บทที่ 17 ซูอวี้เอ๋อร์เคยช่วยท่านอ๋อง?
“อย่าพูดไร้สาระ ข้าไม่ได้ท้องเสียหน่อย”
ในที่สุดเซ่เชียนฮวนก็สงบลง นางขมวดคิ้ว และปฏิเสธ
นางเว่ยสงสัย "แต่ท่าทางของท่านเมื่อครู่ เหมือนคนท้องจริงๆนะเจ้าคะ”
"เป็นไปไม่ได้" เซ่เชียนฮวน
เมื่อคำนวณตามเวลา นางกับเซียวเย่หลันเพิ่งมีความสัมพันธ์กันไม่นานนี่เอง นางไม่น่าจะตั้งครรภ์เร็วขนาดนั้น และเท่าที่จำได้เจ้าของร่างเดิมก็เหมือนจะไม่เคยร่วมรักกับผู้ชายคนไหนด้วย
เมื่อเห็นการปฏิเสธอย่างแน่วแน่ของเซ่เชียนฮวน นางเว่ยก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแค่ถอนหายใจออกมา "งั้นก็ได้เจ้าค่ะ แต่ข้าขอบอกหวางเฟยไว้หน่อยแล้วกัน ความจริงแล้วที่ท่านอ๋องใจดีกับซูอวี้เอ๋อร์ เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้นางเคยช่วยชีวิตท่านอ๋องเอาไว้ “
“เรื่องนี้คือ?” เซ่เชียนฮวนเลิกคิ้ว
นางเว่ยมองไปรอบ ๆ และเบาเสียงลง “เรื่องนี้เป็นความลับ คนที่รู้เรื่องนี้มีอยู่ไม่มากนัก ครั้งหนึ่งท่านอ๋องเคยถูกลอบเล่นงาน จากวิธีของพวกเขาแล้ว หากไม่ได้ซูอวี้เอ๋อร์ช่วยแก้กำหนัดให้ท่านอ๋องล่ะก็ ป่านนี้เขาคงกลายเป็นคนพิการไปแล้ว” “อย่างนี้นี่เอง”
เซ่เชียนฮวนคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ จากเล่ห์เหลี่ยมของซูอวี้เอ๋อร์แล้ว ต่อให้นางจะใช้ร่างกายแก้กำหนัดให้เซียวเย่หลันจริงๆ ก็คงไม่ได้มาจากความหวังดีเป็นอย่างแน่เป็นไปได้ว่านางจ้องจะปีนป่ายขึ้นไปนั่งบนตักทองคำของจ้านอ๋องอยู่แล้ว
แต่ว่านะ เรื่องระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงน่ะ ควรเป็นที่เต็มใจกันทั้งสองฝ่าย ในเมื่อเซียวเย่หลันยอมท่ีจะเชื่อว่าซูอวี้เอ๋อร์เป็นดอกบัวขาวที่มีจิตใจบริสุทธิ์ งั้นก็คงต้องแล้วแต่เขาแล้วล่ะ
ถึงอย่างไรนางก็ไม่ได้อยากใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายคนนั้นตลอดไปเสียหน่อย
“ซูอวี้เอ๋อร์มีบุญคุณต่อท่านอ๋องเพราะเคยช่วยเขาไว้ ท่านอ๋องจึงเชื่อใจนาง ต่อไปนี้ท่านต้องระวังหน่อยนะ อย่าไปแข็งข้อกับนางเหมือนอย่างวันนี้อีก”
หลังจากเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้น นางเว่ยก็หันมาอยู่ข้างเซ่เชียนฮวนอย่างสมบูรณ์ ทั้งยังให้คำแนะนำแก่นาง
เซ่เชียนฮวนยิ้ม "ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณที่เตือนข้า"
“มิบังอาจเจ้าค่ะ หวางเฟยกล่าวเกินไปแล้ว!”
เมื่อนางเว่ยได้ยินหวางเฟยกล่าวขอบคุณตน ก็อดไม่ได้ที่จะปลาบปลื้มในใจ เริ่มรู้สึกสนิทกับเซ่เชียนฮวนขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนจะเดินออกไป เซ่เชียนฮวนก็เหลือบเห็นคราบเลือดบนพื้น
เป็นเลือดของชิงถิง
นางส่ายหัวเล็กน้อยด้วยนัยน์ตาที่ไม่แยแส "นกที่ดีจะเลือกกิ่งไม้ที่เหมาะสมในการพำนักนอน แต่ในเมื่อเจ้ายืนกรานที่จะปีนเถาวัลย์มีพิษเอง เช่นนั้นจะมาโทษผู้อื่นไม่ได้หรอกนะ "
แม้ว่าคราวนี้นางจะไม่สามารถฉีกหน้ากากของแม่ดอกบัวขาวนั่นได้ แต่ก็เพียงพอที่จะกำจัดคนร้ายที่อยู่รอบตัวของนางออกไปให้หมด
นอกจากนี้ ชะตากรรมของชิงถิงคงเป็นอุทาหรณ์ให้แก่บ่าวรับใช้คนอื่นๆ ว่าซูอวี้เอ๋อร์เป็นแค่เจ้านายที่เห็นบ่าวของตนเป็นเพียงสะพานทอด เกรงว่าหลังจากนี้ คงไม่มีผู้ใดทำอะไรให้นางด้วยใจจริงแล้ว
แน่นอน ว่าหากซูอวี้เอ๋อร์ยังคงมาหาเรื่อง นางก็จะพร้อมสู้กลับเสมอ
นางไม่ใช่แม่พระที่จะใจอ่อนให้ใครง่ายๆ!
ณ เรือนจิ่นซิ่ว
เมื่อเซีนวเย่เหลันอุ้มซูอวี้เอ๋อร์กลับมาถึงเรือน นางก็สะลึมสะลือฟื้นขึ้นมา แสร้งทำเป็นว่าเพิ่งตื่น
นางเอนพิงไหล่ของเซียวเย่หลัน และพูดเบา ๆ ว่า "ท่านอ๋อง สุราบนโต๊ะคงเย็นชืดหมดแล้ว ข้าจะไปรินมาให้ท่านใหม่”
“ไม่ต้อง เจ้าพักผ่อนเถอะ”
เซียวเย่หลันวางซูอวี้เอ๋อร์ลงบนเตียง
ในขณะที่เขากำลังจะลุกขึ้น จู่ๆ ก็มีมือที่อ่อนนุ่มยกขึ้นมาจับแขนของเขาไว้แน่น เพื่อไม่ให้เขาออกไป
“ข้าไม่ได้เรื่องเลวร้ายหล่านั้นจริงๆ ท่านอ๋องเชื่อข้าไหม” ซูอวี้เอ๋อร์เงยหน้าขึ้น จ้องมองเซียวเย่หลันอย่างน่าสงสาร
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เซียวเย่หลันก็พยักหน้า
ซูอวี้เอ๋อร์หน้าบาน "ข้ารู้ว่าท่านไม่มีทางทรยศต่อความจริงใจของข้า นี่ก็ใกล้จะถึงยามจื่อแล้ว คืนนี้ท่านค้างที่นี่ดีหรือไม่”
