บท
ตั้งค่า

ใครนะท้อง?

อุ้งมืออุ่นไอร้อนกอบกุมซีกแก้มเนียนของหญิงสาว กันต์ดนัยมองลึกในดวงตาระริกหวั่น หากแต่มีความกล้าเติมเต็มอยู่ในนั้น นิ้วหัวแม่มือคลึงริมฝีปากเคลือบลิปบาล์มมันวาว วนไล้อยู่เช่นนั้นจนเรียวปากของเจนนินทร์เกิดความร้อนผ่าว

ท่อนแขนแกร่งที่วางข้างลำตัวอย่างอิสระเปลี่ยนไปกระชากเอวคอดกิ่วมาแนบร่างใหญ่ เสียงสะท้านเฮือกดังแผ่วในลำคอของหญิงสาว ดวงตาคู่คมเจือฉุนสะกดมองคนตัวเล็กอย่างไม่ละความสนใจไปไหน ในขณะที่อุณหภูมิร่างกายเริ่มไต่ระดับสู่ความร้อนเร่าผสานเข้ากับจังหวะหัวใจที่กระหน่ำถี่รัวอย่างไร้วี่แววหวนสู่ภาวะเดิม ริมฝีปากเล็กคล้ายกำลังส่งคลื่นเสียง แต่ไม่ทันเอ่ยให้ได้ศัพท์ก็ถูกทาบทับแนบสนิท

กันต์ดนัยบดเบียดริมฝีปากของหล่อนราวกับจะขย้ำขยี้ให้แหลกเหลวตรงนี้ อุกอาจสอดลิ้นแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ดูดกลืนความหวานฉ่ำในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ คนใต้ร่างครางอู้อี้พร้อมใช้ปลายเล็บจิกแผ่นอกที่โผล่พ้นร่องเสื้อซึ่งก่อนหน้านี้กระดุมขาดแร่งจากแรงปะทะคารมของเขาและเธอ

“ฮั่นแน่! คิดถึงเขาอะดิ๊”

วิญญาณของกันต์ดนัยราวกับถูกกระชากด้วยอัตราความเร็วสูงก่อนพุ่งเข้าสู่กายหยาบจนสะดุ้งโหยง ดาราหนุ่มกระแอมเสียงขจัดอารมณ์วูบวาบ พลางเหลียวมองไปทางต้นเสียง น้องชายตัวดียืนมองเขาอย่างสมเพชกึ่งล้อแซวอยู่ในที

“ไม่ได้คิดถึง”

“ไม่คิดถึงจริงอ๊ะ แล้วอยู่ๆ มาเปิดดูละครเก่าที่เคยเล่นคู่พี่เจนทำไม” กายหรือการินส่งประกายตาหยันไปทางพี่ชายที่กลบเกลื่อนอาการด้วยการกดรีโมทเปลี่ยนไปฟังเพลงแทน

“บังเอิญเปิดมาเจอก็เลยหยุดดูแค่นั้น”

ฉากเข้าพระเข้านางที่เมื่อครู่กันต์ดนัยจดจ่อจนสติหาย เป็นละครเรื่องที่สองที่เขาได้ร่วมงานกับเจนนินทร์ ซึ่งตอนนั้นทั้งคู่เริ่มเดตกันแล้วแต่ยังไม่เปิดตัวกับสื่อ

และสำหรับเลิฟซีนเมื่อครู่ กันต์ดนัยจำได้ว่าก่อนเข้าฉากเขาทะเลาะกับเธอเพราะเหตุหึงหวง เคลียร์กันยังไม่ลงตัวก็ต้องมาเข้าฉากกันก่อน กันต์ดนัยยอมรับว่าแอบลงโทษเธอผ่านการแสดงฉากจูบ เจนนินทร์เองก็รู้ว่าเขาเล่นนอกบทอย่างจงใจจึงเตือนผ่านปลายเล็บที่จิกบนผิวเนื้อ

ณ นาทีนั้นเขาไม่คิดยั้งใจด้วยซ้ำหากไม่ใช่เสียงสั่งคัตจากผู้กำกับก่อนตามมาพร้อมคำชมที่เล่นได้อย่างถึงอารมณ์ชนิดเทคเดียวผ่าน ทว่าพ้นจากฉากนั้นกว่าเจนนินทร์จะหายโกรธเขาก็ปาไปสองวันเต็ม

“บังเอิญหรือตั้งใจ ตะกี้พี่เปิดดูละครในแอปหนังนะ ไม่ใช่กดผ่านช่องทีวีที่จู่ๆ มันก็มีละครเก่ารีรันขึ้นมา” จะโกหกอะไรไม่เคยเนียนเลย เด็กเมื่อวานซืนอย่างเขารู้ทันตลอด

การินส่ายหน้าระอาก่อนเบี่ยงปลายเท้าไปเปิดตู้เย็น หยิบน้ำอัดลมได้ก็เดินมานั่งโซฟาข้างพี่ชาย การินรู้ดีว่าตลอดหลายเดือนที่จบความสัมพันธ์กับเจนนินทร์ พี่ชายของเขาไม่เคยตัดใจได้เด็ดขาดสักครั้ง

การินรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับกันต์ดนัย รวมถึงรู้ด้วยว่าที่ผ่านมาพี่ชายพยายามเข้าไปมีบทบาทในชีวิตฝนแก้วอดีตรุ่นน้องที่เคยเป็นแฟนเก่า ไม่ใช่เพราะฝังใจรักเขา แต่เพราะอยากลืมเจนนินทร์ต่างหาก

กันต์ดนัยไม่หาข้อแก้ตัวอะไรอีก สงบวาจาเพื่อปล่อยผ่าน เลือกเปิดฟังเพลงสากลและเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น ก่อนกดรีโมทหรี่ให้เบาลงเมื่อนึกได้ถึงเรื่องที่จะคุยกับน้อง

“เอ่อ กาย พี่ภาคย์ผู้กำกับที่พี่สนิทด้วย เขาให้มาชวนกายไปแคสต์ซีรีส์ กายสนใจไหม”

“ไม่อะ ผมไม่อยากดัง” น้องชายเบะปากคว่ำส่ายหน้าหวือ ให้คำตอบโดยไม่หยุดคิดแม้เพียงวินาทีเดียว “กลัวดังแล้วจะถูกกีดกันความรักเหมือนพี่ ผมยิ่งหน้าหล่อตาหวานอยู่ด้วย กลัวจะดังกว่าพี่”

แม้ให้เหตุผลชวนหมั่นไส้ แต่กันต์ดนัยไม่ปฏิเสธว่าน้องชายมองการณ์ไกล คิดถูกแล้วที่ไม่ถลำตัวในวงการบันเทิง ปัจจุบันการินรับงานเดินแบบและถ่ายโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ น้องชายของเขาหุ่นดี สูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรซึ่งทำท่าจะสูงได้อีกเรื่อยๆ ที่ผ่านมานักปั้นหลายคนพยายามชักชวนการินไปแคสต์งานมากมาย แต่เขาปฏิเสธและพอใจรับงานที่อยากทำหวังเก็บหอมรอมริบไว้จ่ายในสิ่งที่อยากได้

กันต์ดนัยเคารพการตัดสินใจของน้องและมองว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง การินอยู่ในวัยเรียนควรโฟกัสการศึกษาเป็นสำคัญ เขาเองย้ำกับน้องเสมอว่าตอนนี้ทั้งสองผ่านจุดยากลำบากมาแล้ว ต่อไปนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองอีก กันต์ดนัยพร้อมซัพพอร์ตน้องทุกอย่าง

การินเคยกล่าวไว้ว่าการเป็นคนดังของพี่ชายราวกับขายวิญญาณให้ซาตาน เงินตรามหาศาลสะพัดเข้ามาพร้อมชื่อเสียงระเบิดระเบ้อ ทว่าต้องแลกด้วยอิสรภาพและถูกจำกัดเรื่องความรัก พี่ชายของเขาตกหลุมรักคนยากก็จริง สำหรับเจนนินทร์กว่าจะผ่านพ้นถึงวันที่ได้เปิดตัวคบกันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

“แต่พี่ไม่ต้องห่วงนะ งานถ่ายแบบเดินแบบก็มีเข้ามาเยอะเหมือนกัน พี่จี้เขาก็พยายามหางานให้ผมด้วย เงินที่ได้มาก็พอจ่ายค่าเทอมได้สบายมาก”

“ไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น บอกแล้วไงว่าค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาพี่จัดการเอง มีหน้าที่เรียนให้จบพร้อมเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองก็พอ พี่ไม่ขออะไรมาก”

“มาก! แค่เรียนให้จบก็แทบรากเลือดแล้ว อย่าได้หวังเลยเกียรตินิยม”

กันต์ดนัยขำในลำคอ เขาไม่ได้จริงจังแค่พูดกดดันเล่นๆ สองพี่น้องเหลือกันอยู่เท่านี้ ปัจจุบันกันต์ดนัยอายุย่างเข้ายี่สิบเก้าปี แก่วัยกว่าน้องชายถึงเก้าปี ทั้งสองเติบโตมาจากครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะ มารดาต้องปากกัดตีนถีบเลี้ยงดู ช่วงวัยเด็กกันต์ดนัยเป็นพี่ชายที่ต้องเลี้ยงน้องแทนแม่อยู่หลายครั้ง หน้าที่แรกหลังจากโรงเรียนเลิกคือดูแลน้องก่อน แล้วจึงไปทำงานบ้าน ส่วนการบ้านคือสิ่งที่ตามมาอันดับสุดท้าย

พอสิ้นกรรมของมารดา สองพี่น้องก็อยู่ในการดูแลของน้าสาวที่สภาพการเงินดีกว่าเล็กน้อย อาศัยอยู่บ้านทาวน์โฮมที่ดีกว่าชุนชนแออัด น้าเลี้ยงพวกเขาตามกำลังและดูแลอย่างดีที่สุด กระทั่งกันต์ดนัยเข้าสู่วงการบันเทิง ชื่อเสียงก่อร่างสร้างตัวอย่างรวดเร็ว ได้หยิบจับเงินก้อนพร้อมค่าตัวที่เพิ่มสูงขึ้นเพียงปีแรกของการเป็นนักแสดง

กันต์ดนัยสามารถดูแลได้ทั้งน้าและน้อง ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย ไม่เคยน้อยใจที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ตรงกันข้ามกันต์ดนัยมีความสุขที่สุดที่ทำให้คนที่เคยเหนื่อยเพราะเขามีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ยิ้มได้เยอะขึ้น ได้ทานอาหารอร่อยทุกมื้อ

ชีวิตในวงการบันเทิงพลิกชะตาของกันต์ดนัยอย่างสุดกู่ เขามีทุกอย่าง เงินเก็บก็เพิ่มจำนวนในบัญชีจนห่างไกลจากฐานะดั้งเดิมแทบไม่เห็นฝุ่น

ทว่าคน Lucky in game กลับไม่ Lucky in love เปิดตัวความรักก็โดนกีดกันจากทั้งแฟนคลับและต้นสังกัด ครั้งที่คบกับเจนนินทร์ทั้งคู่จับมือกันแน่น ยืนยันจะรักกันโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น กระทั่งคบกันยืดยาวถึงหนึ่งปีก็มีเรื่องต้องจบความสัมพันธ์อย่างอื้อฉาวในวันครบรอบของเขาและเธอ

กันต์ดนัยและการินทิ้งช่วงการสนทนาพร้อมปล่อยเสียงแว่วจากทีวีครอบงำบรรยากาศอยู่หลายอึดใจ ก่อนจะเห็นเข็มนาฬิกาบนผนังชี้เตือนเวลานัดของเขา ซุปตาร์หนุ่มจึงลุกยืนบิดขี้เกียจแล้วตรงไปทางประตู

“ออกไปข้างนอกแป๊บนะ นัดฝนแก้วไว้ อยากกินอะไรก็บอกเผื่อจะแวะซื้อให้ระหว่างทาง”

“เขาแต่งงานมีลูกมีเต้าแล้วจะวุ่นวายกับเขาอีก สู้เอาเวลาที่ตื๊อพี่ฝนไปหาแฟนใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ”

“ไม่ได้ตื๊อโว้ย! เมื่อไหร่แกจะเชื่อว่าพี่แกไม่ได้คิดเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน” ไอ้น้องเวรนี่มันน่าถีบยอดอกสักที “เห็นฝนบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยก็เลยออกไปเจอเท่านั้น”

“เคๆ เชื่อก็ได้ งั้นฝากซื้อ...”

“ไม่รับฝาก อยากแดกไปซื้อเอง” กันต์ดนัยตัดบทฉับแล้วปิดประตูห้องดังปัง ความฉุนเฉียวเช่นนั้นสองพี่น้องรู้กันดีว่าหาใช่อารมณ์ซีเรียสแต่อย่างใด

........

ซุปเปอร์สตาร์เบอร์ต้นของเมืองไทยกรีดแว่นดำจากกรอบหน้า ดึงสายหน้ากากอนามัยออกพร้อมขยายยิ้มกว้างให้คนคุ้นเคยที่ตักเค้กทานอย่างเอร็ดอร่อย

ฝนแก้วนั่งอยู่ในร้านร่วมสิบนาทีแล้วก่อนที่กันต์ดนัยจะปรากฏตัว เธอตั้งใจมารอรับเจ้าแฝดที่เพิ่งเข้าโรงเรียนได้สามวัน คนเป็นแม่ที่ว่างงานอย่างเธอจึงมักมาเกาะรั้วรอก่อนถึงเวลาเลิกเรียนเสมอ และคาเฟ่ที่นัดกันต์ดนัยก็อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนนี่เอง

“ไงเรา เรื่องสำคัญที่ว่าคืออะไรเหรอ”

ฝนแก้ววางส้อมเล็กข้างจานเค้ก กัดริมฝีปากล่างแสดงถึงความอึดอัดทั้งยังลากเสียงยาวอ้ำอึ้ง “คือว่า...เอ่อ เฮ้อ ยังไงดีหว่า ฝนไม่รู้ว่าจะพูดดีไหม”

“มันพูดยากเหรอ แต่ถึงขั้นนัดพี่ออกมาก็ต้องพูดแล้วไหม เอ๊ะ! หรือว่าเราท้อง”

“เปล่าค่ะ ฝนไม่ได้ท้อง แต่มีคนหนึ่งที่คิดว่าน่าจะท้อง”

“แล้วคนนั้นสำคัญกับฝนเหรอ หรือว่า! คุณวีร์ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง”

“เอ๊ะ! พี่กันต์นี่นะ ปากเสียแบบนี้เดี๋ยวทุบซะเลย”

“อ้าว ก็แล้วใครท้องล่ะ ทำไมถึงทำเหมือนพูดไม่ได้ เป็นคนสำคัญของพี่และของฝนเหรอ”

“เป็นคนสำคัญของพี่กันต์แหละค่ะ”

“ใคร?”

คุณแม่เจ้าแฝดวางสีหน้าแสนลำบากใจ แต่ถึงอย่างไรก็คงต้องเล่าในเมื่อนั่งนอนคิดมาหลายสัปดาห์ จนสุดท้ายตัดสินใจนัดหมายกันต์ดนัยมาที่นี่แล้ว เธอทนเก็บเงียบไว้ตามลำพัง ขบคิดอยู่คนเดียวจนรู้สึกว่าใกล้อกแตกตายเต็มที

“คือเมื่อสองอาทิตย์ก่อนตอนที่ฝนไปฮันนีมูน ฝนเจอคุณเจนนินทร์ค่ะ”

ประกายตากันต์ดนัยวูบไหวในขณะวางสีหน้าราบเรียบ ยาวนานนับสี่เดือนที่ไร้ข่าวคราวจากเจนนินทร์ แม้แต่ข่าวกอสซิปนินทาก็ไม่ถูกโพสต์ในเพจบันเทิง กันต์ดนัยใช้ชีวิตตามวัฏจักรของตน ตื่นมาทานข้าวทำงานแล้วเข้านอน ดำเนินชีวิตอย่างปกติ ทว่าภายในใจร้อนเร่าอยากทราบข่าวคราวของเธอจนบางครั้งแทบทนไม่ไหว หากแต่ไร้ปัญญากระทำการ

“แค่นี้เองน่ะเหรอ นึกว่าเรื่องสำคัญอะไร ฝนก็ทำซะอย่างกับมันดูคอขาดบาดตายงั้นแหละ”

“ฝนยังพูดไม่จบพี่ก็ตัดสินซะแล้ว จริงๆ นับตั้งแต่วันนั้นที่เจอแฟนพี่ฝนก็เก็บไว้คนเดียวตลอดไม่กล้าบอก จนวันนี้มันอึดอัดมาก ฝนอยากรู้ว่าคุณเจนเขาท้องจริงๆ ใช่ไหม”

“ฮะ! ว่าไงนะ!” กันต์ดนัยเผลอทำเสียงดังจนลูกค้าโต๊ะอื่นเหลียวหน้ามามอง และเป็นฝนแก้วที่ผงกศีรษะแทนคำขอโทษ “ฝนพูดอะไร เขาท้อง?”

“ก็ไม่รู้ว่าท้องจริงไหม แต่ดูเหมือนจะใช่นะ คุณเจนเธอติดเข็มกลัดตรงหน้าท้องซึ่งมันเป็นความเชื่อที่ผู้หญิงตั้งครรภ์เขาทำกัน ฝนพยายามมองที่ท้องคุณเจนนะก็รู้สึกพองๆ ไม่ได้แบนราบ วันนั้นเธอใส่เสื้อกันหนาวด้วยมันเลยดูไม่ค่อยออก”

กันต์ดนัยอึ้งผสมไปกับความรู้สึกแสบร้อนตรงหัวใจอย่างบอกไม่ถูก กระดกน้ำเปล่าอึกๆ จนหมดแก้ว แล้วเบือนสายตามองท้องถนนอยู่นาน ส่วนฝนแก้วก็ปล่อยเขาล่องลอยไปกับความคิด

“ถึงเขาจะท้องจริงก็คงไม่ใช่ลูกของพี่ เขามีผู้ชายคนอื่นนะ อีกอย่างถ้าเขาท้องกับพี่ก็คงบอกพี่ไปนานแล้ว”

“แล้วถ้าสมมติว่าเป็นลูกของพี่กันต์ล่ะคะ พี่จะรับผิดชอบเขาไหม” กันต์ดนัยรักเด็ก อบอุ่นอ่อนโยนยามอยู่กับเจ้าแฝดของเธอ หากเจนนินทร์กำลังอุ้มท้องลูกของเขาจริง กันต์ดนัยจะทนใจแข็งไม่รับผิดชอบได้ลงคอเชียวหรือ

“เขาไม่ได้มีพี่แค่คนเดียว ฝนไปเจอเขาที่ไหนล่ะ”

“รีสอร์ตที่แม่สอดค่ะ จังหวัดตากนู่นเลย เธอเป็นลูกสาวของเพื่อนคุณลุงพนที่เพิ่งเสียชีวิต ส่วนรีสอร์ตนั้นก็ปิดตัวลงแล้ว แต่คุณเจนเลือกจะอยู่ที่นั่น เห็นพี่วีร์บอกว่าอยู่กันกับแม่และคนงานอีกคนหนึ่ง”

“เดี๋ยวนะ พ่อเขาเสียแล้วเหรอ”

“ค่ะ พี่วีร์ว่าอย่างนั้น พี่วีร์อยากซื้อรีสอร์ตมารีโนเวท แต่คุณเจนยังตัดสินใจไม่ได้”

กันต์ดนัยอึ้งเป็นหนที่สอง การหายไปของเจนนินทร์ซุกซ่อนเรื่องน่าตกใจไว้ไม่น้อย หนึ่งในนั้นคือการจากไปของบิดาบุญธรรม

กันต์ดนัยค่อนข้างสนิทกับครอบครัวนั้น จากระยะเวลาหนึ่งปีที่คบหากับเจนนินทร์เขาไปมาหาสู่กับมิสเตอร์เจย์และภรรยาเป็นประจำ ผู้ใหญ่ทั้งสองก็มีความเอ็นดูให้เขาไม่น้อย เจนนินทร์รักพ่อแม่บุญธรรมมาก ช่วงเวลาเลวร้ายที่เกิดขึ้นเธอจะเป็นอย่างไรบ้างนะ

“เขาก็คงไม่ได้โดดเดี่ยวใช่ไหม อย่างน้อยก็ยังมีแม่และก็...ผู้ชายคนใหม่ของเขา ฝนอยู่ที่รีสอร์ตนั้นไม่เห็นแฟนเขาไปที่นั่นบ้างเหรอ”

“ก็ไม่รู้สิคะ ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่นฝนเห็นแค่คุณเจน คุณแม่ของเธอ และก็คนงานผู้ชายแค่คนเดียวเท่านั้น จริงๆ คุณเจนไม่ค่อยโผล่มาให้เห็นหรอกค่ะ และดูเหมือนตั้งใจหลบหน้าฝนด้วย ฝนเลยเปิดโอกาสให้เธอได้คุยกับพี่วีร์ตามลำพังไม่อยากให้เธอรู้สึกอึดอัด จะว่าคุณเจนรู้จักฝนมาก่อนก็ไม่น่าใช่ สงสัยคงเพราะฝนเอาแต่มองเธอเหมือนจะจำได้ล่ะมั้ง หรือพี่กันต์เคยเล่าเรื่องฝนให้เธอฟังคะ”

“อืม ก็เคยเล่าว่าฝนคือผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตพี่” เพียงแค่บอกเล่าให้ฟังเท่านั้น ไม่เคยเอารูปฝนแก้วให้เจนนินทร์ดูสักครั้ง

“พี่ไปพูดแบบนั้นแล้วแฟนพี่จะรู้สึกยังไง”

“แฟนเก่า” กันต์ดนัยรีบแก้ทันที

“ก็นั่นแหละค่ะ ดีนะที่ฝนทำเหมือนจำเธอไม่ได้ ไม่อยากให้รู้สึกหวาดระแวง อุตส่าห์หลบนักข่าวไปอยู่ไกลถึงที่โน่น รีสอร์ตก็ร้างห่างไกลความสะดวก อยู่กันแค่สองแม่ลูกและคนงาน เอาจริงๆ ก็น่าเป็นห่วงอยู่นะคะ ฝนหวังว่าพี่กันต์คงไม่เอาไปบอกนักข่าวนะ ฝนอุตส่าห์เก็บเงียบมาตั้งสองอาทิตย์”

“ตั้งสองอาทิตย์แล้วทำไมเพิ่งมาบอกพี่”

“ก็นี่ไงล่ะ ฝนกลัวว่าถ้าบอกแล้วพี่จะไม่พอใจ” ทุกอย่างที่ฝนแก้วนึกภาพไว้ในหัวเกิดขึ้นจริงแทบไม่ผิดเพี้ยน

กันต์ดนัยยังไม่มองว่าตัวเองมีสิทธิ์เป็นพ่อของเด็ก ใจโทษไปที่ชายชู้อย่างตัดพ้อ ส่วนแววตาไม่ทิ้งความอาลัยอาวรณ์ที่มีต่ออดีตแฟนสาว

“พี่กันต์อย่าคาบข่าวไปให้นักข่าวแฉนะ สงสารเธอ อุตส่าห์หนีไปอยู่เงียบๆ แล้ว”

“เห็นพี่เป็นคนยังไง ไม่ได้แค้นฝังหุ่นขนาดนั้น” ก็แค่ยังไม่เคยลืม เจ็บปวดกับสิ่งที่เจนนินทร์ทำไว้ แล้วสุดท้ายก็หายไปดื้อๆ กันต์ดนัยเหยียดริมฝีปากแววตากร้าวจนดูคล้ายตัวร้ายในละคร

“ก็ดีแล้วที่เขาท้อง หมดอนาคตไปเลย ถือว่าเขาได้รับกรรมที่ทำไว้กับพี่ล่ะเนอะ”

ฝนแก้วแอบกลอกตามองบน เบื่อจริงๆ พวกปากไม่ตรงกับใจ “พี่กันต์สมน้ำหน้าเขา แต่เขาอาจไม่รู้สึกเป็นเวรเป็นกรรมก็ได้นะคะ เขาอาจจะแฮปปี้ดี ฝนว่าคุณเจนเธอก็ดูพร้อมเป็นแม่คนอยู่นะ”

“หมายความว่าไง”

“การติดเข็มกลัดของคนท้องมันเป็นทั้งความเชื่อและกลอุบายค่ะ เช่นเตือนให้คุณแม่ระมัดระวัง เตือนให้คนอื่นรู้ว่านี่กำลังท้องนะอย่าเดินมาชนล่ะ อะไรทำนองนี้ ในทางความเชื่อก็ทั้งป้องกันวิญญาณผีร้ายไม่ให้เข้าใกล้ลูก และที่สำคัญเชื่อว่าป้องกันการแท้งค่ะ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือคุณเจนเธอไม่อยากเสียลูกไป”

กันต์ดนัยจนคำพูด อ้าๆ หุบๆ ปากอยู่อย่างนั้นแต่ไร้เสียงเปล่งออกมา เพราะหาเหตุผลมาโต้ไม่ได้ สุดท้ายก็เปลี่ยนหัวเรื่องสนทนาใหม่เพื่อขจัดความมาคุทางอารมณ์

ภายนอกแสร้งไม่สนใจกับข่าวที่ฝนแก้วนำมาฝาก ซ้ำยังแสดงออกว่าสมน้ำหน้าเจนนินทร์ที่ตั้งท้องหมดอนาคต ทว่าตรงข้ามกับอุณหภูมิร้อนฉ่าภายในที่อึดอัดคับข้องจนอยากวาร์ปไปคุยกับเจนนินทร์เสียตอนนี้เลย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel