ตอนที่ 26 หอนางโลม 1
ดรุณีน้อยจางลู่กำลังนั่งมองตัวเองอยู่หน้ากระจก บรรยากาศคงไม่ต่างกับได้อยู่กับแม่นางฟางฟ่างที่คอยดูเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ และการแต่งหน้า ทำผมอย่างงดงามราวเทพธิดา แต่ช่วงนี้นางสวมอาภรณ์ชุดไทยโบราณ โดยมีแม่หญิงจำปาตกแต่งเครื่องแต่งกายหญิงโบราณ เนื่องจากดรุณีน้อยจางลู่ไม่ถนัดแต่งกายอาภรณ์ต่างถิ่นด้วยตัวเองได้ดีนัก แม่หญิงจำปาหยิบเครื่องปักผมสีทองจากมือบางๆ ของจางลู่ ค่อยๆ ปักลงบนเกล้าผมอันเรียบตึง ขณะเดียวกันสาวน้อยจางลู่บรรจงสวมแหวนรัดเก้าสีทองที่เพิ่งซื้อจากตลาดสองแคว้นใหม่ๆ ส่องแสงเจิดจ้าเมื่อต้องแสงสุริยัน
"งามยิ่งนักเจ้าค่ะ สมกับคำว่านายหญิงของข้า นายหญิงสวมชุดนี้ดูคล้ายหญิงสาวแห่งแคว้นสุโขทัยยิ่งนักเจ้าค่ะ แทบแยกไม่ออกว่านายหญิงมาจากแคว้นลิ่วเฉียนหรือไม่? " แม่หญิงจำปากล่าวชมอย่างนุ่มนวล
"อ่อ ก่อนจะออกไปข้างนอกอย่าลืมผ้าคลุมไหล่เจ้าค่ะ" แม่หญิงจำปาก็หยิบผ้าคลุมไหล่สีเหลืองผืนบางๆ ระบายอากาศได้ดี และนางก็ห่มรอบไหล่ให้จนปิดสนิท
"มีที่ใดที่เจ้ายังไม่เคยไปหรือ? " สาวน้อยจางลู่ถามแม่หญิงจำปาผ่านหน้ากระจก
แม่หญิงจำปาครุ่นคิด "อ่อ เอ่อ มีที่หนึ่งเจ้าค่ะ"
สักพักดรุณีน้อยจางลู่ในชุดไทยโบราณหันหลังให้กระจก "ที่ใดหรือ? "
"เอ่อ อ่า แม่หญิงอย่างเราคงจะเข้าไปสถานที่นั้นได้ยากนักเจ้าค่ะ เว้นแต่ว่าเป็นนางโลม หอนางโลมเจ้าค่ะ" แม่หญิงจำปาพูดจาติดขัดเพราะกว่าจะกล่าวคำนี้ออกมา
"หอนางโลม? " จางลู่อุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"เจ้าค่ะ" แม่หญิงจำปาหลบสายตาต่ำลง
"ข้าว่า ข้าจะไปที่หอนางโลม" ดรุณีน้อยจางลู่ลุกขึ้นยืน
แม่หญิงจำปาก็ลุกขึ้นยืนตาม "อย่า อย่าไปเจ้าค่ะ"
"เพราะเหตุใดหรือ? ข้าจะไป" สาวน้อยจางลู่ขยับผ้าคลุมไหล่ผืนบางขึ้นเนื่องจากมันหลุดออก
"ไม่ดีนักเจ้าค่ะ คนอื่นจะเข้าใจผิดว่า นายหญิงเป็นนางโลมเจ้าค่ะ ข้าคงรับไม่ได้ ถ้านายหญิงถูกชาวบ้านนินทาและรังเกียจเจ้าค่ะ" แม่หญิงจำปาแสดงสีหน้ากังวล
"งั้นก็ปิดใบหน้าเข้าไป ดีหรือไม่? " สาวน้อยจางลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ทางที่ดี คือ นายหญิงอย่าเข้าไปดีกว่าเจ้าค่ะ" แม่หญิงจำปามีสีหน้ากังวลเพราะนางไม่ยอมให้สาวน้อยไปที่แห่งนั้น
"วันนี้ข้าขอพบเสี่ยวปาลี่ที่ตลาดสองแคว้น ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านเดิม เจ้าไปจัดเตรียมสิ่งของมาให้ข้า" และหญิงสาวนามจางลู่ก็ย่างก้าวไปที่ประตูห้อง ก่อนจะเดินออกจากเรือน
"เจ้าค่ะ รอข้าด้วย นายหญิง ข้างนอกมีแดดร้อนเจ้าค่ะ" แม่หญิงจำปาหยิบร่มสีน้ำตาล พัดวี และตะกร้าอย่างเร่งรีบทันใด ก่อนจะตามหลังผู้เป็นนาย
ยามค่ำคืน ณ หอนางโลม ขณะที่พระจันทร์มีลักษณะครึ่งดวง
โคมไฟสีแดงทั้งสองดวงเขียนด้วยอักษรจีน คำว่า "ยินดีต้อนรับ" ข้างละสองฟากฝั่งตรงขอบประตูทางเข้า แสงสีของโคมไฟสองดวงทำให้ดูสวยงามยามราตรี และมียามสองนายเฝ้าดูผู้คนเข้าออกหอนางโลมอย่างเข้มงวด
เสี่ยวปาลี่ก็ได้ปลอมตัวเป็นลูกค้า เครื่องแต่งกายทั้งหมดคือทุนของนายหญิงจางลู่ สะอาดสะอ้านดูดี สวมใส่เครื่องประดับจนดูเป็นผู้มีฐานะ สร้อยคอทองคำ แหวนทองคำสองวง สวมใส่วงละหนึ่งข้างและกำไลทองคำข้างขวามือข้างเดียว
พอยามทั้งสองนายเห็นเสี่ยวปาลี่ชายหนุ่มร่างผอมบางเช่นนั้น จึงปล่อยให้เขาเข้าไปอย่างง่ายดาย เมื่อเสี่ยวปาลี่เดินเข้าไปแล้ว ประตูทางเข้า-ออกห่างจากตัวเขาประมาณหกก้าว แม่หญิงร่างอวบในชุดจีนโบราณเดินเข้ามาทักทาย
"เชิญนายท่านเข้าไปข้างในและนั่งโต๊ะว่างเจ้าค่ะ" นางผายมือก่อนจะเดินนำหน้า
เสี่ยวปาลี่ได้นั่งอยู่กับที่บนเบาะรองนั่งสีแดงอ่อนกับโต๊ะขาสั้นอยู่เบื้องหน้า นางโลมนางหนึ่งยกขวดสุรา ก่อนจะถึงพื้นโต๊ะ เสี่ยวปาลี่เอ่ยขึ้น "เดี๋ยวก่อน ข้าขอน้ำชาร้อนๆ ได้หรือไม่? ช่วงนี้ข้าไม่สบาย"
"ได้เจ้าค่ะ" นางโลมกล่าวเสียงหวาน
ชายหนุ่มร่างผอมบางชมหอนางโลมรอบๆ หญิงสาวสองนางระบำผ้าอยู่กลางลานกว้าง เสียงดนตรีฉบับแคว้นลิ่วเฉียนที่บรรเลงโดยหญิงสาวทั้งหมด หากมองที่โต๊ะอื่น ชายหลากหลายวัยกำลังคุยหยอกล้อกับหญิงสาวนางโลม บางคนกำลังมัวเมาด้วยน้ำสุรา เสี่ยวปาลี่ยกจอกชามาจิบและเพลิดเพลินกับเสียงดนตรีอันไพเราะ
ภายในเรือนคุณชายนพเก้า ณ ห้องนอนจางลู่
ภายในห้องปกคลุมด้วยความมืดยามราตรี ทำให้เห็นสิ่งของต่างๆ ได้ไม่ชัดเจนนัก สาวน้อยร่างบางคนหนึ่งทอดกายลงในสภาพนอนหงายบนเตียงอ่อนนุ่ม ห่มผ้าสีเหลืองอ่อน ระหว่างนั้นมีสองเท้าย่องเบาๆ ดั่งแมวตัวหนึ่งจนไม่ได้ยินเสียงใด มุ้งสีขาวถูกแหวกก่อนจะคว้ามีดหนึ่งเพื่อเข้าไปทะลุใต้ผ้าห่มสีเหลืองอ่อนผืนนั้นอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้า แต่ด้วยสัญชาตญาณของดรุณีน้อยจางลู่ร่างบอบบางจึงรู้สึกตัวแล้วหมุนกลิ้งบนที่นอนอ่อนนุ่มทันใด วินาทีนั้นเองนางคว้าโอกาสโจมตีโดยยกเท้าเปล่ามาถีบฝ่ายตรงข้ามเพื่อป้องกันตัวจนเขาล้มกลิ้งลงกับพื้นห้อง
ความสว่างภายในห้องปรากฏขึ้น ก่อนหญิงคนนั้นจะล้มลงบนพื้นจึงกรีดร้องเสียงดังจากแรงถีบของสาวน้อยจางลู่ ส่วนแม่หญิงจำปาจึงได้สะดุ้งตื่นขึ้นมา มองหาต้นเสียง สงสัยว่าเป็นนายหญิงตกเตียงหรือไม่? พอดูจากรูปร่างและเครื่องแต่งกายก็ไม่ใช่
"นายหญิงเป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะ? " แม่หญิงจำปาอยู่ในท่าทางงัวเงีย ครึ่งหลับครึ่งตื่น
"ข้าอยู่นี้ ไม่เป็นไร เจ้าไปจับแม่หญิงคนนั้นเร็วเข้า" สาวน้อยจางลู่กล่าวขึ้นขณะนั่งอยู่บนเตียง
"นายหญิง ข้าจับโจรได้แล้วเจ้าค่ะ" แม่หญิงจำปากุมแขนหญิงนิรนามไว้แน่น
มือบางๆ ของสาวน้อยกระชากหน้ากากออกมาว่าหญิงนิรนามที่มาบุกเรือนคือผู้ใด จากนั้นนางก็ตะลึงลานชั่วขณะ
"นางใบตอง! " สาวน้อยจางลู่อุทานด้วยความตกใจ
"ใช่ข้าเอง" คนใช้แม่หญิงบัวคำสวนกลับด้วยเสียงแข็ง
"เจ้ามาทำอันใดที่นี้? " สาวน้อยจางลู่ถามด้วยความแปลกใจ
"แม่หญิงบัวคำอยู่เบื้องหลัง ใช่หรือไม่? " เสียงเยือกเย็นของแม่หญิงจำปาดังขึ้นข้างๆ นางใบตอง
"ไม่ใช่ ข้าทำเอง" นางใบตองกล่าวเสียงแข็ง
"สารภาพความจริงมา ข้าจะปล่อยเจ้าไป" และสาวน้อยจางลู่เอ่ยอย่างนุ่มนวล ก่อนจะขมวดคิ้วนิดหนึ่ง
"ถ้ามันไม่พูด ตบมันเจ้าค่ะ นายหญิง" แม่หญิงจำปาออกความเห็น พลางกอดแขนนางบัวตองแน่นขึ้น
จู่ๆ มีชายคนหนึ่งกระชากเส้นผมยาวๆ สีดำของสาวน้อยจางลู่จนนางถอยหลังตามแรงดึงของชายคนนั้น
"โอ๊ย ปล่อยข้า" สาวน้อยจางลู่ร้องขึ้นเพราะความเจ็บ พลางกุมเส้นผมสีดำ
"นายหญิง นายหญิงของข้า" แม่หญิงจำปาอุทานขึ้นด้วยความตกใจ และจ้องมองนายหญิงอย่างตาโต
และยังมีชายร่างใหญ่อีกคนออกมาทางหน้าต่าง โดยมีบันไดอยู่ตรงนั้นด้วย พอสาวใช้ของแม่หญิงบัวคำหลุดมือแม่หญิงจำปา นางจึงได้มีโอกาสฟาดหน้าและผลักแม่หญิงจำปาล้มลงบนพื้นห้อง
"พวกเจ้า ปล่อยนายหญิงของข้าเดี๋ยวนี้ อย่าแตะต้องนายหญิงของข้า ข้าจะไม่ยอมปล่อยพวกเจ้าไว้แน่" แม่หญิงจำปากล่าวเสียงแข็งขณะนั่งอยู่บนพื้น
"นางจำปา เจ้าไม่รู้หรือ? เจ้าทำอันใดต่อแม่หญิงของข้า เจ้าทำให้แม่หญิงบัวคำรู้สึกเจ็บปวด" นางบัวตองทำหน้าเย็นชาและกระชากเส้นผมผมแม่หญิงจำปาทันใด
"ที่แท้ แม่หญิงบัวคำคงจินตนาการไปเอง คุณชายนพเก้าไม่ได้มีใจให้กับแม่หญิงของเจ้าดอก ฝันไปเถอะ" แม่หญิงจำปามองตานางใบตองอย่างเขม็ง
"หุบปาก! " ระหว่างที่นางใบตองตวาดเสียงก็ยกมือขึ้นมาฟาดใบหน้าด้วย "เจ้ากล้าดูหมิ่นแม่หญิงบัวคำของข้าหรือ? กล้าบังอาจนัก เจ้าก็แค่...นางไพร่ จำเอาไว้" นางใบตองยกนิ้วขึ้นชี้หน้าแม่หญิงจำปา
แม่หญิงจำปาหัวเราะในลำคอ "หึ หึ แหม ดูสารรูปตัวเองสิ นางใบตอง เจ้ากล้าแตะต้องนายหญิงของข้าได้ เหตุใดข้าจะแตะต้องนายหญิงของเจ้าไม่ได้หรือ? "
ในที่สุด สาวใช้แม่หญิงบัวคำก็สั่งการให้ชายหนุ่มร่างใหญ่สองนายจัดการเอง
"พวกเจ้าจะทำอันก็ได้ให้แม่หญิงสองนางสูญเสียความสาว สูญเสียความบริสุทธิ์จนต้องอกแตกตาย เหมือนตายทั้งเป็น แล้วคุณชายนพเก้าจะไม่สนใจแม่หญิงจางลู่อีกต่อไป หึหึ" นางใบตองยิ้มอ่อนๆ
ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งออกไปจากห้อง ปิดประตูให้สนิท และเฝ้าหน้าห้องเพื่อรอดูความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของหญิงสาวสองนางที่อยู่ในห้องอย่างสะใจราวกับว่าศัตรูของตนจะต้องถูกโจมตี
