บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 24 คู่ปรับต่างแดนที่มีนามว่า แม่หญิงบัวคำ

ในเรือนคุณชายนพเก้า ต้นมะม่วงต้นหนึ่งปลูกไว้หน้าเรือน ออกผลเต็มต้น บางลูกสีเขียว บางลูกสุกจนเห็นสีเหลืองสุกใส พอมันสุกเต็มที่ก็หล่นลงบนพื้นหญ้าสีเขียวเข้ม

ดรุณีน้อยจางลู่ก้าวเท้าเร็วๆ จนมาหยุดตรงเบื้องหน้าแม่หญิงบัวคำ ทำหน้าตานิ่งๆ ก่อนจะมองตาแม่หญิงบัวคำอย่างพินิจพิเคราะห์ ไม่กล่าวคำพูดใดๆ ต่อแม่หญิงบัวคำ ทันใดนั้นเอง แม่หญิงบัวคำก็เอ่ยขึ้นพร้อมกับถือตะกร้าใบหนึ่งที่แนบหน้าท้อง

"เจ้าเป็นผู้ใด? บังอาจเดินมาตัดข้าหน้า น่าเกลียด" แม่หญิงบัวคำทอดสายตาตั้งแต่ปลายศีรษะจนถึงปลายเท้า และมีคนใช้ของแม่หญิงบัวคำนางหนึ่งกำลังยกสำรับอาหาร พร้อมด้วยฝาปิดทุกถ้วย ทุกจาน ดรุณีน้อยจางลู่ก็กำลังทำหน้านิ่งอยู่ที่เดิม ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เหมือนคนเย็นชา

"นายหญิงของข้าเอง มีปัญหาอันใดหรือนางบัวคำ อย่ามาโทษนายหญิงของข้า ถ้ามีปัญหาอันใดก็มาลงที่ข้าคนเดียว นางบัวคำ" แม่หญิงจำปาเดินผ่านมาจากด้านหลังแม่หญิงบัวคำ จากนั้นหยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้าดรุณีน้อยจางลู่เหมือนจะมาปกป้องผู้เป็นนาย

แม่หญิงบัวคำหัวเราะเยาะเย้ย "เจ้าควรสอนกิริยามารยาทให้นางคนนี้บ้าง ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง หึ เจ้าทำข้าอารมณ์เสียแต่เช้า"

แม่หญิงจำปาเดินไปเบื้องหน้า ทำให้อีกฝ่ายต้องถอยหลังไปสองสามก้าว

"ถ้าเจ้าอยากอารมณ์ดีนัก ไป ไป ออกไปจากเรือนข้านี้ ชิ้วๆ นางบัวคำ" แม่จำปาพลางสะบัดมือ

แม่หญิงบัวคำสะบัดหน้าและเดินชนไหล่แม่หญิงจำปาอย่างไม่ไยดีหรือไม่สนใจว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างไร "ข้าไม่ไป ข้ามีธุระที่ต้องจัดการ อย่ามายุ่งเรื่องของข้า"

จากนั้นนางหันหน้ากลับมา ก่อนจะกล่าว "อ่อ ข้าลืมไป อีกเรื่องหนึ่ง ข้าขอพูดได้ว่า แม่หญิงของเจ้าคงเป็นได้แค่นางบำเรอผู้ต้อยต่ำ อย่าหวังจะได้ไต่เต้าเป็นภรรยาที่แท้จริงของท่านพี่นพเก้า ฝันไปเถอะ"

ดรุณีน้อยจางลู่ไม่มีความคิดที่คล้ายคลึงอย่างที่แม่หญิงบัวคำกล่าวไว้ นางเป็นแขกที่ได้รับความช่วยเหลือจากคุณชายนพเก้าด้วยไมตรีจิต ส่วนแม่หญิงจำปาอยากเข้าไปท้าทายกับแม่หญิงบัวคำให้หนำใจสักครั้งเหมือนนางเป็นคู่ปรับคู่กัดกัน "ปากไม่เป็นมงคล นางบัวคำ" แม่หญิงจำปากล่าวอย่างฉุนเฉียวพร้อมจะยกมือขึ้นเหมือนจะแตะต้องตัวแม่หญิงบัวคำสักนิดหนึ่ง แต่ดรุณีน้อยได้ขวางนางเอาไว้

"ท่านพี่ ท่านพี่เจ้าค่ะ" แม่หญิงบัวคำเดินอย่างรวดเร็ว และสาวใช้ก็ตามหลังมาติดๆ นางเข้าไปหาคุณชายนพเก้าอย่างร้อนรน เมื่อเห็นคุณชายนพเก้ากำลังก้มหน้าเขียนอักษรไทยอย่างไม่สนใจผู้

แม่หญิงจำปาเห็นดังนั้นก็รู้สึกน่ารังเกียจก็ได้เบะปากหลังจากได้ยินคำพูดของแม่หญิงบัวคำว่า "ท่านพี่" อย่างหมั่นไส้

