บท
ตั้งค่า

EP 1 : ชีวิตมีนตรา

ตอนที่ 1 : ชีวิต ‘มีนตรา’

หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้

ช่วงค่ำในพื้นที่ที่ค่อนข้างทุรกันดารในจังหวัดนครศรีธรรมราช รายล้อมไปด้วยสวนปาล์มน้ำมันและสวนยางพารา ถนนสัญจรในซอยยังเป็นถนนลูกรังสีแดงอมส้ม ถึงแม้จะมีไฟฟ้าเข้าถึงตามบ้านแต่บริเวณถนนก็ยังไม่มีไฟฟ้าทำให้พื้นที่โดยรอบมืดสนิทมีเพียงแสงสว่างจากบ้านใกล้เรือนเคียงรำไร

จักรยานคันเก่าขี่ผ่านจุดที่สว่างและจุดที่มืดโดยไร้ซึ่งความกลัว ขี่ไปตามทางด้วยความคุ้นชินต่อให้ตอนนี้จะเกือบสองทุ่มแล้ว แต่เจ้าของร่างสวยที่กำลังปั่นจักรยานกลับบ้านเพิ่งจะเลิกงานหลังจากไปช่วยคนรู้จักทำงานเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว

...ถึงแม้ฉันจะไม่อยากจุนเจือครอบครัวนี้แต่ก็ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ ในเมื่อพ่อของฉันเลือกผู้หญิงคนนี้เข้ามาในชีวิตและให้ฉันเรียกว่าแม่ทั้งที่ไม่ได้คลอดฉันมาด้วยซ้ำ

"เฮ้อ..." มีเพียงเสียงถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อขี่จักรยานมาถึงบ้านและเห็นว่ามีคนรออยู่

บ้านของฉันเป็นบ้านสองชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูนไม่ได้สวยหรูเหมือนคนอื่นแต่ทรุดโทรมหนักกว่าคนอื่นซะอีก ใช้อยู่อาศัยแต่ไม่เน้นรักษาเพราะคนที่บำรุงรักษาบ้านหลังนี้ได้จากไปแล้ว

จักรยานคันเก่าถูกจอดแบบที่พิงไว้กับต้นไม้และฉันก็เดินตรงไปหาแม่เลี้ยงที่ชื่อดาวแบบไม่อิดออด ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดอะไรมากมายเพียงแค่ล้วงหยิบเงินค่าจ้างในกระเป๋าใบเล็กออกมาเป็นจำนวนเงินสามร้อยบาทให้กับแม่เลี้ยงเพื่อจบบทสนทนา

ครอบครัวอื่นจุนเจือแบบไหนไม่รู้ แต่ครอบครัวฉันจุนเจือแบบโดนเอาเปรียบ คนที่โดนเอาเปรียบก็คือตัวฉันเอง

"อะไรกัน มึงไปทำงานมาตั้งแต่เช้าอีพินมันให้มึงแค่สามร้อยนี่น่ะเหรอ มึงแอบเก็บเล็กเก็บน้อยไม่ให้กูหรือเปล่า"

"ไม่มีแล้วจ้ะ ป้าพินให้มีนมาแค่นี้จริง ๆ"

"อย่าให้กูรู้ว่ามึงแอบมุบมิบเงินไว้เองนะ กูมีบุญคุณกับมึงมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่แม่มึงตายก็มีกูที่ดูแลต่อลมหายใจ และตอนนี้พ่อมึงก็ตายไปแล้วคนที่ดูแลมึงก็มีแค่กู อย่าคิดทรยศผู้มีพระคุณจำใส่หัวไว้" ดาวชี้หน้าด่ากราดเด็กสาวที่เป็นลูกเลี้ยงติดสามีใหม่ที่เพิ่งตายไปเมื่อสองปีที่แล้ว

มีนตราจ้องมองแม่เลี้ยงด้วยสายตาเรียบนิ่ง ฉันได้ยินคำพูดพวกนี้จนชินหมดแล้ว เรียกว่าทั้งชินและชาได้เลยแหละ ต่อหน้าพ่อรับบทเป็นแม่เลี้ยงที่รักลูกเลี้ยงแต่ลับหลังก็โคลกสับสารพัด และเมื่อพ่อของฉันจากไปทุกอย่างก็หนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ กล้าทำแบบเปิดเผยโดยไม่ต้องเกรงกลัวใคร ที่ฉันอดทนกับคำดูถูกพวกนี้เพราะฉันรักบ้านหลังนี้ บ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิดและเป็นบ้านจากน้ำพักน้ำแรงของพ่อกับแม่ที่ช่วยกันเก็บเงินสร้างขึ้นมา

อีกอย่างที่ฉันยังไม่ออกจากบ้านหลังนี้เพราะโฉนดที่ดินถูกโอนย้ายเป็นชื่อฉันในฐานะผู้สืบทอดทางสายเลือด ดังนั้นทำไมฉันต้องย้ายออกจากบ้านตัวเองทั้งที่อีกคนเป็นแค่ผู้อยู่อาศัย และที่ฉันออกไปทำงานหาเงินก็เพราะไม่อยากเจอแม่เลี้ยง ได้ออกไปเจอผู้คนสบายใจกว่าเจอหน้าแม่เลี้ยงตัวเองที่มักพูดจาไม่เข้าหู

"แล้วนั่นถุงอะไร" ดาวมองถุงที่ลูกเลี้ยงถืออยู่

"ป้าพินตักแกงมาให้กินกับข้าวจ้ะ เห็นว่ามีนยังไม่ได้กินข้าว"

หมับ

ดาวกระชากถุงแกงมาถือไว้อย่างรวดเร็ว และรีบเปิดดูว่ามีกับข้าวอะไรก่อนจะเงยหน้ามองลูกเลี้ยงด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ

"ผัดเผ็ดปลาลูกชายสุดรักกูชอบ มึงไปหาแดกเองละกัน อ่อแต่ลืมบอกไปข้าวสารหมดนะ มีหุงไว้ให้ไอ้ตะวันลูกรักของกู"

มีนตรากำหมัดแน่นกับการลอยหน้าลอยตาพูดเหมือนเยาะเย้ย ความโกรธทำให้นัยส์ตาร้อนผ่าว ตะวันคือลูกรักของแม่เลี้ยงที่เกิดมากับพ่อของฉันเอง ทำให้ฉันกับตะวันมีพ่อคนเดียวกัน แต่ฉันไม่ค่อยสุงสิงด้วยเพราะตะวันเป็นเด็กที่เกเร ไม่เรียน ไม่ทำงาน ติดพนัน กินเหล้า เมายา และยังแบมือขอเงินแม่เลี้ยงอยู่ทุกวัน

แม่เลี้ยงทำกับฉันแบบไหน เวลาทำกับลูกชายสุดรักจะตรงกันข้ามทั้งหมด ฉันต้องตื่นก่อนไก่โห่แต่ลูกชายให้กินนอนตื่นสายโด่ง หุงข้าวไว้รอลูกชายแต่ฉันหากินเองทั้งที่เงินค่ากับข้าวเป็นเงินของฉันทั้งหมด

"ได้ยินใครเรียกไอ้ตะวัน เสียงดังไปถึงในบ้าน" เด็กหนุ่มร่างสมส่วนใบหน้าคมผิวสีเข้มเดินออกมาจากในบ้านและเดินตรงมาที่แม่ผู้เป็นที่รักก่อนจะมองพี่สาวต่างแม่ที่ยืนอยู่ด้วย จ้องมองด้วยสายตาหื่นกระหายอยากจะกินทั้งตัว ถึงแม้ตนจะเด็กกว่าแต่ไม่ถือสาเพราะพี่สาวสวยจนห้ามใจไม่ไหว

"แม่แค่คุยกับอีมีนนิดหน่อยเสียงดงเสียงดังอะไรล่ะ อ่อ!วันนี้มีผัดเผ็ดปลาด้วยนะ ไปกินข้าวกันเถอะ" ดาวบอกกับลูกชายสุดรักด้วยคำพูดแสนหวานต่างกับก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

"วันนี้ฉันนัดเพื่อนไว้อาจกลับดึกๆไม่ก็เช้านะแม่"

"อะไรกันพอฟ้ามืดก็ออกจากบ้านอีกแล้ว กว่าจะกลับก็ตะวันขึ้นประจำ"

"แหมแม่ ลูกผู้ชายกำลังวัยรุ่นก็แบบนี้แหละ ต้องมีเพื่อนฝูงมีสังคม แต่ก่อนจะออกไปเราไปต่อทุนกันดีไหม เมื่อคืนมือกำลังขึ้น"

ดาวยิ้มกรุ้มกริ่มเมื่อนึกถึงเงินที่ได้จากการเล่นการพนัน

"ก็ดีเหมือนกันเผื่อจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง"

สองแม่ลูกพูดคุยกันอย่างออกอรรถรส แต่สายตาของตะวันเหลือบมองพี่สาวต่างแม่อยู่เป็นระยะ มองด้วยความลุ่มหลงไม่ใช่มองด้วยความสงสารโดยที่ดาวไม่รู้เลยว่าลูกชายแท้ ๆ ของตัวเองกำลังอยากได้มีนตราจนกระหาย

"มีนขอตัวนะจ๊ะ" มีนตราพูดแทรกเพราะไม่อยากทนฟังคำพูดสองแม่ลูก และไม่อยากถูกสายตาของน้องชายต่างแม่กะลิ้มกะเหลี่ย เพราะเหตุนี้ทำให้ฉันไม่อยากสุงสิงกับตะวัน มีหลายครั้งที่จ้องจะฉวยโอกาสแต่โชคดีที่ฉันไหวตัวได้ทัน ฉันรู้ดีว่าคำว่าต่อทุนที่สองแม่ลูกพูดถึงก็คือเล่นพนัน แต่ไม่รู้รายละเอียดมากว่าทั้งสองคนเล่นอะไรแค่เห็นกด ๆ จิ้ม ๆ ที่โทรศัพท์

"พรุ่งนี้ไอ้จันมันบอกให้มึงไปช่วยงานแต่เช้ามีเก็บกาแฟ รีบตื่นรีบไปทำงานทำหน้าที่ลูกกตัญญู แล้วก็อาทิตย์หน้าอีทิพย์มันให้มึงไปช่วยเก็บปาล์ม"

มีนตรามุ่งหน้าเดินไปที่ห้องของตัวเองที่อยู่ไม่ไกลจากที่ยืนคุยกับแม่เลี้ยงโดยที่มีเสียงของแม่เลี้ยงดังไล่หลังมาชัดแจ๋ว ฉันรับรู้และรับฟังแต่แค่ไม่หันกลับไปมองแม่ลูกคู่นั้น

แกร่ก...

แอ่ดดด...

มีนตราเปิดประตูห้องนอนที่เป็นประตูไม้สภาพเก่าและใช้มือคลำหาสวิตช์ไฟเพื่อเปิดไฟให้สว่างทั่วห้องก่อนจะรีบปิดประตูและจัดการล็อกประตูอย่างแน่นหนา

ครืด

เสียงลากโต๊ะเครื่องแป้งดังในเวลาต่อมาหลังจากปิดประตูเพื่อเอามาขัดประตูไว้เพราะกลัวว่าจะมีคนบุกเข้ามาและเป็นแบบนี้ทุกคืนที่ฉันต้องทำ จากสายตาของตะวันก็รู้ว่าควรทำตัวแบบไหนถึงจะปลอดภัย นี่คือสิ่งหนึ่งที่ฉันยอมย้ายจากห้องด้านบนบ้านลงมาห้องเก็บเครื่องมือทำไร่ทำสวนของพ่อที่เป็นเพียงห้องเล็ก ๆ มีเพียงประตูไม้เก่า ๆ และร่องระบายอากาศเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าต่างเพื่อมองวิวอื่น มันอาจดูเหมือนอึดอัดแต่มันทำให้ฉันสบายใจและหลับสนิทกว่าการมีหน้าต่างในห้องนอนเพราะไม่รู้คืนไหนตะวันจะแอบเข้ามาทำเรื่องไม่ดี การที่ฉันย้ายมาอยู่ห้องนี้ทำให้ถูกใจแม่เลี้ยงแต่ไม่ถูกใจน้องชายต่างแม่สักเท่าไหร่แต่เธอไม่สนใจ

"เฮ้อ...เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรมต่อกันสักที"

ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งกับพื้นและกอดเข่าอยู่ตรงมุมห้อง สภาพร่างกายอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด มือเรียวเล็กทั้งสองข้างลูบหน้าตัวเองเบา ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทุกวันจนเอือมระอา

โคร่ก คร่าก

เสียงท้องร้องดังขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้มือเรียวเล็กเคลื่อนมาลูบหน้าท้องตัวเองเบา ๆ มันก็แหงล่ะที่ท้องจะร้องดังขนาดนี้เพราะตั้งแต่เที่ยงข้าวยังไม่ตกถึงท้องสักเม็ด อุตส่าห์จะได้กินแกงปลาอร่อย ๆ ดันมีหมาคาบไปแดก

แต่แล้วสายตาหงุดหงิดเมื่อนึกถึงคนแย่งกับข้าวไปแปลเปลี่ยนเป็นเศร้าหมองเมื่อมองไปทางกรอบรูปขนาดใหญ่ที่ระบุวันชาตะและวันมรณะของพ่อกับแม่ที่วางอยู่คู่กันพานทำให้น้ำตาเอ่อล้นขึ้นคลอเบ้า สายตาที่มองสองภาพนั้นเริ่มพร่ามัวขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายหยดน้ำตาได้ไหลอาบสองข้างแก้มแบบที่กลั้นเอาไว้ไม่อยู่

"พ่อเห็นแล้วใช่ไหมจ๊ะว่าผู้หญิงที่พ่อเลือกมานั้นทำแบบไหนกับมีน แต่มีนไม่โกรธพ่อหรอกที่เอาผู้หญิงคนนี้เข้ามาในบ้านของเรา เพราะตอนนั้นพ่อมีความสุขมากที่ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากจมทุกข์กับเรื่องของแม่อยู่นาน"

"แม่จ๋า...ครั้งสุดท้ายที่มีนเห็นหน้าแม่ก็ตอนที่มีนอายุสามขวบ ถึงแม้ตอนนั้นมีนจะยังเด็กแต่มีนก็จำรอยยิ้มของแม่ได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่โกรธเลยที่แม่ทิ้งมีนไป มีนเชื่อว่าถ้าแม่เลือกได้แม่จะไม่มีวันทิ้งมีนและพ่อไปแน่นอน"

สายตาที่พร่ามัวมองหน้าพ่อกับแม่ผ่านรูปถ่าย บรรยากาศในห้องเงียบสงัดมีเพียงเสียงตัวเองที่พูดเจื้อยแจ้ว

"มีนรักพ่อกับแม่นะจ๊ะ"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel