บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 ชีวิตที่น่ารันทด

ตอนที่ 1 ชีวิตที่น่ารันทด

ยามโหย่ว(18.00) หมู่บ้านเล็ก ๆ ในตำบลเจียงซี หลังจากแสงดวงอาทิตย์ลับลาขอบฟ้าหมายถึงว่ายามนี้คือเวลาพักผ่อนของแต่ละเรือน บางเรือนก็พากันกินอาหารค่ำพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นเดียวกับเรือนตระกูลจาง

“ท่านแม่อาหารแม่แล้วเจ้าค่ะ วันนี้ป้าเฟยฉีให้ผักมาโชคดีจริง ๆ เลยนะเจ้าคะ” เด็กหญิงตัวน้อยถือจานผัดผักเดินเข้ามาที่โต๊ะกินอาหารของครอบครัวตระกูลจาง ทว่าเมื่อนางมาถึงสายตาของนางเหลือบไปเห็นเป็ดตุ๋นหน้าตาน่ากิน ส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั้งเรือน ดวงหน้าของนางคลี่ยิ้มพลันนั้นเสียงของมารดาได้ดังเข้ามาพร้อมทั้งพี่ชาย

“โชคดีอะไรของแก นังแก่นั่นมันก็แค่เอาผักเหลือกินเหลือใช้เหี่ยวจนจะเน่ามาให้นะสิ หากคิดว่านั่นคืออาหารล้ำค่าก็กินไปคนเดียวเถอะ” จางอวี่ซวนเอ่ยพลางจ้องมองในจานของอิ้งเหย่อย่างไม่ใยดี เพราะวันนี้เขามีเป็ดตุ๋นอยู่ตรงหน้าต่างหาก

“วันนี้เรือนของเรามีเรื่องน่ายินดีอันใดหรือเจ้าคะ ” อิ้งเหย่วางจานผัดผักข้าง ๆ จานเป็ดตุ๋นจ้องมองตาเป็นมันใช่ว่าจะได้กินอาหารเช่นนี้บ่อยครั้งนัก เพราะครอบครัวยากจน ตั้งแต่เสียบิดาก็มีเพียงจางฟางหรงมารดาเฝ้าเลี้ยงทั้งสองมาเพียงลำพังอดมื้อกินมื้อ

“วันสำคัญอะไรล่ะ พี่ชายของเจ้าอยากกินส่วนเจ้าไม่ต้องมองมันเลยนะ เด็กที่มีดาวหายนะอย่างเจ้าไม่สมควรจะกินอาหารดี ๆ เช่นนี้ นี่เป็นของอวี่ซวนเพียงผู้เดียว เขาต้องใช้ความคิดในการอ่านตำราเพื่อสอบขุนนางส่วนเจ้านังเด็กไร้ประโยชน์ กินผัดผักของเจ้าซ่ะ อ้อจริงสิข้าวเหลือเพียงก้นหม้อ วันนี้เจ้าไม่ต้องกิน วัน ๆ ไม่ทำอะไร เอาให้พี่ชายของเจ้ากับข้าส่วนเจ้าไปนั่งอยู่ตรงไหนก็ไปอย่ามาให้เห็นหน้า อวี่ซวนของข้าจะกินอาหารไม่อร่อย” เด็กหญิงใบหน้าพลันเปลี่ยนสี ราวกับถูกฟ้าผ่า นางพูดสิ่งใดไม่ออกหัวใจบีบตัวแน่น อวี่ซวนเหลือบมองนางคราหนึ่งทว่าสายตานั่นมิใช่ความสงสารหรือเห็นใจแต่เป็นสายตาของความสมเพชและสมน้ำหน้า

“ใช่แล้ว เป็ดจานนี้เป็นของข้า เจ้ามันไม่คู่ควรที่จะได้รับสิ่งดี ๆ เจ้ามันกาลกิณีทำให้ท่านพ่อต้องตาย หากเจ้าไม่เกิดมาท่านพ่อจะไม่ตายชีวิตของข้าก็คงไม่ต้องพบเจอเรื่องทุกข์ยากเช่นนี้ ออกไปอย่ามาให้เห็นอีก” เด็กหญิงไหล่สั่นพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา ก่อนจะยื่นมือถือจานผัดผักของตนเองกลับเข้าห้องอย่างเงียบ ๆ ปิดประตูแน่นได้ยินเสียงหัวเราะสมน้ำหน้าที่มารดากับพี่ชายพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน หลังประตูปิดเด็กหญิงทรุดตัวนั่งร้องไห้เงียบ ๆ กลัวมารดาจะได้ยินและเฆี่ยนตีตน

ท้องนภายามราตรีแสงจันทราสาดส่องกระทบหน้าต่างในเรือนหลังเล็ก เด็กหญิงตัวน้อยนั่งกอดเข่าข้างหน้าต่าง เงยหน้ามองดวงจันทร์ด้วยจิตใจที่เศร้าหมอง ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของความกล้ำกลืน เจ็บปวดสะท้านไปทั้งหัวใจเมื่อครั้นนึกถึงสีหน้าคำพูดการกระทำของมารดาที่มีต่อตนและพี่ชาย ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว

“ท่านแม่ ข้าใช่ลูกสาวของท่านจริง ๆ นะหรือ ? เหตุใดท่านถึงได้ปฏิบัติต่อข้าต่างจากท่านพี่ หรือเพราะข้าเกิดเป็นสตรี ไม่อาจทำให้ท่านแม่มีหน้ามีตา อายุถึงขั้นออกเรือนก็ต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านสามี เพราะเช่นนี้หรือท่านแม่ถึงไม่รักข้า หรือเพราะท่านไม่เคยคิดรักข้าแต่แรกอยู่แล้ว” เสียงเล็กสะอึกสะอื้นเอ่ยถามดวงจันทร์แทนมารดาความเจ็บปวดในอกแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ หลายครั้งต่อหลายครั้งที่นางคิดว่ามารดาเพียงแต่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานจึงไม่ได้แสดงความรักให้นางแม้เพียงนิด ทว่าเมื่อนางเติบใหญ่เริ่มช่วยงานในเรือนได้ก็มิอาจจะทำให้มารดายิ้มหรือแสดงความรักให้นางเลยแม้แต่น้อย จนแอบคิดว่าตนเองเป็นบุตรสาวที่นางคลอดมาเองหรือไม่ หรือเพียงเพราะตอนที่นางยังเด็กเพราะต้องการกินผลไม้ป่าเหมือนเพื่อนบ้าน ร้องไห้โยเยจนท่านพ่อรับปากออกไปเอาให้จนพลัดตกหุบเหวลึก ทำให้ครอบครัวตระกูลจางที่พอมีพอกินกลับกลายเป็นทุกข์ยากเมื่อไร้สามีผู้นำพา

“ท่านพ่อข้าคิดถึงท่านพ่อเหลือเกินเจ้าค่ะ หรือเพราะข้าเป็นดาวหายนะจริง ๆ ถึงทำให้ท่านพ่อต้องจากไปแถมท่านแม่กับท่านพี่ทำกับเหมือนข้าเช่นนี้” เด็กหญิงตัวน้อยปาดน้ำตาลุกขึ้นเดินไปเอาเชือกไปผูกกับขื่อหากนี่จะทำให้ท่านแม่หันกลับมารักนางบ้าง ก็คงมีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นและหากท่านแม่ไม่ได้รักอย่างน้อยนางก็อาจจะได้พบท่านพ่ออีกที่ปรโลก

ร่างเล็กผูกคอห้อยอยู่ขื่อก่อนจะใช้เท้ายันโต๊ะไม้ที่นางใช้เหยียบเพื่อให้ตนเองผูกคอในที่สูงได้ ก่อนจะทีบโต๊ะไม้ให้ล้มลง ร่างเล็กดิ้นพร่านอย่างทุรนทุรายมือพยายามปัดป่ายที่คอเมื่อเริ่มขาดอากาศหายใจ ใบหน้าเขียวคล้ำดวงตาเบิกโพลงแทบถลนออกมา ลิ้นจุกที่ปากก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบเสมือนเทียนในห้องของนางที่ไร้แสงสว่าง

ตุ๊บ !!

“โอ๊ย !! ทำไมเจ็บจัง” เสียงเล็กส่งเสียงออกมาในความมืด ที่คอถูกมัดแน่นดวงตาของนางเริ่มเบิกโพลงด้วยความตกใจ เหมือนกับว่าตัวเองตกจากที่สูง

“ทำไมถึงมืดแบบนี้หรือว่าฉันตายแล้ว ฉันตายแล้วจริง ๆ หรือ? ว่าแต่ทำไมยังรับรู้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ อยู่ล่ะ ”ร่างบางกวาดสายตาจ้องมองในที่มืด ปกติห้องนอนผู้ป่วยที่เธอนอนอยู่ไม่เคยมืดสนิทเลยสักครั้ง ยิ่งอาการของเธอแย่ขนาดนี้ไม่มีทางที่จะปิดไฟ เธอพยายามคลำ ๆ ไปทั่วห้องและรับรู้ถึงกลิ่นอับชื้นเหม็นอับต่างจากกลิ่นที่เคยได้สูดดมในทุกวัน ที่นี่ไม่มีกลิ่นยาแม้แต่น้อย จนมือของเธอไปสะดุดกับเทียนตั้งโต๊ะ เธอไม่รอช้ารีบจุดเทียนให้แสงสว่าง ครั้นเมื่อแสงสว่างส่องให้เห็นเบื้องหน้า ร่างเล็กตกใจไปมากกว่าเดิม

“ที่นี่ที่ไหนกัน … นี่มันห้องเก็บของหยากไย่เต็มไปหมดแล้วนั่นอะไรนะ อย่าบอกนะว่านั่นคือที่นอน” สมองเริ่มประมวณผลที่เห็นเบื้องหน้า สำรวจสายตาทั่วห้องจนเห็นเชือกที่ขาดอยู่ที่ขื่อ โต๊ะไม้เก่า ๆ ที่ล้มลงราวกับภาพที่เห็นละครที่บ่อย ๆ นี่มันคือการฆ่าตัวตายไม่ใช่หรือ? ร่างบางทั้งตกใจทั้งระคนกลัว จู่ ๆอาการปวดหัวของเธอได้กำเริบอีกครั้ง ภาพความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมฉายวนเวียน ใจของเธอเจ็บแปลบราวกับรับรู้ความรู้สึกของเด็กหญิงคนนี้ทั้งหมด

“อึก! นี่มันความทรงจำอะไรกัน ทำไมถึงเจ็บปวดแบบนี้หรือว่าฉันจะตายแล้วจริง ๆ และคำขอพรของฉันได้เป็นอย่างที่ต้องการ ฮึ ฮึ เมื่อได้มีชีวิตใหม่ที่แข็งแรงอย่างนี้ฉันจะยอมตายง่าย ๆ ได้อย่างไร ต่อจากนี้ฉันจะใช้ชีวิตเอาตัวรอดและพาตัวเองออกจากครอบครัวไร้ค่าเช่นนี้เอง ” หลิวหลิวหญิงสาวอายุ 30 กว่าปีเจ็บป่วยมาตั้งแต่เด็ก อยู่ที่โรงพยาบาลมากกว่าอยู่ที่บ้านเสียอีก หากนี่คือความประสงค์ของสวรรค์เธอพร้อมแล้วที่จะใช้ชีวิตที่มีต่อจากนี้อย่างเต็มที่

‘จางอิ้งเหย่ เด็กน้อยผู้น่าสงสารในเมื่อมารดาของเธอไม่รัก พี่ชายมองว่าเธอคือตัวปัญญา ทั้ง ๆ ที่เป็นเด็กดีแบบนี้ คนพวกนี้ไม่เหมาะที่จะได้รับการปรนนิบัติอย่างดีเช่นนี้อีก ไม่รักก็ไม่ต้องร้องขออีกต่อไป คอยดูเถอะวันหนึ่งจะสำนึกเมื่อไม่มีจางอิ้งเหย่คนนี้’ หลิวหลิวรับรู้ความทรงจำและทุกอย่างที่อิ้งเหย่เคยพบเจอเธอทั้งโกรธทั้งโมโหที่เด็กน้อยคนนี้ไม่ได้รับความยุติธรรม การตายของบิดาใช่ว่าจะเป็นความผิดของเธอแต่เธอต้องถูกตำหนิด่าทอมาโดยตลอด ไม่แปลกใจที่เด็กหญิงจะคิดสั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel