่คิดร้ายและนิสัยดีจริงๆเลย
ในทางตรงกันข้ามที่เทียบกับซูอวี๋เอ๋อร์คนนั้นแล้ว
หล่อนคนนั้นมีความคิดที่ร้ายกาจ
เซ่เชียนฮวนยืนขึ้น เลิกคิ้วและกล่าว "มีเรื่องแปลกอีกเรื่องหนึ่งที่หม่อมฉันต้องการจะบอกท่านไท่จื่อ"
