บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 คุณแม่วัยใส

นักศึกษาสาวชั้นปีที่ 2 กำลังยืนโก่งคออาเจียนในห้องน้ำหอพักข้างมหาวิทยาลัยในจังหวัดเชียงใหม่ เธออาเจียนเป็นรอบที่ 3 ของวันแล้ว ระหว่างที่กำลังขย้อนเอาอาหารกลางวันออกเสียงชายหนุ่มก็ดังขึ้นด้านหลัง

“ไปหาหมอไหม เธออ้วกแบบนี้มาหลายวันแล้วนะ” เขาถาม แววตาแสดงให้เห็นชัดถึงความวิตกกังวล

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็คงหาย” เปรมนีย์บอกแฟนหนุ่มของตัวเอง เธอคบกับวศิน หนุ่มรุ่นพี่ปี 4 มานานแรมปีและอยู่ร่วมหอพักเดียวกัน

“เปรม!”

“คะ”

“เธอกินยาคุมหรือเปล่า” เขาถามเสียงเครียด เปรมนีย์หน้าซีดลงทันที เธอส่ายหน้า

“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้กินยาคุม ทำไมถึงไม่กิน นี่เมนส์เธอมาหรือเปล่า” วศินจับไหล่ทั้งสองแน่น หญิงสาวเบ้หน้าด้วยความเจ็บ

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่กินๆ พี่ก็รู้ว่าเปรมแพ้ยาคุม กินแล้วผลข้างเคียงมันเยอะ ปวดหัว ไมเกรนขึ้น” เธอเถียงกลับ วศินกรอกตาขึ้นมองเพดานอย่างเหนื่อยหน่ายใจ

“ก็แล้วทำไมไม่หายาคุมแบบฮอร์โมนต่ำกินวะ!” เขาตะคอก

“ก็นี่ไง... เปรมกำลังจะเปลี่ยนยาคุม แต่คืนนั้นพี่ก็มาเอาเปรม เปรมบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ใส่ถุงยาง พี่ก็ไม่ใส่ พอเมาทีไรก็ชอบดึงถุงยางออกทุกที!” เธอตอกกลับ วศินหน้าม้าน เถียงไม่ออก เขายอมรับว่าเป็นผู้ชายประเภทแอลกอฮอล์ลองจู๋ เมาเมื่อไหร่คว้าใครได้ก็เอา แล้วไอ้นิสัยประเภทเมาแล้วชอบสดนี่แก้ยังไงก็ไม่หาย ต่อให้มีถุงยางครอบ พอสอดได้สองสามทีก็ดึงทิ้งเสียบสด

“แล้วทำไมไม่กินยาคุมฉุกเฉิน” เขาถามอีก

“ยาคุมฉุกเฉิน? พี่ยังกล้ามาถามอีกเหรอว่าทำไมเปรมถึงไม่กิน สองเดือนนี้เปรมกินยาคุมฉุกเฉินมาสองรอบแล้วนะ พี่ก็รู้ว่ามันอันตราย ไม่ควรกินพร่ำเพรื่อ”

“แล้วทีนี้จะเอายังไง อ้วกแตกอ้วกแตนแบบนี้จะทำยังไง!” เขาถามเสียงดัง

“เปรมแค่อ้วก มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้” เธอพูดในทางทีดี

“ฉันจะไปซื้อที่ตรวจท้อง เธอรออยู่ที่นี่ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น” เขากำชับก่อนเดินออกจากห้องไป ระหว่างที่รอแฟนหนุ่มรุ่นพี่ เธอเดินไปเดินมาอย่างกับหนูติดจั่น ปวดหัวเครียดจนสมองแทบจะระเบิด

วศินกลับมาอีกครั้งพร้อมที่ตรวจครรภ์หลายอัน เขาไล่ให้เธอไปปัสสาวะ เมื่อเธอปัสสาวะใส่ภาชนะ เธอเอาแผ่นฟิล์มหย่อนลงไป ส่วนอีกอันก็ใช้ที่ดูดหยดลงไป ตรวจทีเดียวพร้อมกันสองอันนี่แหละจะได้รู้ว่าชัวร์หรือมั่วนิ่ม

ระหว่างที่รอเวลา เธอเดินพล่านอยู่ในห้องน้ำ วศินทนไม่ไหวเคาะประตูรัวๆ เปรมนีย์เดินไปเปิดประตู

“เป็นยังไงบ้าง”

“เปรมยังไม่ได้ดูเลยค่ะ ไม่กล้าดู” เธอสารภาพ เขาส่ายหัวนึกเซ็งกับแฟนสาว เดินเข้าไปในห้องน้ำหยิบที่ตรวจครรภ์ขึ้นมาดู ดูอันแรกเสร็จก็ต้องเบิกตากว้าง พอหยิบอันที่สองขึ้นมาดูอีกมือก็สั่นระริกจนทำที่ตรวจครรภ์หล่นพื้น

“เป็นยังไงบ้างคะ” เปรมนีย์ถาม เขานิ่งงันไม่ตอบจนเธอต้องก้มลงหยิบที่ตรวจครรภ์ขึ้นมาดู เธอตาโตลมแทบจับเมื่อเส้นสีแดงขึ้นมาสองขีด

“พะ... พี่วศิน เปรมท้อง เปรมท้อง!” เธอเขย่าแขนเขาแรงๆ วศินบดกรามเป็นสันนูน ดวงตาโชนแสงกล้าอย่างคนที่เพิ่งตัดสินใจอะไรได้

“พี่วศิน อย่าเอาแต่เงียบสิคะ เปรมท้อง ฮือ... เปรมจะทำยังไงดี เรียนก็ยังเรียนไม่จบเลย ฮือ” เปรมนีย์ร้องไห้โฮ วศินหันมาเผชิญหน้ากับหล่อน เขาจับหัวไหล่บางที่สะท้านขึ้นลงตามแรงสะอื้นอย่างแผ่วเบา

“ไม่เป็นไร... ไม่เป็นไร” เขาพูดเสียงแผ่ว แววตาปลอบโยน

“หมายความว่า... พี่วศินจะแต่งงานกับเปรมเหรอคะ” เธอถาม แววตามีความหวังขึ้นมาทันที แม้เธอจะยังเรียนไม่จบแต่เขาใกล้เรียนจบแล้ว ฐานะทางบ้านของวศินก็ร่ำรวยคงจะสามารถดูแลรับผิดชอบเธอกับลูกได้ แต่สิ่งที่ได้จากเขาคือการส่ายหน้าเบาๆ

“ไม่ใช่”

“...”

“เธอไปเอาเด็กออกซะก่อนที่มันจะเป็นตัวมากกว่านี้ ถ้าอายุครรภ์เยอะแล้วมันจะเอาออกยาก จะกินยาขับจะไปเข้าคลินิกทำแท้งอะไรก็ว่าไป ส่วนค่าใช้จ่ายในการทำแท้งทั้งหมดฉันจะออกเอง” เขาพูดเสียงราบเรียบเหมือนไม่รู้สึกอะไร เริ่มชินชากับเหตุการณ์แบบนี้เสียแล้ว หญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่รายแรกที่เขาทำให้ท้อง

“พี่วศิน!”

“บอกตามตรงนะ ฉันไม่เอาอนาคตตัวเองมาแลกกับไอ้เด็กหัวขนนี่หรอก รีบไปเอามันออกซะก่อนที่มันจะเป็นภาระเรามากกว่านี้” เขายืนยันเช่นเดิม เปรมนีย์น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม

“ไม่! เปรมไม่ทำ”

“อย่ามาโลกสวยนักเลย ฉันเองก็ยังเรียนไม่จบ เธอก็ยังเรียนไม่จบ พูดเหมือนเราพร้อมจะเลี้ยงเด็ก” เขาย้อน เปรมนีย์สะอื้นหนักขึ้น

“แต่...”

“ถ้าเธอไม่ทำ เราเลิกกัน!”

