ตอนที่ 10 การปะทะ
สาวใช้ในชุดกันหนาวขนสัตว์หนาๆ เท้าทั้งสองของนางเหยียบย่ำพื้นหิมะที่เยือกเย็นด้วยรองเท้าผ้าเก่าๆ แขนทั้งสองข้างกอดอกด้วยความหนาว เดินวนไปวนมา สายตามองหาคุณหนูคนแล้วคนเล่า จึงได้ถามชาวบ้านแถวๆ นั้นก็ยังไม่ได้คำตอบ ได้แต่ถอนหายใจ
"คุณหนูเอ๊ย คุณหนู ทำไมต้องให้ข้าปวดหัวเยี่ยงนี้? ใต้เท้าจะด่าว่าข้าอย่างไร? ข้ากำลังหาของที่คุณหนูชอบ อยู่ดีๆ ก็หนีข้าไปที่ใด? " สาวใช้บ่นพึมพำในใจ
"ขออภัยเจ้าค่ะ เห็นคุณหนูของข้าในชุดสีแดงกับเหลือง ปักปิ่นหยกหรือไม่? " สาวใช้ถามแม่ค้าขายซาลาเปา
แม่นางขายซาลาเปานึกขึ้นสักพัก "เอ้า คนนั้นเมื่อกี้นะ นางเดินผ่านมา วิ่งตามกลุ่มชายหนุ่มทางนู้น"
สาวใช้คิดในใจ "คุณหนูน่าจะบ้าผู้ชาย" และแล้วก็ตามหาคุณหนูที่ทางกลับเรือน เมื่อมาอยู่หน้าประตูใหญ่จนเห็นจางลู่กำลังต่อสู้กับชายทั้งสอง
"ตายแล้ว" สาวใช้อุทานด้วยความตกใจจากนั้นปิดตา และเพียงชั่วครู่
"ข้ายังไม่ตาย มองข้าสิ" จางลู่สะกิดและจับมือ เปิดตาสาวใช้
"เจ้าอยู่ตรงนี้เถิด ห้ามเข้าไปในเรือนเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่? " ต่อมานางชักดาบ วิ่งไปสู่เรือนใหญ่ที่มีงานแต่งงาน
ในช่วงนั้นนางได้เกิดการต่อสู้ ดาบต่อดาบ จนฝ่ายตรงข้ามได้รับบาดเจ็บสาหัส บางคนก็ถึงชีวิต หลายคนภายในเรือนวิ่งกันวุ่นวายหนีตายกัน เป้าหมายของจางลู่คือ ปกป้องทุกคนในครอบครัว ถ้าไม่พังประตูใหญ่ก่อนทุกคนอาจจะตายเกือบหมดเพราะถ้าออกไปก็ยังถูกฆ่าในเมื่อมีคนเฝ้าประตู
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่หลงหู จางลิ่ว เสี่ยวปาลี่ อยู่ที่ใด? " สาวน้อยจางลู่ตะโกนเรียกหลายหน วิ่งไปด้วย ถือดาบเปื้อนเลือดไปด้วย เสื้อผ้าของนางก็ถูกแตะแต้มด้วยสีเลือดเช่นกัน นางเคยสังหารเสือมาแล้วครั้งหนึ่งจะมีสิ่งใดให้นางกลัว ความกล้าหาญของนางก็ยิ่งเหมือนนางพญาเสือในป่าลึก
"กรี๊ดดดด ว้ายยยย ช่วยด้วยๆ " เสียงร้องโหยหวนด้วยความกลัวของคนในงานแต่งวิ่งผ่านจางลู่กันชุลมุน จางลู่นึกอะไรบางอย่างออก "ห้องนอนของจางลิ่ว" เร่งฝีเท้ากระทบพื้นไม้อย่างรวดเร็ว ใบหน้ากระทบลมหนาว
หลงหูกำลังฟันดาบ ตวัดดาบ ปะทะกับกลุ่มโจร โดยมีท่านพ่อท่านแม่อยู่ข้างหลังเนื้อตัวสั่นเพราะความหวาดกลัว ส่วนเสี่ยวปาลี่ก็สลบบนพื้นไม้ไม่ไกลจากพี่หลงหูนัก แต่แล้วหลงหูถูกคมของดาบปาดที่ขาขณะที่หลบดาบไม่ทันโชคดีที่มีศิลปะการต่อสู้ ไม่งั้นจะสูญเสียอวัยวะข้างหนึ่งเป็นแน่ จนร่างทรุดลง ทำได้เพียงคุกเข่าเพราะเจ็บปวด
ปิ่นหยกที่มีปลายแหลมแต่ไม่คมมาก ลอยผ่านกลางอากาศเป็นเส้นตรงพุ่งเร็วอย่างลูกธนู ปักลงหลังมือข้างขวาจนดาบหลุดมือ
"ท่านพี่หลงหู ข้าอยู่นี้แล้ว" จางลู่ก็ปาดคอโดยไม่มองคนเจ็บใดๆ ที่อยู่ข้างตัว
"จางลู่ ข้ากับท่านพ่อและท่านแม่ก็ปลอดภัยแล้ว" มือของเขากดแผลที่ขาอย่างแน่น เพื่อเป็นการห้ามเลือด
"ลูกแม่ เจ้าเจ็บตรงที่ใด? " แม่นางหลิวอี้โผเข้ากอดด้วยความดีใจพร้อมกับบิดาของจางลู่
"ข้าปลอดภัยดีเจ้าค่ะ แล้วน้องจางลิ่วละ? อยู่ที่ใด?" นางกวาดสายตามองหาผู้ใดผู้หนึ่ง
หลงหานผู้เป็นบิดาก็ตอบ "น้องถูกจับตัวไปแล้วลูก"
"ห็ะ เป็นไปได้อย่างไร" และจางลู่จะวิ่งไปและกำดาบแน่น แต่ท่านแม่รั้งไว้
"อย่าไปนะลูก สถานการณ์ตอนนี้ก็ยิ่งแย่ พวกโจรก็มาขโมยข้าวของที่นี่ด้วย แม่ไม่อยากพรากลูกไปอีกคน" แม่นางหลิวอี้น้ำตาไหลสะอื้น
จางลู่สังเกตเห็นใบหน้าของแม่ มีรอยแดงๆ รูปฝ่ามือ หยดเลือดจากรูจมูกข้างหนึ่งขณะที่จับมือแม่นางหลิวอี้อยู่ นางเห็นแบบนี้ก็ทนไม่ไหวจึงปล่อยมือแม่ออก
"แม่ ข้าจะตามหาน้องสาวให้ได้" น้ำตานางก็ไหลริน แต่แล้ว นางก็หยุดอยู่กับที่ มองเห็นชายสองสามคนอยู่ตรงหน้า
"น้องสาวมาเป็นเมียพี่ไหม? ถ้ายอมเป็นเมียพี่ดีๆ เจ้าจะได้ไม่เจ็บตัว มาสิๆ " ชายคนหนึ่งเปิดหน้าขึ้นมา แลเห็นหนวดเคราเต็มใบหน้า
"ข้าไม่ยอมเป็นเมียกับคนชั่วช้าอย่างเจ้าเด็ดขาด" นางกล่าวขึ้นด้วยความรังเกียจและโกรธหน้าแดงก่ำ
"อย่าทำอันใดลูกของข้า ข้าขอร้อง" หลงหานวิ่งมาคุกเข่าตรงหน้า มือทั้งสองข้างสั่นระริก สายตาอ้อนวอนร้อวขอชีวิต และแม่นางหลิวอี้ก็ทำตาม
"เจ้าอยากได้อะไร ข้าจะหามาให้ ยกเว้นลูกสาวของข้า" สายตาหลงหานมองไปที่ชายสามคน
"ถุ๊ย ข้าอยากได้แบบนี้" ชายคนนั้นจึงถ่มน้ำลายใส่ใบหน้าของหลงหูหนึ่งครั้ง
"ไอ้คนชั่ว ต่ำทราม" หลงหูเห็นดังนั้นจึงเกิดโทสะอย่างรุนแรง ดันร่างกายตัวเองไปจบชีวิตเขาคนนั้นให้จงได้ทั้งที่ตัวเองยังบาดเจ็บอยู่
"โอ๊ย...." หลงหูร้องลั่น ขาที่มีบาดแผลก็ถูกเหยียบจนมีอาการเจ็บปวดจากชายอีกคนหนึ่ง
จางลู่จึงกระโดดถีบและแทงที่หน้าอกข้างซ้ายทันทีโดยไม่นึกคิดอะไร ส่วนชายทั้งสองก็คว้าทั้งพ่อแม่ของนางทันใดอย่างละหนึ่งคนและดาบที่เปิ้อนด้วยเลือดนั้นจ่อที่คอ
"ถ้าเจ้าไม่อยากตาย มาเป็นของข้าก่อน" ชายทั้งสองคนก้าวถอยหลังอย่างช้าๆ
"ถ้าเจ้าอยากได้ข้า เจ้าต้องปล่อยพ่อแม่ข้าก่อน" นางเช็ดดาบด้วยผ้าของตัวเองที่สวมใส่อยู่ ก้าวไปข้างหน้าตาม
อีกไม่นาน เสียงของลูกธนูลอยมาจากหลังคา บินพุ่งมาสู่ข้างหลังของคนที่จับพ่อแม่ของนาง ทันใดนั้นเขาก็ทรุดลงที่พื้น นางจึงคว้าพ่อแม่มาอยู่ใกล้ๆ และให้ยืนอยู่ข้างหลังนาง ปลายดาบจ้องไปที่นั่น สายตามองชายทั้งสองที่พื้นดินอยู่ ลมหายใจยังดำเนินอยู่ อาการบาดเจ็บสาหัสแต่ยังไม่ถึงชีวิต เมื่อมองไปสู่ท้องฟ้าอันมืดมิดราวน้ำหมึก ร่างของนักรบดิ่งลงมา ส่วนข้างล่างวิ่งเข้ามาพร้อมดาบและเสื้อเกราะ แน่นอนคือทหารของวังหลวง ทั้งยังปรากฏน้องเขยนามว่าโจเลี้ยวเดินเข้ามาอยู่ตรงหน้ามีบาดแผลเล็กน้อย ใบหน้าเปื้อนเลือด อาการเหนื่อยหอบเพราะใช้กำลังในการต่อสู้
จางลู่จึงวิ่งไปหา "โจเลี้ยว พบน้องสาวข้าหรือไม่? "
"ข้าขออภัย ข้าไม่พบแม้แต่เงา" อาการเหนื่อยหอบยังคงอยู่
ทันใดนั้น แม่นางหลิ้วก็ทรุดลงเหมือนวิญญาณของจากร่าง หลงหูอยู่ใกล้ๆ จึงคว้าตัวนางหลิวอี้ได้ทัน โจเลี้ยวทำท่าตกใจจนจางลู่หันกลับไปมอง
"ข้าจะจับสองคนนั้นไว้สอบสวน โชคดีลูกธนูไม่ได้ถูกจุดสำคัญ" โจเลี้ยวเอ่ยขึ้นขณะอยู่ข้างๆ จางลู่
"เจ้าสติปัญญาดีมาก คิดได้อย่างรอบคอบ ข้าว่าวิธีนี้เราจะตามหาน้องสาวได้เร็วขึ้นแน่ สมกับเป็นน้องเขยของข้าที่ดีจริงๆ " จางลู่พูดด้วยสำเนียงชื่นชม
ร่างอันไร้วิญญาณกระจัดกระจายไปตามที่ต่างๆ ของบ้านเรือน งานแต่งอะไรช่างวุ่นวายนัก ซ้ำยังเกิดเรื่องไม่คาดฝันอีก ความเงียบสงัดจึงกลับมาอีกครั้งเมื่อจับโจรบุกบ้านเรือนเป็นอันเสร็จกิจ คนบริสุทธิ์ล้มตายเป็นจำนวนมาก คนที่รอดชีวิตจึงได้ทำการจัดเก็บและประกอบพิธีตามธรรมเนียม หลังจากงานแต่งนั้นมีความโศกเศร้าเข้ามาแทนที่ หิมะร่วงโรยจากหลังคาโลก ความหนาวเหน็บยังไม่หยุดนิ่ง ลมเย็นๆ พัดต้นไม้จนหิมะบนใบไม้สีเขียวหล่นสู่พื้นดิน สวนดอกไม้กลางลานบ้านถูกเหยียบย่ำ หักงอบ้าง ถูกตัดขาดบ้างแต่ยังมีความสวยงามตามธรรมชาติของมัน
