ชายาตาทิพย์ของท่านอ๋องพิการ

39.0K · ยังไม่จบ
จันทร์ส่องแสง
31
บท
172
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

คนอื่นทะลุมิติได้สามีคลั่งรักแต่ข้าทะลุมิติได้ ผัวพิการ ที่ทั้งเย็นชา ทั้งใกล้ตาย และได้สมบัติเป็นจวนร้างโชคดีที่ข้ามี ตาทิพย์ มองทะลุมองทะลุได้ทั้งคน ทั้งชะตา และมองเห็นความลับที่ซ่อนอยู่ในใจคน

เกิดใหม่ในนิยายนิยายจีนโบราณท่านอ๋องข้ามมิตินางเอกเก่งพระชายาพิการแก้แค้นจีนโบราณตลก

อดีต

หญิงสาวในอาภรณ์สีจางนั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง เงาที่สะท้อน…ซีดเซียวราวกับคนใกล้ตายดวงตาแดงก่ำ รอยน้ำตายังไม่ทันแห้ง

“ข้า…ไม่อยากแต่ง”

เสียงแผ่วแหบแห้งเหมือนลมหายใจสุดท้ายมือที่กำชายกระโปรงแน่น“ไม่อยาก”

เสียงทุ้มเย็นดังขึ้นจากด้านหลังเพียงคำเดียว

“กล้าขัดคำสั่งข้าหรือ”

นางค่อยๆ หันกลับไปบุรุษวัยกลางคนในชุดขุนนางยืนอยู่ตรงประตู ใบหน้าเคร่งขรึม…ไร้แววเมตตา

เสิ่นจื้อเหยียนบิดาของเสิ่นหนิงอันข้างกายเขาคือสตรีงดงามในอาภรณ์หรูหรา หลินซูเหยาแม่เลี้ยงผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยน…แต่ดวงตาเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง

และด้านหลังพวกเขา เสิ่นอวี้หรู น้องสาวต่างมารดา งดงามอ่อนหวานไม่ต่างกันทว่าอีกคนกลับมีแววตาเศร้าโศกกว่าเสิ่นอวี้หรูผู้มีชะตาชีวิตสูงส่งกว่าเสิ่นหนิงอันตั้งแต่เกิด

“เจ้าคิดว่าตนมีสิทธิ์เลือกหรือ ข้ายังไม่กล้าชัดบัญชา” เสิ่นจื้อเหยียนเอ่ยเสียงแข็ง

“ท่านพ่อ…อ๋องผู้นั้นเขาพิการและเขายังโหดเหี้ยม ฆ่าชายาหลายคนที่ไทเฮาส่งไป ข้ากลัว”

เพี๊ยะ แรงตบฟาดลงมาอย่างไม่ลังเลใบหน้าของนางหันไปอีกด้าน เสียงก้องดังในหู เลือดไหลซึมที่ริมฝีปาก

“สำคัญตรงไหนกัน เจ้าก็แค่ไม่ทำให้เขาโกรธซึ่งเจ้าก็ต้องทำได้” หลินซูเหยาพูดเสียงเนิบนาบ ราวกับกำลังสนทนาเรื่องเล็กน้อย

“นายหญิงได้โปรด ข้าสัญญาจะทำตัวดีดี รับใช้ท่านที่นี่อย่าให้ข้าไปเลย”

“เจ้าทำตัวดีหรือไม่มันไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ…ต้องมีคนไปแต่ง หากไม่ไปเท่ากับขัดบัญชาฮ่องเต้กับไทเฮา”

สายตาค่อยๆเลื่อนไปยังเสิ่นอวี้หรู น้องสาวร่วมบิดาหลบสายตาเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาเบาๆ

“ท่านไม่ต้องมามองข้า ข้าไม่แต่ง…ข้าไม่ไป ท่านแม่ พี่สาวนางกดดันข้า” เสิ่นอวี้หรูพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเสียงสั่น…แต่ไม่ใช่เพราะกลัว

“เจ้านั่นแหละจะต้องไป น้องเจ้ายังเด็ก นางจะรับมือไหวได้อย่างไรกัน”

“ท่านพ่อ ข้าไม่อยากใช้ชีวิตกับคนพิการ”

เสิ่นจื้อเหยียนหันกลับมามองนางแววตาเย็นเฉียบ

“เจ้าคือลูกอนุ ข้าให้เจ้ามีชีวิตที่ผ่านมาก็ดีแค่ไหนแล้ว ชีวิตเจ้ามีค่าแค่…ใช้แทนน้องสาวเจ้า”

เขาพูดช้าๆทีละคำเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจไม่มีอะไรเหลือ…แม้แต่ความหวัง

“ถ้าขืนเจ้ายังดื้อดึง…” หลินซูเหยาเอ่ยต่อ รอยยิ้มบางยังคงประดับอยู่บนใบหน้า

“แม่เจ้าที่นอนป่วยอยู่…คงไม่ต้องรักษาอีกต่อไป”

ดวงตาของนางเบิกกว้างทันที

“ได้โปรดนายหญิง ท่านพ่อ อย่าใจร้ายกับท่านแม่ ข้ายอมแล้ว”

มือที่สั่นอยู่ก่อนแล้ว…หยุดนิ่งเหมือนถูกบีบคอทุกอย่างจบแล้วไม่มีทางเลือก

“ดี” เสิ่นจื้อเหยียนพยักหน้า

“พรุ่งนี้เมื่อเกี้ยวมารับ เจ้าจะต้องขึ้นเกี้ยวไปจวนอ๋อง”

ประตูปิดลง

หัวใจแตกสลายเป็นผุยผงเสิ่นหนิงอันสะอื้นอย่างหนัก นั่งกอดเข่าน้ำตาไหล ไม่หยุด

“ทำไมต้องเป็นข้า…”

ไม่มีคำตอบมีเพียงลมหนาวที่พัดผ่านเหมือนเสียงหัวเราะของโชคชะตา เสียงกลองดังสนั่น ผู้คนยิ้มแย้ม ราวกับเป็นงานมงคลที่ยิ่งใหญ่

ถ้วยชาถูกยื่นมา

“ดื่มเสีย” สาวใช้กล่าว

นางจ้องมันครู่หนึ่งแล้วก็ยกขึ้นดื่ม ขม ขมจนเหมือนกลืนความสิ้นหวังลงไปทั้งชีวิต

“ทำไมต้องดื่ม”ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู

“พี่หญิง…ไปดีนะ”

ร่างกายทรุดลงช้าๆในเกี้ยว ลมหายใจแผ่วเบาความมืดกลืนกินทุกสิ่งและความคิดสุดท้ายของนางคือ ชีวิตนี้…ข้าไม่เคยมีค่าเลย ท่านแม่หนิงอันลาก่อน

“เฮือก”ลมหายใจถูกกระชากกลับมาอย่างรุนแรงดวงตาเปิดกว้าง

หนิงอันลุกขึ้นทันที

“เอ้านี่ฉันทะลุมิติมาหรือ ทำไมฉันยังไม่ตายหะ”

“นี่มัน”ความทรงจำสองชุดปะทะกันในหัวโลกหนึ่ง…ทันสมัย

อีกโลกหนึ่ง โหดร้าย

“คนอะไรจะซวยขนาดนั้น ลำบากมาตลอดชีวิตแล้วยังโดนวางยา”เงียบหนิงอันก็เอามือกุมหัว

“โชดดีที่เป็นข้านะนั่น”