"นางบัวคำคงพูดจาเพ้อเจ้อไปเองเสียอีก" แม่หญิงจำปาขึ้นเอ่ยอยู่ข้างๆ จางลู่

"ที่แท้ ข้ามาดูแม่หญิงบัวคำว่ามีลักษณะเยี่ยงไร? เป็นคนเยี่ยงไร? " สาวน้อยจางลู่ใช้สายตาไปที่แม่หญิงบัวคำที่กำลังเปิดฝาสำหรับอาหารอยู่

"แน่หรือเจ้าคะ? ไม่ใช่ว่านายหญิงแอบมีใจให้กับคุณชายนพเก้า หรือว่า.... แม่หญิงหึงหวงเจ้าคะ? " แม่หญิงจำปาอมยิ้มอย่างขวยเขิน แม่หญิงจำปาได้มองทั้งสองคนนั่งใกล้ๆ คุณชายนพเก้าแล้วก็หันหน้าไปหาสาวน้อยจางลู่

ดรุณีน้อยจางลู่ก็อมยิ้มเช่นกัน สะบัดมือถูกไหล่แม่หญิงจำปาเบาๆ หนึ่งครั้ง "เจ้าบ้าหรือ? "

"ข้าไม่ได้บ้า ข้าดูนายหญิงออกตั้งแต่ปลายเล็บเจ้าค่ะ" แม่หญิงจำปาสบตาสาวน้อยจางลู่ นางหัวเราะคิกๆ พลางยกมือขึ้นมาปิดปาก "ถ้านายหญิงมีใจให้คุณชายนพเก้า ข้าก็ยิ่งสนับสนุนเต็มที่เจ้าค่ะ ดีกว่านางบัวคำปากร้ายเจ้าค่ะ"

ดรุณีน้อยจางลู่แหงนหน้าดูนกน้อยสองตัวบินผ่านเรือน จากนั้นนางจึงกล่าวขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ

"งั้นข้าจะไปตลาด ข้าไม่รู้ว่าตลาดไปที่ใด? ข้าจะทำอาหารแคว้นลิ่วเฉียนให้คุณชายนพเก้าและเจ้าได้ชิม"

แม่หญิงจำปาฉีกยิ้มออกมา ปรบมือรัวๆ ก่อนจะประสานมืออย่างสุภาพ "ดียิ่งนักเจ้าค่ะ"

"ก่อนไป เจ้าต้องไปที่ห้องของข้า แล้วนำเงินทองของข้ามาด้วย" สาวน้อยจางลู่เดินช้าๆ แล้วหยุดชะงักทันใด

"เจ้าค่ะ นายหญิง" แม่หญิงจำปารับคำ ก่อนจะหันหลังกลับไปที่ห้อง และสาวน้อยจางลู่ยืนรอที่หน้าเรือนใต้ต้นมะม่วง

ณ ตลาดสองแคว้น ยามสาย

สาวน้อยจางลู่กับแม่หญิงจำปาเดินผ่านตลาดสองแคว้นพร้อมกับมีตะกร้าไม้หวายหนึ่งใบอยู่ในมือแม่หญิงจำปาอันว่างเปล่า ทั้งสองนางก็ดูข้างทางแต่ละร้านค้า จางลู่ก็ได้เอ่ยขึ้นมาก่อน

"เรื่องเพื่อนของข้า เจ้าตามสืบไปถึงไหนแล้ว? "

"ยังไม่พบแม้แต่ปลายเงาเจ้าค่ะ" นางหลบตาต่ำลง "ข้าได้สอบถามเจ้าของโรงเตี๊ยมแล้วเจ้าค่ะ ทั้งสามคนนั้น ไม่มีใครกลับมาที่โรงเตี๊ยมเจ้าค่ะ"

สาวน้อยจางลู่เล็งสายตาไปข้างหน้าอย่างกังวล "ข้าว่าเจ้าต้องพยายามหาที่อื่น เผื่อว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดสักแห่ง" เวลานั้นเองจางลู่รู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนจนนางยกมือขึ้นมาทาบหน้าท้อง "ข้าว่า ก่อนจะซื้อของ เราต้องแวะร้านอาหารอันใดก็ได้ที่มาจากแคว้นลิ่วเฉียนก่อน ดีหรือไม่? "

"ได้เจ้าค่ะ" แม่หญิงจำปาก้มหน้ารับคำ

"ข้าขออาหารจากแคว้นลิ่วเฉียนดีกว่า ข้ายังไม่เคยชินกับอาหารในแคว้นของเจ้า" สาวน้อยจางลู่พลางกวาดสายตามองหาร้านที่ตนเองต้องการ

"เจ้าค่ะ เดินไปอีกสามร้านก็จะถึงแล้วเจ้าค่ะ" แม่หญิงจำปาก็เดินนำหน้าทันใด

ณ ร้านก๋วยเตี๋ยว

"นายหญิงเชิญนั่งโต๊ะนี้ดีกว่าเจ้าค่ะ" แม่หญิงจำปาค่อยๆ ลากเก้าอี้

ร้านนี้มีบริกรทั้งมาจากแคว้นลิ่วเฉียนและแคว้นสุโขทัย เมื่อทั้งสองนางได้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ในร้านแล้ว บนโต๊ะมีเครื่องปรุงรสตรงกลาง และมีไม้ตะเกียบสีน้ำตาลหลายคู่วางบนกระบอกไม้ไผ่

"ถ้าเจ้าอยากกินอันใด? ข้าจะเลี้ยงเจ้าเอง" สาวน้อยจางลู่วางมือบนโต๊ะ พลางมองป้ายรายการอาหารที่มีทั้งภาษาไทยและภาษาจีน

"เป็นเมตตายิ่งเจ้าค่ะ แต่ค่าแรงจากคุณชายนพเก้าก็เพียงพอสำหรับข้าเจ้าค่ะ" นางบิดตัวเล็กน้อยเหมือนจะนั่งให้สะดวก

"งั้น ค่าอาหารนี้ก็เป็นค่าแรงสำหรับเจ้าที่เจ้าได้ดูแลข้า" สาวน้อยจางลู่ยื่นหน้าไปใกล้ๆ เหมือนจะทำเสียงกระซิบ

"ค่าแรงที่ได้ดูแลนายหญิงก็มาจากคุณชายเจ้าค่ะ" แม่หญิงจำปาสะบัดมือไล่ยุงที่บินผ่าน และกล่าวกับนางอย่างสุภาพอ่อนโยน

"งั้นหรือ? " สาวน้อยจางลู่กะพริบตาอย่างสงสัย

"รับอันใดหรือขอรับ? " เสียงบริกรชายคนหนึ่งกล่าวเป็นภาษาจีนปรากฏขึ้นข้างๆ สาวน้อยจางลู่

"ข้าขอเป็น ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตกสองชาว หมั่นโถวสามเข่ง เกี๊ยวซ่าหนึ๋งจานเจ้าค่ะ" นางก็ตอบกลับเป็นภาษาจีน และครุ่นคิดสักพัก เสียงนี้ฟังดูคุ้นหูยิ่งนัก นางจึงได้หันหน้าไปดูบริกรชายที่ยืนข้างๆ ให้แน่ใจ

"เสี่ยวปาลี่" นางอุทานด้วยความตื้นตันใจ คิดไว้ไม่มีผิด

"ใช่แล้วขอรับ ข้าเห็นนายหญิงเข้ามาในร้าน จนข้าต้องมารับคำสั่งรายการอาหารคนแรกขอรับ" เสี่ยวปาลี่ก้มหน้ากล่าว เขากล่าวอย่างดีใจเช่นเดียวกัน

"เจ้ามาอยู่ที่นี้ได้เยี่ยงไร? " สาวน้อยจางลู่บิดตัวไปข้างขวาเหมือนจะเข้าไปใกล้ๆ ชายผอมบางนามเสี่ยวปาลี่

"หลังจากที่ข้าพลัดพรากจากนายหญิง ข้าคิดว่าจะกลับโรงเตี๊ยม แต่ว่าข้าหลงทางขอรับ ข้าก็ได้เร่ร่อนแถวนี้และมาหางานทำระหว่างตามหานายหญิง แม่นางฟางฟ่างและวั่งฉีขอรับ" เสี่ยวปาลี่กล่าวอย่างเป็นกังวลเมื่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา พลางวางมือทั้งสองประสานกันเบื้องหน้าอย่างสุภาพ

"สวรรค์เมตตาแท้ๆ เจ้าเกือบอดตายอยู่แล้วเชียว" สาวน้อยจางลู่กล่าวด้วยความตื้นตัน นางดีใจที่ได้พบเพื่อนร่วมทางและปลอดภัยดี

"แล้วอีกสองคน อยู่ที่ใดขอรับ? " เสี่ยวปาลี่กวาดตามองโต๊ะอื่นๆ เขาเดาว่าทั้งแม่นางฟางฟ่างกับนักรบชายนั่งโต๊ะอื่น

"ข้าว่าจะถามเจ้าอยู่เหมือนกัน" สาวน้อยจางลู่ขยับกายเล็กน้อย ก่อนจะนั่งอยู่กับที่ให้เรียบร้อย และเสี่ยวปาลี่ก้าวเท้าเข้าไปข้างในสุดของร้าน หลังจากได้รับคำสั่งรายการอาหารแล้ว

ผู้คนภายในร้านรับประทานอาหารกลางวันอย่างตั้งอกตั้งใจ บางคนก็สนทนากันอย่างเพลิดเพลินบ้าง สายตาจางลู่มองรอบๆ กายและดูบรรยากาศภายในร้าน พลางคิดจะตามหาเพื่อนร่วมเดินทางที่เหลือให้พบ และหากไม่ได้สิ่งที่ตนเองต้องการก็จะไม่กลับแคว้นลิ่วเฉียน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel