ตอนที่ 28 หอนางโลม 3
เพลายามสี่ ภายในห้องนอนของแม่หญิงบัวคำ
แม่หญิงบัวคำสวมผ้าคลุมไหล่กันหนาวพื้นสีขาว ลวดลายกนกสีทองเหลือง นางกำลังหยิบดอกพุดสีขาวดอกหนึ่งมาร้อยพวงมาลัยอย่างใจเย็นดั่งสายน้ำ ดอกพุดสีขาวนั้นมีลักษณะกลีบเลี้ยงรูปไข่ ปลายกลม กองอยู่ในถาดแบนๆ สีเงิน บรรจงร้อยพวงมาลัยโดยใช้เข็มยาวจนเป็นลวดลายสวยงาม ที่สำคัญคือ นางร้อยมาลัยภายในห้องคนเดียวเพื่อรอฟังรายงานข่าวจากคนใช้ของนางที่มีนามว่า ใบตอง
เพียงชั่วครู่ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นทันใด นางบัวตองก้าวเข้ามาในห้อง แม่หญิงจำปาจึงหยุดชะงักการร้อยพวงมาลัยลง วางเข็มร้อยพวงมาลัยบนถาดเงินที่มีใบตองสีเขียวสดอยู่ นางบัวตองขยับเข้ามาใกล้ๆ ทำให้แม่หญิงบัวคำสังเกตเห็นความผิดปกติ "เจ้าเป็นอันใดหรือไม่? บัวตอง"
"ข้า... ข้า" นางบัวตองปากสั่น ไม่กล้าพูดต่อ
"พูดมาสิ มัวแต่อ้ำอึ้งอยู่ได้ ข้ารอฟังเจ้า" แม่หญิงบัวคำมีท่าทีตื่นเต้นขณะนั่งบนพื้นที่มีเบาะนุ่มๆ
"ข้าขออภัยเจ้าค่ะแม่หญิง ข้าทำได้ไม่สำเร็จตามที่แม่หญิงต้องการเจ้าค่ะ" นางบัวตองนั่งอยู่เบื้องหน้าอย่างเกรงกลัว
"โง่เขลา เบาปัญญา บัวตอง เรื่องแค่นิดเดียว เจ้าทำไม่ได้หรือ? " แม่หญิงบัวคำหยิบพวงมาลัยที่ได้ร้อยอยู่ ขว้างไปทิศทางอื่นจนนางบัวตองตกใจ และปัดถาดดอกพุดสีขาวจนกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นห้อง
"นางจำปา มันข่มขู่ข้าเจ้าค่ะ หากข้าทำอันใดแม่หญิงจางลู่อีก มันก็ไม่ยอมแน่เจ้าค่ะ มันจะมาแว้งกัดเราเจ้าค่ะ" นางบัวตองก้มหน้า และกำมือแน่นด้วยใบหน้าซีดขาว
"นางจำปา นางจางลู่ นางอสรพิษ เจ้ากล้าเปิดสงครามกับข้าเยี่ยงนั้นหรือ? ข้าไม่มีวันยอมแพ้เป็นอันขาด นางจางลู่ นางมารหัวใจ ข้าจะขย้ำหัวใจของเจ้าให้แหลกเละ เจ้าแย่งทุกอย่างไปจากข้า ข้าจะทวงทุกอย่างที่ข้าต้องการมาให้ได้" แม่หญิงบัวคำกล่าวอย่างเคียดแค้นจนน้ำตาไหลด้วยความผิดหวัง นางทุบพื้นพลาง กล่าวพลาง จากนั้นกรีดร้องเสียงดังอย่างบ้าคลั่ง เหมือนสิงโตจะออกอาละวาด
"กรี๊ด กรี๊ด นางจางลู่ ข้าเกลียดเจ้า ข้าเกลียดเจ้า" และแม่หญิงบัวคำก็เริ่มทำลายข้าวของภายในห้อง ลุกขึ้นไปหยิบแจกันสีขาวจนกระแทกพื้น แจกันแตกกระจายจนนางเหยียบเศษแจกันนั้น ไม่สนใจว่าเจ็บปวดหรือไม่? นางบัวตองเห็นดังนั้นก็เข้าไปห้ามปราม เกรงว่าจะได้รับบาดเจ็บอีก
