2
"คิดว่าฟื้นขึ้นมาแล้วจะเป็นนายข้าหรือ อย่าลืมสิว่าเจ้าก็เป็นแค่ลูกอนุชั้นต่ำที่ถูกเหยียบย่ำอยู่ในจวน"
“ก็จริง คนที่รังแกข้ามากที่สุดคนหนึ่งก็คือเจ้า ทั้ง ๆ เสื้อผ้า อาหารก็เงินจากสินเดิมของแม่ข้า เจ้านายของเจ้ามีแต่ตำแหน่งคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์ ตอนแต่งเข้ามา ก่อนจะเข้ามาวางอำนาจในจวน นางคงลืมไปว่ากินใช้แต่ของแม่ข้า ดูถูกว่าแม่ข้าเป็นแค่แม่ค้า เหม็นกลิ่นเงิน แต่เงินพวกนั้นกลับเอาไปเสวยสุข คนที่ข้าจะจัดการคนแรกก็คือเจ้า หลังจากนั้นก็คือเจ้านายของเจ้า” นางพูดทีละคำด้วยสายตาเย็นเยียบ
“สามหาว ฮูหยินใหญ่ไม่ใช่คนที่เจ้าจะล่วงเกินได้”
สิ้นคำ หญิงชราก็พุ่งเข้าหา ยกมือหมายจะตบอีกฝ่ายเหมือนที่เคยทำมาตลอดหลายปี
ทว่า...
เพียะ!
เสียงดังสนั่นภายในกระท่อม จางมามาตัวหมุนไปครึ่งรอบ
ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึง นางถูกตบก่อนเสียเอง
"อะ!" จางมามากุมแก้ม มองหญิงสาวตรงหน้าราวกับเห็นผี ฝ่ามือนั้นหนักมากจนนางหน้าชาไปทังแถบ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณหนูใหญ่ไม่เคยกล้าขัดขืน ไม่เคยตอบโต้ ยิ่งตอนที่คนเป็นพ่อแม่ตาย ก็ยิ่งเหลือตัวคนเดียว ยอมให้กดขี่มาตลอด ไม่เคยแม้แต่จะเงยหน้าสบตา แต่วันนี้ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้
เซียวเยว่หลันสะบัดข้อมือเบา ๆ ใบหน้ายังคงเรียบนิ่ง
"เจ็บมือนิดหน่อย เจ้าของร่างนี้อ่อนแอเกินไป หลังจากนี้คงต้องฝึกฝนตัวเองให้หนัก เรียกคืนวิชาการต่อสู้ทั้งหมด แล้วก็ฟื้นฟูร่างกาย”
“เจ้า เจ้าพูดอะไร”
จางมามาเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่ก็ตัวสั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ที่โดนคนที่รังแกมาตลอดกล้าตอบโต้กลับเช่นนี้
"นังเด็กสารเลว!" นางคว้าเก้าอี้ไม้ขึ้นมา ก่อนจะเหวี่ยงใส่เต็มแรง แต่เยว่หลันหลบอย่างง่ายดาย ราวกับมองเห็นการเคลื่อนไหวล่วงหน้า
โครม!
เก้าอี้กระแทกกำแพงจนแตก จางมามาเริ่มหน้าซีด
"เป็น...เป็นไปไม่ได้"
"เจ้า... เจ้าหลบได้อย่างไร"
เยว่หลันหัวเราะเบา ๆ ในโลกเดิม นางเติบโตท่ามกลางการแก่งแย่งอำนาจ ผ่านการลอบสังหาร ผ่านสนามเลือด ผ่านสงครามระหว่างแก๊งมาเฟียมานับครั้งไม่ถ้วน หญิงชราตรงหน้าจะนับเป็นอะไรได้
สายตาของนางค่อย ๆ เย็นลง
“ไม่หลบก็โดนฟาดสิ โง่หรือไง” ประโยคนั้นทำให้คนฟังสะอึก จนจางมามารู้สึกเหมือนถูกสัตว์ร้ายจ้องมอง
"หลายปีมานี้" เยว่หลันเอ่ยช้า ๆ
"เจ้าตบตีข้า ให้ข้าอดอาหาร ทรมานข้าราวกับไม่ใช่คน แล้ววันนี้" นางก้มมองร่างเดิมที่ยังมีรอยฟกช้ำอยู่ตามแขน ความทรงจำของเจ้าของร่างยังคงไหลผ่านเข้ามาไม่หยุด ความหนาว ความหิว ความสิ้นหวัง เด็กสาวคนหนึ่งอดทนมาตลอดหลายปี บิดารักก็จริง แต่ท่านก็มีภารกิจการงานในราชสำนักต้องสะสางมากมาย อำนาจการดูแลจวนเป็นของฮูหยินใหญ่ หลังจากมารดาสิ้น นางก็ถูกรังแกหนักขึ้น เมื่อก่อนยังมีมารดา แต่กระนั้นชีวิตของนางก็ยังมีแสงสว่างอยู่บ้าง เมื่อบิดากลับมาจากราชการ มักมีของมีค่า เสื้อผ้าดีๆ มาฝาก และได้นั่งร่วมโต๊ะอาหาร แต่หลังจากบิดาจากไป ของทุกอย่างก็ถูกฮูหยินใหญ่กับลูกสาวของนางแย่งชิงไปจนหมด แม้แต่ลูกชายของฮูหยินใหญ่ก็มักกลั่นแกล้งให้นางเป็นทาสคอยรับใช้ รวมถึงเพื่อนๆ ของพวกเขาด้วย สองพี่น้องไม่เคยคิดว่านางคือพี่น้องร่วมบิดา แต่คิดว่าเป็นขยะที่ต้องกำจัดทิ้ง
ไม่มีใครเหลียวแล ไม่มีใครช่วยเหลือ เยว่หลันเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาเต็มไปด้วยไอสังหาร
"เจ้าคิดว่า ข้าจะปล่อยเจ้าไว้หรือ"
จางมามาหน้าซีดเผือด ขาทั้งสองอ่อนแรงลงทันที
"คุณหนู... ข้า...ข้าทำตามคำสั่ง เป็นฮูหยินใหญ่ ทั้งหมดเป็นคำสั่งของฮูหยินใหญ่ ท่านอย่าทำอะไรข้าเลยนะ" เยว่หลันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นทำให้จางมามายิ่งหวาดกลัว
"ไม่ต้องรีบร้อน คนที่อยู่เบื้องหลังเจ้า ข้าจะจัดการทีละคน" หญิงสาวก้าวเข้าไปข้างหน้า ส่วนจางมามาก็ถอยหลังจนชนกำแพงอย่างไร้ทางหนี ก่อนที่นางจะถูกมีดคมกริบปาดคอจนสิ้นใจในครั้งเดียว
ภายในกระท่อมเงียบสนิท มีเพียงเสียงลมพัดลอดผ่านหน้าต่างเก่า ๆ ไม่นานนัก ทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง
เซียวเยว่หลันยืนมองร่างไร้สติที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย
ในโลกเดิม ความเมตตาที่มีต่อศัตรู คือหนทางสู่ความตาย นางเรียนรู้บทเรียนนั้นตั้งแต่อายุยังน้อย
หญิงสาวเดินไปที่หน้าต่าง มองท้องฟ้ายามเย็นเหนือชนบทอันแร้นแค้น ก่อนพึมพำเบา ๆ
"วางใจเถิด ความแค้นของเจ้า ข้าจะทวงคืนให้ทั้งหมด"
ลมเย็นพัดผ่านใบหน้า ราวกับวิญญาณของเจ้าของร่างเดิมได้รับคำตอบและนับจากวันนี้
คุณหนูใหญ่ผู้แสนอ่อนแอได้ตายไปแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ในร่างนี้คือราชินีมาเฟียผู้ไม่เคยก้มหัวให้ผู้ใด
สามวันผ่านไป ชีวิตในชนบทอันกันดารไม่ได้ยากลำบากสำหรับเซียวเยว่หลันเท่าใดนัก
อย่างน้อยก็ไม่เท่ากับการเอาชีวิตรอดในโลกใต้ดินของยุคปัจจุบัน
ยามเช้า หญิงสาวนั่งขัดสมาธิอยู่หน้ากระท่อม แสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดลงบนใบหน้าขาวนวล แม้ร่างกายเดิมจะอ่อนแอ แต่หลังจากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม สภาพร่างกายก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางออกหาอาหารเอง เก็บผลไม้ป่า จับปลา ล่าสัตว์ตัวเล็ก พร้อมทั้งค้นหาสมุนไพรในภูเขา โชคดีที่ความรู้ทางการแพทย์ของนางเต็มเปี่ยม ในยุคปัจจุบันนางคือทายาทหัวหน้าแก๊งมาเฟีย ที่เรียนรู้การเอาตัวรอดทุกรูปแบบ ทั้งวิชาการต่อสู้ ความรู้เรื่องอาหารและสมุนไพรต่าง ๆ ยามที่ต้องหลบหนีจากศัตรูและอาจหลงป่าหรือไปอยู่ที่ใดสักแห่งที่ไม่มีลูกน้องหรือสิ่งอำนวยความสะดวก ความรู้ด้านการแพทย์นางก็ไม่เป็นสองรองใคร ทั้งแพทย์แผนจีนแผนตะวันตกและการแพทย์ทุกแขนงนางได้เรียนมาหมดแล้ว เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ดังนั้นการมีความรู้ติดตัวจะทำให้มีชีวิตรอดได้ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใด
อีกอย่างเจ้าของร่างเดิมก็มีมารดาที่ดี ซูหว่านหนิงเคยสอนบุตรสาวเรื่องสมุนไพรมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เยว่หลันสามารถแยกแยะสรรพคุณต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
นางมองแขนของตนเอง รอยฟกช้ำเริ่มจางลงแล้ว ส่วนบาดแผลบนศีรษะก็ดีขึ้นมาก
"อีกไม่กี่วันก็คงกลับมาเหมือนเดิม"
เยว่หลันพยักหน้าพอใจ ก่อนจะคว้าคันธนูไม้ที่ทำขึ้นอย่างหยาบ ๆ เดินเข้าป่า วันนี้นางตั้งใจจะหาเนื้อสัตว์เพิ่ม ป่าภูเขาเงียบสงบ เสียงนกร้องดังเป็นระยะ
เยว่หลันเดินอย่างคล่องแคล่ว ราวกับนักล่าผู้ชำนาญ แม้ร่างกายจะเปลี่ยนไป แต่ประสบการณ์ยังอยู่ครบ ไม่นานนัก นางก็พบกระต่ายป่าตัวหนึ่ง
ฟิ้ว!
ลูกธนูพุ่งออกไป ปักเข้าที่ขาหลังของมัน กระต่ายตกใจวิ่งหนีทันที
"เฮ้ย!" เยว่หลันรีบวิ่งตาม
"หยุดก่อนสิ!" นางไล่ตามไปไกลพอสมควร จนกระทั่งกระต่ายหายเข้าไปในป่าลึก หญิงสาวถอนหายใจ
