จาดีมีรัก

74.0K · จบแล้ว
Ocean Books
35
บท
195
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

คำโปรย ภรัณภพกับจารวี สองคนนี้เจอหน้ากันเมื่อไหร่เป็นต้องหยุมหัวกันตลอด แต่งานนี้เด็กชายชั้นป.1 อย่างน้องจอมกับน้องภีม ยินดีจะเป็นคิวปิดให้คู่กัดกลายเป็นคู่รักให้จงได้ ตัวอย่าง หลังรับประทานอาหารกลางวัน จอมทัพเห็นจารวีมาประจำอยู่กลุ่มที่สี่ก็ดีใจรีบไปหาเธอ “พี่จาดี มาได้ยังไงครับ” “พี่มารับผิดชอบดูกลุ่มของพวกเราน่ะสิ เฮ้อ! เจ้าจอมแสบ ครั้งนี้ถึงแม้ว่าเราจะมีเรื่องวิวาทเพราะความถูกต้อง แต่พี่เคยสอนแล้วใช่ไหมว่าความรุนแรงมันไม่ใช่ทางออกเดียวของปัญหา ไม่ใช่สิ่งแรกที่ควรทำ มีเรื่องต้องมาบอกพี่เดี๋ยวพี่จะจัดการให้เอง ต่อไปถ้าเลี่ยงลงไม้ลงมือได้ก็เลี่ยง เข้าใจไหม?” “ครับ” จอมทัพรับปากพี่สาวแต่สมองคิดไปแล้วว่าหากเขาไปฟ้องเธอ พี่จะต้องเล่นใหญ่กว่าเป็นสองเท่า คงไม่ใช่แค่เด็กตีกัน จะกลายเป็นพี่กับพ่อแม่ของอีกฝ่ายแทน พี่สาวเขาเหมือนมีเหตุผล แต่พออารมณ์ขึ้นก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ปะ ฉะ ดะ แหลก จนแม่ค้าร้างตลาดยังต้องยกธงขาวมาแล้ว ทักทายนักอ่าน มนพระจันทร์สวัสดีค่า คุณรี้ดที่น่ารักทู๊กคน หลังจากที่ปล่อยให้ทุกคนได้ฟินกับนางเอกจีนยุค 80 มาหลายเรื่อง (และเรื่องล่าสุดที่ดูเหมือนจะมีคนหาว...อุ๊ปส์! เพราะมันแปกอย่างเหลือเชื่อ) ไรท์เลยคิดว่า คงถึงเวลาเปลี่ยนลุคกันบ้างแล้ว! และแล้ว "จาดีมีรัก" ก็ถือกำเนิดขึ้น! อยากรู้มั้ยคะว่า "จาดีมีรัก" มีอะไรให้น่าติดตาม? มีสาวน้อยปากกรรไกรที่ไม่ยอมใครง่ายๆ ✓ มีท่านประธานหล่อเฉี่ยวที่เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวปากแซ่บ ✓ มีเด็กชายตัวน้อยสองคนที่จะทำให้คุณยิ้มตาม ✓ มีฉากหยุมหัวที่จะทำให้คุณอยากจะเขวี้ยงหมอน ✓ มีฉากฟินที่จะทำให้คุณกรี๊ดจนเพื่อนบ้านต้องเคาะฝาห้อง ✓✓✓ และนี่แค่น้ำจิ้มนะคะ! เพราะจาดีของเรา เธอไม่ใช่แค่ครูสอนศิลปะธรรมดา แต่เธอคือสาวน้อยที่แบกรับภาระครอบครัว ดูแลแม่ที่ป่วย เลี้ยงน้องมาเหมือนเป็นลูกชาย แถมยังต้องมาเจอะเจอกับท่านประธานจอมเผด็จการที่ชอบเอาชนะ แต่พอรู้หัวใจตนเอง ท่านประธานก็รุกเสียใจสาวปากกรรไกรไปไม่เป็นกันเลยทีเดียวค่า และอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อสองเด็กชายตัวน้อยที่คนหนึ่งขี้อายกลัวการเข้าสังคมแต่มีไอคิวถึงหนึ่งร้อยแปดสิบ ได้มีเพื่อนคนแรกที่ไร้สมองแต่เรื่องพละกำลังเขากล้าพูดได้ว่าถ้าเขาเป็นที่สอง ก็ไม่มีใครกล้าเป็นที่หนึ่งอย่างจอมทัพ ร่วมมือกันอย่างลับ ๆ จับคู่พ่อกับครู...รับรองความน่ารักกำลังจะตามมา แล้วท่านประธานภรันภพที่แสนจะมั่นใจในตัวเอง จะรู้มั้ยว่ากำลังถูกต้อนเข้าหลุมโดยกระต่ายน้อยอย่างจาดี? จะรู้มั้ยว่าหมาป่าอย่างเขากำลังจะถูกกระต่ายจับกิน? (อย่าคิดลึก เดี๋ยวเขินแทน ?) เรื่องนี้จะพาทุกคนหัวเราะ อมยิ้ม ฟิน และอาจจะน้ำตาซึมบ้างนิดหน่อย แต่รับรองว่าจะหวานจนน้ำตาลในเลือดพุ่งอย่างแน่นอน! ฝากกดติดตาม ให้ไรท์ด้วยน้า Thank you. มนพระจันทร์

นิยายรักนิยายปัจจุบันตลกเศรษฐีโรแมนติกรักแค้น

ตอนที่ 1. พี่สาวเป็นทุกอย่างแล้ว

“อุ๊ยแม่! ตกใจหมด นี่คือสารรูปที่เธอจะไปทำงานวันแรกเรอะ? ยัยจาดี ตายแล้วตาย! ไม่น่านอนดึกเลย”

จารวีสำรวจสภาพผิวหน้าหลังตื่นนอนของตนพร้อมกับบ่นอุบเสียงอ่อนเปลี้ยเพลียใจ รูปโฉมที่สะท้อนในเงากระจกปรากฏให้เห็นหญิงสาวใต้ตากลมบวมเป่งเหมือนไข่ต้มร้อนกรุ่น ทั้งที่เค้าโครงลักษณะจมูกปากเล็กจิ้มลิ้มน่ารักใคร่ แต่หน้าต่างหัวใจอย่างดวงตากลับย่ำแย่ พาลพาให้บุคลิกภาพสลดหดหู่ตามไปด้วย และแม้เธอจะปาดรองพื้นอำพรางร่องรอยการนอนดึกเอาไว้ นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ดูดีขึ้นสักนิด

ยิ่งโบกยิ่งหนา สภาพไม่ต่างอะไรกับเอาหน้าไปโม่ปูนขาว

จารวีไม่รู้จะปล่อยตัวเองไปทั้งอย่างนี้หรือพยายามอีกครั้งด้วยการล้างหน้าแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ ทว่าพอมองไปที่จอโทรศัพท์มือถือดูเวลา ก็เหลือเพียงทางเลือกเดียวให้เธอ นั่นคือล้มเลิกความพยายามแล้วปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม

เธอไม่ได้ใช้หน้าตาหากินเฉกเช่นพวกไอดอลนักแสดง ไม่จำเป็นต้องพิถีพิถันมากมาย อาชีพที่นอนดึกเป็นกิจวัตรอย่างฟรีแลนซ์ ลืมตาตื่นมาในสภาพประมาณนี้ก็ไม่ถือว่าผิดปกติสักนิด

ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะไม่หนักไม่เบาดึงความสนใจของหญิงสาว ด้านนอกห้องเด็กชายตะโกนเร่งเข้ามา

“พี่จาดีมากินข้าวได้แล้ว เดี๋ยวพวกเราจะไปเข้าแคมป์สายนะครับ”

“ได้ยินแล้ว พี่กำลังลงไป จอมกินก่อนได้เลย” จารวีตอบกลับน้องชายเจ้าของเสียงกังวานใส มือสวยสีเหมือนหยวกกล้วยถักเกลียวเปียผมยาวคละบั้นเอวไปด้านหลังแล้วทัดโบว์ขนาดเล็กสีแดง ค่อยหยิบกระเป๋าออกจากห้องลงไปยังชั้นล่าง

บนโต๊ะอาหาร เจ้าน้องชายตัวแสบวัยเจ็ดขวบกำลังแกะน้ำเต้าหู้ใส่แก้วยกดื่ม ที่นั่งข้างกันคือมารดาหน้าตาใจดีกำลังจัดแจงกับข้าวกับปลา พอจารวีลงมาสิ่งแรกที่เธอต้องการคือฉีกซองกาแฟชงกับน้ำร้อน จากนั้นผสมน้ำเย็นให้อุ่นแล้วกระดกดื่มจนเกลี้ยง กาแฟคือยากระตุ้นที่ดีที่สุด ถ้าไม่ได้ดื่มก่อนเริ่มใช้ชีวิตในวันใหม่เธอต้องซึมเซาเป็นแมวป่วยแน่

“อ๊า! ชื่นใจจัง แม่จ๋าวันนี้มีอะไรกินเอ่ย กลิ่นหอมลอยไปถึงบนห้องนู้น” หญิงสาววนกลับมานั่งที่โต๊ะ

อาหารหน้าตาคุ้นเคยสองอย่างถูกตักใส่ชาม เป็นไข่เจียวเหลืองหอมกับผัดกะหล่ำปลีใส่หมูสามชั้น ธาราผู้เป็นมารดาเลื่อนจานข้าวให้ลูกสาว สังเกตเห็นว่าวันนี้เธอดูแตกต่างไปจากเดิมก็ถามขึ้น

“เมื่อคืนยังทำงานดึกไม่ยอมหลับยอมนอนอีกแล้วล่ะสิ อะไรที่หนักเกินไปก็เพลาๆ หน่อย ไหนๆ แกก็ได้งานใหม่เป็นครูสอนศิลปะโรงเรียนใหญ่ขนาดนั้นแล้ว เงินเดือนเขาก็จ่ายให้ไม่เลว พอกินพอใช้ ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องทำฟรีแลนซ์เหมือนเมื่อก่อน เอาเวลาพวกนั้นนอนเร็วรักษาสุขภาพหน่อยจะดีกว่านะ”

“เวลานอนถมเถน่ะแม่ จายังอายุน้อยถ้าไม่ขยันตอนนี้จะมีเงินเก็บได้ไง ไอ้เจ้าจอมของเรากินเก่งกินจุขึ้นทุกวัน เดี๋ยวพอน้องเข้ามหา’ลัยค่าใช้จ่ายจะยิ่งทบทวี จาหาไว้ตอนนี้ วันข้างหน้าจะได้ไม่เหนื่อยมาก” จารวีลูบหัวน้องชายจนผมยุ่ง

มารดาตักกับข้าวให้เธอกับน้อง สีหน้าทั้งปลื้มทั้งสงสาร “ถ้าพ่อแกไม่ด่วนจากไป แกก็คงไม่ลำบากตั้งแต่อายุน้อยแบบนี้”

“ไม่เอาหน่าแม่ โทษพ่อไม่ได้นี่ แต่อย่างน้อยพ่อก็ทิ้งเงินประกันไว้ให้จนจาเรียนจบนะ หรือต่อให้พ่อไม่จากพวกเราไป คนหนุ่มสาวสมัยนี้โตขึ้นทุกวันยังไงก็ต้องทำงานทำการให้เป็น เพื่อนๆจาเองก็ไม่ได้เป็นคุณหนู ต่างคนต่างทำงานพาร์ทไทม์กันทั้งนั้น เรียนรู้ตั้งแต่อายุยังน้อย จาว่ามันดีออก พ่อก็คงอยากให้จาเติบโตมาแข็งแกร่งเหมือนกัน”

จารวีปลอบใจมารดาเพราะไม่อยากให้ท่านเศร้าเมื่อกล่าวถึงการจากไปอย่างกะทันหันของผู้เป็นพ่อ ช่วงเวลาที่เธอต้องดิ้นรนเป็นเสาหลักของบ้านตั้งแต่อายุสิบหกมันลำบากและเหน็ดเหนื่อยมากก็จริง แต่ถ้าไม่เพียรพยายามประคับประคอง ทำทุกทางเท่าที่จะทำได้ ครอบครัวของเราก็คงไม่สามารถพร้อมหน้าพร้อมตากันได้อย่างทุกวันนี้

“พอจอมโตขึ้น จอมก็จะเป็นคนเก่งเหมือนพี่จาดี แล้วก็จะดูแลแม่กับพี่จาดีเองครับ”

“ฮา ฮา ฮา เหรอจ๊ะพ่อหนุ่มน้อยตัวแสบ งั้นก็ต้องขยันตั้งใจเรียนตั้งแต่วันนี้เลยรู้ไหม ห้ามไปมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนร่วมชั้นเด็ดขาด โรงเรียนใหม่ไม่เหมือนโรงเรียนอนุบาลแล้วนะ ถ้ามีเรื่องมาพี่จะถือว่านายผิดสัญญา”

“จอมไม่ผิดสัญญาแน่ครับ” เด็กชายแก้มสีเลือดฝาดชูแก้วน้ำเต้าหู้ขึ้นเพื่อยืนกรานความตั้งใจของตน

แม่กับพี่สาวเห็นเขามุ่งมั่นจริงจังเกินวัยของเด็กชายก็พากันหัวเราะขำ ถ้าเข้าแคมป์ศิลปะหนึ่งเดือนนี้ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น นั่นก็พอจะพิสูจน์ได้ว่าเด็กน้อยทำตามสัญญา ค่อยๆ เติบโตขึ้นอีกนิดหนึ่งแล้ว

เพียงแต่จอมทัพมักจะควบคุมอารมณ์ส่วนลบได้ไม่ค่อยดีนัก ยามเพื่อนที่โรงเรียนล้อว่าเขาไม่มีพ่อ เด็กน้อยก็จะตอบโต้ด้วยการพุ่งเข้าใส่จนสุดท้ายมีสภาพสะบักสะบอม ต่อให้อีกฝ่ายตัวโตกว่า เจ้าหนูแก้มป่องนี่ก็หาได้หวั่น จารวีแม้ไม่พอใจที่เด็กคนอื่นล้อเลียนน้องชาย แต่เธอก็สอนเด็กบ้านตัวเองเสมอว่าอย่าไปสนใจเด็กเหล่านั้น ให้แก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง หรือหากเรื่องไม่จบไม่สิ้นก็มาบอกเธอแทน ในฐานะผู้ปกครองเธอไม่มีทางยอมให้ใครมารังแกน้องชายง่ายๆ อยู่แล้ว

สามคนรับประทานอาหารเช้าด้วยกันเสร็จ จารวีกับจอมทัพก็ออกจากบ้านเดินทางไปยังแคมป์ศิลปะด้วยรถมาสด้าสีขาว ซึ่งเป็นรถคันแรกของครอบครัวที่พ่อซื้อทิ้งไว้ให้ ภายนอกยังดูใหม่และสะอาดเอี่ยมเนื่องจากพึ่งเอาไปเข้าศูนย์ล้างขัดสีฉวีวรรณมา ส่วนภายในก็เทียวซ่อมเทียวเปลี่ยนอะไหล่ตามอายุการใช้งาน

เจ้าแก่คันนี้เข้าปีที่สิบห้าแล้ว แต่ไม่ว่าชีวิตจะลำบากแค่ไหนจารวีก็ไม่เคยนึกอยากขายกิน เธอคิดตรองไว้ถ้ารวบรวมเงินได้สักก้อนค่อยเปลี่ยนใหม่สักคันก็ยังไม่สาย งานคุณครูมีออกนอกพื้นที่ไปทัศนาจรต่างจังหวัดด้วย เหลือรถไว้ใช้ประจำจะสะดวกกว่า

ในรถจอมทัพคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย เขาตื่นเต้นอดที่จะถามพี่สาวไม่ได้ “พี่จาดี วันนี้เพื่อนใหม่จะมาเยอะไหม”

จารวีเป็นหนึ่งในวิทยากรของแคมป์ศิลปะครั้งนี้ เธอจึงรู้ข้อมูลคร่าวๆ น้องชายถามเลยมีคำตอบให้

“เยอะสิ หกเจ็ดร้อยคนได้มั้ง คนเยอะจอมจะได้เพื่อนใหม่ด้วยไง เดี๋ยวพอเปิดโรงเรียนจะได้ไม่ต้องปรับตัวมาก”

โรงเรียนประถมเอกชนท็อปสามของประเทศอย่างโรงเรียนศึกษาวิทยานุกูลค่าเทอมตั้งครึ่งล้าน ลำพังตัวเธอไม่มีปัญญาส่งเสียแน่ แต่เพราะตำแหน่งคุณครูจึงมีโควต้าทุนให้เครือญาติได้หนึ่งคน ที่เธอสนับสนุนน้องชายให้เข้าร่วมค่ายศิลปะครั้งนี้ เพราะหนึ่งเลยคืออยากให้เขาได้เพื่อนใหม่ เด็กๆ ในเขตเมืองกรุงวัยประถมมาร่วมเขาแค้มป์หลายร้อยชีวิต ใครสักคนในนั้นอาจเป็นนักเรียนของโรงเรียนศึกษาวิทยานุกูลและได้เป็นเพื่อนกับน้องชายของเธอก็ได้

เจ้าตัวแสบคนนี้เธอเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเท่าเมี่ยง เป็นลูกหลงของพ่อแม่ที่มีอายุห่างกันเกือบยี่สิบปี เธอทนเห็นเขาโดดเดี่ยวไม่ได้ เดี๋ยวเป็นห่วงมาก เดี๋ยวคิดตามสารพัด ครั้งหนึ่งเพื่อนเธอเห็นเธอหอบกระเตงจอมทัพไปเรียนด้วยที่มหาวิทยาลัยเพราะแม่ล้มป่วยหนักกะทันหัน ยังพากันนึกว่าเป็นลูกในไส้ของเธอเองเสียด้วยซ้ำ

แต่ไม่ใช่ลูกก็เหมือนลูก เลี้ยงมาเองกับมือ เมื่อพ่อเสียไปแม่ก็แทบไม่มีกระจิตกระใจจะใช้ชีวิตต่อ ยามนั้นเธอเลยต้องกลายเป็นทุกอย่างให้เด็กน้อยคนนี้ตั้งแต่อายุย่างสิบหก ต้องออกไปทำงานและคอยป้อนข้าวป้อนน้ำดูแลไม่ห่าง ดึกดื่นกระจองอแงแหกปากลั่นยังต้องอยู่เฝ้าแม้จะเหนื่อยจนลิ้นห้อย ดีว่ารู้ความบ้างแล้วไม่เอาแต่ใจและเกเร

ถ้าเจ้าหนูนี่นิสัยไม่ดีเธอคงอกแตกระเบิดตายแน่

“แวะปั๊มแป๊บนึง พี่จะซื้อของให้เพื่อนหน่อย”

จารวีจอดรถไว้แล้วเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ เธอให้น้องชายไปเลือกของที่อยากได้ ส่วนตัวเองมุ่งไปยังโซนเครื่องดื่มซื้อนมเปรี้ยวสามขวดและน้ำชาเขียวให้เพื่อน ยังพอมีเวลาเหลือจึงไม่ต้องเร่งรีบมาก หญิงสาวไปยังส่วนของชั้นวางขนม ไล่ดูเรื่อยเปื่อยจนมาหยุดอยู่ที่กล่องช็อกโกแลต ซึ่งขายดีมากจนขาดตลาดในช่วงนี้

“โชคดีจัง เจ้าจอมแสบบ่นว่าอยากกินมาหลายวันแล้ว” จารวีฉกมาทันทีพร้อมกับรอยยิ้ม ไม่คาดจะโดนใครบางคนมองแรงชนิดที่ว่าเหมือนเธอทำความผิดมหันต์ไม่น่าให้อภัย

อะไรล่ะ ผู้ชายคนนี้ไม่ปกติหรือไง

“คุณครับ ผมเห็นก่อนและผมกำลังจะหยิบ ทำไมถึงฉวยโอกาสหยิบเอาของคนอื่นไปล่ะครับ แบบนี้มันไร้มารยาทนะ”