ในที่สุดลุงทศ บิดาบังเกิดเกล้าของแม่หญิงจำปา รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับนางขณะกำลังอ่านหนังสืออยู่กลางเรือน ชายคนนั้นวิ่งพรวดเข้าไปในห้องนั้นทันที
"ลุงพ่อ หยุดก่อน ข้าวของเสียหายหมดแล้ว ราคาไม่ได้น้อยนัก เจ้าไม่เสียดายมันหรือ? " มือหนาๆ และหยาบกร้านคว้าข้อมืออ่อนนุ่มของแม่หญิงบัวคำให้หยุดการกระทำอันบ้าคลั่ง และได้กอดบุตรอย่างอ่อนโยนเพื่อเป็นการปลอบใจ อารมณ์ร้อนของนางก็ได้เย็นลงราวกับสายน้ำ
บรรยากาศในยามเช้ามืด เสี่ยวปาลี่ ชายหนุ่มร่างผอมบางกำลังเดินไปที่เรือนคุณชายนพเก้าด้วยสภาพอิดโรย ขอบตาข้างซ้ายบวมช้ำเหมือนถูกชกต่อยด้วยกำปั้นหนักๆ น้ำสีแดงเข้มเปื้อนทวารจมูกทั้งสองข้าง เขาค่อยๆ ย่างก้าวจนดูคล้ายคนไม่มีเรี่ยวแรงและอ่อนเพลีย
แม่หญิงจำปาเพิ่งกลับจากสวนผักของเพื่อนบ้าน ในมือถือกระจาดไม้หวาย แนบไว้กับเอวก็ได้พบเข้า
"เสี่ยวปาลี่ เสี่ยวปาลี่ เจ้าเป็นอันใดหรือไม่? เจ้ามีเรื่องกับคนใดมา? " นางกล่าวเป็นภาษาไทย โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจหรือไม่? ก่อนจะวางกระจาดใส่ผักบนพื้นหญ้า ใต้ต้นมะม่วงหน้าเรือน
หญิงสาวในชุดสไบสีม่วงกับโจงกระเบนสีแดงอ่อน คือ สาวน้อยจางลู่มาพบเข้าตอนที่นางกำลังลงไปห้องครัวที่อยู่ข้างล่างเรือนคุณชายนพเก้า
"เสี่ยวปาลี่ เสี่ยวปาลี่ เจ้าเป็นอันใดหรือไม่? " จางลู่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเขาอยู่ในสภาพหมดแรง
"รีบจูงเขาขึ้นเรือน เร็วเข้า ข้าจะไปหยิบเสื่อกับหมอนมาให้" จางลู่สั่งแม่หญิงจำปา และหันหลังกลับเข้าเรือน
หลังจากเสี่ยวปาลี่ได้นอนบนเสื่อและหลับอย่างเต็มที่แล้ว สาวน้อยจางลู่นั่งบนพื้นในระดับเดียวที่เขานอนอยู่ เฝ้าดูอาการของเข้าอย่างใกล้ชิด โดยมีแม่หญิงจำปานั่งอยู่ตรงข้าม
"แม่หญิงจำปา ข้าต้องการหมอที่ดีที่สุด ข้าขอเป็นหมอจากแคว้นลิ่วเฉียน เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะเขียนจดหมายไปให้ ถ้าจะจ่ายเท่าใด? ข้าจะจ่าย" สายตาของจางลู่เป็นกังวล
"เจ้าค่ะ หมอดีๆ คงอยู่ไม่ไกลจากที่นี้ดอกเจ้าค่ะ" สิ้นคำ แม่หญิงจำปาเดินไปหยิบกระดาษและพู่กันในห้องของเจ้านาย
เวลาเช้ามืดค่อยๆ ผ่านไปจนสว่างขึ้นด้วยแสงอาทิตย์ สาวน้อยร่างบางต้มยาที่มีอยู่ในเรือนเหมือนกับการปรุงอาหาร หุงข้าวด้วยหม้อดิน ขณะที่รอแม่หญิงจำปากลับจากตลาดสองแคว้น