เสียงโทรศัพท์ดังกระหน่ำตั้งแต่เช้าตรู่ หญิงสาววัยเบญจเพศนอนพลิกกายไปมาอยู่บนเตียงนอนนุ่มที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาตัวโปรด เจ้าหล่อนหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง เอาหมอนอุดหูก็แล้วมันก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่องจนน่ารำคาญ

เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตี 3 เพราะความงกเลยรับงานฟรีแลนด์มาทำนอกจากงานประจำที่ทำวันจันทร์ถึงวันเสาร์ แถมยังบ้าเขียนนิยายทำกราฟฟิกอีกต่างหาก วันนี้เป็นวันหยุดแท้ๆ อยากจะนอนตื่นตะวันสายโด่งสักวันแต่ไม่รู้ใครกันล่างโทรมากวนใจ เมื่อทานทนต่อเสียงรบเร้าไม่ไหวเธอจึงลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์ที่เสียบสายชาร์ตไว้หน้าทีวีขึ้นมา

“ฮัลโหล!” เธอกรอกเสียงโทรศัพท์เข้าไปอย่างหงุดหงิด แต่เสียงที่ได้ยินกลับกลายเป็นเสียงร้องห่มร้องไห้ปานจะขาดใจตายเสียให้ได้ ปภาวรินทร์ต้องเอาโทรศัพท์ออกจากหูมาดูหน้าจอว่าใครกันที่โทรมา

น้องสาวตัวแสบ...!

หน้าจอโทรศัพท์โชว์หราถึงเบอร์ที่คุ้นเคย เธอรีบยกหูขึ้นถาม

“ยัยเปรม นี่แกเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม” คนเป็นพี่สาวตื่นเต็มตา เดินพล่านอย่างหนูติดจั่น ยิ่งไม่ได้ยินเสียงแม่น้องสาวตัวดีตอบกลับมา ยิ่งทำให้ร้อนใจ

“ใครทำอะไรแก ไหนแกบอกฉันมาสิฉันจะไปจัดการ!” เธอถามอีก

“อึก... ฮือ... ฮือๆๆๆ”

“โว้ย! นี่แกจะหุบปากหยุดร้องไห้ได้หรือยัง ร้องไห้สะอึกสะอื้นแบบนี้แล้วเมื่อไหร่ฉันจะรู้ว่าแกมีปัญหาอะไร” ปภาวรินทร์ตะคอกน้องสาวอย่างเหลืออด เปรมนีย์กลั้นเสียงสะอื้นไห้ สูดน้ำมูกฟืดฟาด

“อึก... ฮือ... เปรม... ท้อง”

“ฮะ...?” คนเป็นพี่เอามือแคะหูตัวเอง ได้ยินไม่ถนัดนัก

“ทะ... ท้อง...”

“ท้อง... ท้องอะไร ปวดท้อง ท้องเสียเหรอ แล้วนี่ไปหาหมอหรือยัง อาการเป็นยังไง อยู่โรงพยาบาลไหม” ปภาวรินทร์ถามน้องสาวอย่างเป็น เพราะเปรมนีย์ไปเรียนมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด ต้องไปอยู่หอพักทำให้ไกลหูไกลตา

“อึก... ฮึก... ฮือ...”

“ร้องไห้ทำไม เงินไม่พอเหรอ ฉันทำประกันสุขภาพไว้ให้แกวงเงินเยอะนะ นี่แกเป็นโรคอะไรร้ายแรงหรือเปล่า” เธอถามอีก รู้สึกใจคอไม่ค่อยดีแล้ว

“มะ... ไม่ใช่... ฮือ... เปรมท้อง”

“ท้อง... ท้องอะไรล่ะพูดให้มันชัดๆ อย่าเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ชาตินี้ฉันจะรู้ไหมว่าแกเป็นอะไร” คนเป็นพี่เอ็ดเข้าให้ เปรมนีย์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ

“เปรมท้อง ท้องแบบตั้งครรภ์อะพี่ปราย!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel