7 คิดถึงรอยจูบ
เมื่อรถสปอร์ตคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หลังโต พีรวิทย์ที่ยังคงมีรอยยิ้มจางๆ ประดับมุมปากยามนึกถึงกลิ่นหอมกรุ่นของมนต์นภา แต่ก็ต้องรีบหุบยิ้มฉับพลัน เมื่อเห็นร่างสันทัดของคุณหญิงแม่สุดที่รักยืนเท้าสะเอวเด่นหราอยู่บนบันไดหินอ่อน แววตาคมดุของคุณหญิงศรีประภาจ้องเขม็งมาที่ลูกชายตัวดีอย่างคาดโทษ
“ไปไหนมาหึ! พ่อตัวดี...” เสียงทรงอำนาจแหวขึ้นทันทีที่เขาเปิดประตูรถลงมา
“กลับมาถึงเมืองไทยแทนที่จะอยู่ติดบ้านให้แม่ชื่นใจบ้าง แต่นี่อะไร... ออกไปเตร็ดเตร่ข้างนอกเสียจวนมืดจวนค่ำ แล้วเมื่อคืนนอนที่ไหน! ทำไมไม่กลับบ้าน!”
พีรวิทย์แสร้งทำหน้าระรื่น เดินเข้าไปสวมกอดเอวหนาของผู้เป็นมารดาอย่างประจบเอาใจ
“โถ่... คุณแม่ครับ ผมก็แค่ไปฉลองกับพวกไอ้วีร์ตามประสาเพื่อนฝูงที่ไม่ได้เจอกันนานเฉยๆ ครับ พอเห็นว่าเมาหนักขับรถกลับไม่ไหว ผมก็เลยแวะนอนที่คอนโด จะโทรบอกคุณแม่รึ ก็ดึกแล้ว”
“ให้มันได้อย่างนี้สิ! มีลูกชายกับเขาอยู่คนเดียวก็ทำตัวลอยไปลอยมาประหนึ่งนกไม่มีคอน ฉันละปวดประสาทกับแกจริงๆ ตาพีร์” คุณหญิงศรีประภาสะบัดหน้าหนีอย่างไม่สบอารมณ์ พลางชี้นิ้วสั่ง
“ไปๆ ไปอาบน้ำล้างคราบเหล้าคราบเบียร์ให้สะอาดเสีย แล้วจำไว้ว่าพรุ่งนี้แกต้องเข้าบริษัทกับแม่!” พีรวิทย์เลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย พลางทำหน้าตายียวน
“มีอะไรสำคัญหรือครับคุณแม่ ให้ผมพักผ่อนอีกสักอาทิตย์ค่อยเริ่มงานไม่ได้เหรอครับ”
“แม่นัดคุณหญิงเพ็ญศรีเอาไว้!” มารดาตอบเสียงแข็ง
“คุณแม่นัดเอง ก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับผมเลยนี่ครับ” ชายหนุ่มยกไหล่อย่างไม่ยี่หระ เขาพอจะเดาออกว่าการนัดพบระหว่างคุณหญิงทั้งสองคนนั้นมักจะหนีไม่พ้นเรื่องดูตัวหรือไม่ก็จับคู่ธุรกิจ
“เอ๊ะ! ไอ้ลูกคนนี้นี่...” คุณหญิงศรีประภาชี้หน้าคาดโทษ แววตาจริงจังขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
“ถ้าพรุ่งนี้แกเบี้ยวนัด หรือไม่ออกไปบริษัทกับฉันละก็... การเงินแกสะดุดทุกทางแน่ แล้วก็เตรียมไปนอนข้างกลางถนนได้เลย ฉันเอาจริงนะตาพีร์!” พีรวิทย์หัวเราะหึในลำคอพลางยกมือยอมแพ้
“ครับๆ คุณแม่ ผมไปก็ได้ครับ”
เขาเดินผิวปากขึ้นห้องนอนไปอย่างสบายอารมณ์ ในใจมีความรู้สึกหนึ่งพาดผ่าน... ภาพของหญิงสาวในเดรสสีชมพูหวานที่กรีดร้องและทุบตีเขาเมื่อเช้ายังคงติดตา ลีลาความไร้เดียงสาแต่เร่าร้อนของเธอทำให้เขารู้สึกว่า ผู้หญิงที่แม่จะพาไปเจอพรุ่งนี้ คงไม่มีใครเทียบแม่สาวน้อยมนต์นภาของเขาได้แม้เพียงปลายเล็บ
ภายในห้องนอนกว้างขวาง พีรวิทย์โยนเสื้อเชิ้ตราคาแพงลงบนเตียงก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง เขายกเสื้อตัวนั้นขึ้นมาดมเบาๆ แล้วก็ต้องเผลอยิ้มออกมา กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ หวานละมุนของมนต์นภายังคงติดตรึงอยู่ที่ปกคอเสื้อ ราวกับจะย้ำเตือนถึงสัมผัสแนบชิดในค่ำคืนที่ผ่านมา
“ป่านนี้ยัยนั่นจะเป็นยังไงบ้างนะ... ไม่ใช่นอนร้องไห้ขี้มูกโป่งจนตาบวมไปแล้วเหรอ” เขาพึมพำกับตัวเองด้วยสายตาที่อ่อนลง ความโกรธขึ้งของเธอเมื่อเช้าไม่ได้ทำให้เขาโกรธตอบ แต่มันกลับทำให้เขาเอ็นดูและอยากจะรับผิดชอบเธอขึ้นมาจริงๆ อย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน
เช้าวันจันทร์ที่สดใส พีรวิทย์ขับรถสปอร์ตคันหรูคู่ใจเลี้ยวเข้าสู่บริษัทในเครือ ธีระทรัพย์ทรานสปอร์ต โอเซี่ยน เอ็กเพรส ยักษ์ใหญ่ด้านการขนส่งทางเรือระดับประเทศ เขาถอนหายใจยาวขณะดับเครื่องยนต์ในช่องจอดรถตำแหน่งรองประธาน
“ชีวิตอิสระของฉันคงต้องจบลงแค่นี้สินะ...” เขาบ่นพึมพำ เพิ่งเรียนจบกลับมาแท้ๆ แทนที่จะได้เที่ยวเล่นตามประสาหนุ่มโสด กลับต้องมารับภาระหน้าที่ที่แม่หยิบยื่นให้
“สวัสดีครับท่านรอง ยินดีต้อนรับครับ” ผู้จัดการฝ่ายรีบเข้ามาต้อนรับด้วยท่าทางนอบน้อม
“ท่านประธานมาหรือยังครับ?” พีรวิทย์ถามเสียงเรียบ
“มาแล้วครับ ท่านรอคุณพีร์อยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ครับ”
ภายในห้องประชุมใหญ่ คุณหญิงศรีประภาและคุณหญิงเพ็ญศรีกำลังจิบน้ำชาคุยกันอย่างออกรส โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งก้มหน้านิ่งอยู่ข้างๆ
“ดิฉันเห็นด้วยนะคะคุณพี่ ตาพีร์น่ะเหมาะกับตำแหน่งรองประธานที่สุดแล้ว” คุณเพ็ญศรีเอ่ยชม
“ถ้ายังไงดิฉันขอฝากหนูมนต์ลูกสาวดิฉันให้มาฝึกงานที่นี่ด้วยนะคะ ตำแหน่งอะไรก็ได้ค่ะ ฝึกอีกแค่เทอมเดียวแกก็จบแล้ว” คุณหญิงศรีประภาหันไปมองสาวน้อยหน้าหวานที่บัดนี้ดูซูบเซียวไปเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู “โอ๊ย! หนูมนต์จ๊ะ ป้าว่าหนูฝึกงานเป็นเลขาฯ ตาพีร์ไปเลยดีไหม สวยๆ อย่างหนูเนี่ย รับรองว่าจะทำให้ตาพีร์ต้องอยากมาทำงานทุกวันและไม่กล้าโดดงานแน่ๆ เลยล่ะจ้ะ” มนต์นภาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อคนที่จะต้องไปฝึกงานด้วย ความรู้สึกขยาดชื่อนี้ในใจยังไม่จางหาย แต่ก็จำใจต้องบอกออกไปตามมารยาทและคิดว่ามันคงไม่ได้โลกกลมถึงขนาดนั้น
“เอ่อ... ยังไงก็ได้ค่ะ มนต์แล้วแต่คุณป้าเลย... แต่ว่าวันนี้มนต์มีเรียนคาบเช้า มนต์ต้องขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะคุณป้า” เธอรีบยกมือไหว้ลาด้วยท่าทางเร่งรีบ ราวกับต้องการหนีไปจากบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้
“อะไรกันยัยลูกคนนี้! ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณพี่ แกคงกลัวเข้าเรียนไม่ทันน่ะค่ะ” คุณเพ็ญศรีรีบหันไปขอโทษเพื่อนรุ่นพี่
“ไม่เป็นไรเลยจ้ะหนูมนต์ รีบไปเถอะลูก เดี๋ยวรถจะติด” คุณหญิงศรีประภายิ้มละไม มองตามร่างบางที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจากห้องประชุม
มนต์นภาก้าวออกจากห้องประชุมด้วยความโล่งอก เธอเดินสวนกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทที่ดูภูมิฐานคนหนึ่งที่กำลังเดินตรงมายังห้องประชุม เธอไม่ได้เงยหน้ามองเขาเพราะมัวแต่กังวลเรื่องเวลาเรียน ในขณะที่พีรวิทย์เองก็ไม่ได้สังเกตเห็นหญิงสาวที่เดินก้มหน้าก้มตาผ่านไป เพราะมัวแต่ตรวจดูความเรียบร้อยของเนกไท
คุณเพ็ญศรีเดินตามลูกสาวออกมาติดๆ เธอเดินสวนกับพีรวิทย์พอดี แต่ทว่าเธอจำเขาไม่ได้ เพราะพีรวิทย์ไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่มัธยม เด็กชายตัวผอมในวันนั้นกลายเป็นชายหนุ่มกำยำหล่อเหลาจนจำเค้าเดิมแทบไม่ได้
โชคชะตาช่างเล่นตลก... พีรวิทย์กำลังจะเดินเข้าไปหาแม่ของเขาเพื่อรับตำแหน่งรองประธาน โดยที่ไม่รู้เลยว่า ผู้หญิงที่เขากำลังตามหา คือคนเดียวกับผู้หญิงที่เขาร่วมหลับนอนมาก่อนหน้านี้
พีรวิทย์ก้าวเข้ามาในห้องทำงานด้วยมาดนิ่งขรึม เขาคือชายหนุ่มเนื้อหอมที่เพียบพร้อมจนน่าอิจฉา ทั้งรูปร่างหน้าตาและฐานะทางสังคม ทำให้ชีวิตเขาไม่เคยขาดแคลนสาวสวย พวกเธอหลั่งไหลเข้ามาให้เขาเลือกไม่ซ้ำหน้า และเขาก็ไม่เคยปฏิเสธที่จะสานสัมพันธ์... ตราบใดที่พวกเธอสวย เร้าใจ และที่สำคัญคือไร้การผูกมัด
แต่ผู้หญิงที่มารดากำลังจะยัดเยียดให้เขานั้น... มันช่างห่างไกลจากสเปกของเขาเกินจะรับไหว!
ภาพในหัวของเขายังคงติดลบกับภาพเด็กหญิงตัวอ้วนดำ ขี้แย ที่มักจะเกาะสอยห้อยตามคุณเพ็ญศรีมาบ้านเขาเมื่อหลายปีก่อน แม้กาลเวลาจะผ่านไปจนเขาไปเรียนจบจากเมืองนอก แต่ภาพยัยเด็กเฉิ่มอ้วนดำคนนั้นก็ยังเป็นอาวุธร้ายที่หยุดความกำหนัดในตัวเขาได้ชะงัดนัก
“ผมไม่เอาเด็กนั่นครับแม่... ไม่เอาเด็ดขาด!” พีรวิทย์ประกาศกร้าว ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบูดบึ้งลงทันทีเมื่อนึกถึงว่าที่เด็กฝึกงานควบตำแหน่งเลขาฯ ส่วนตัวที่แม่ภูมิใจนำเสนอ
เขารู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของคุณหญิงศรีประภาดี ท่านคงหวังจะจับคู่เขากับลูกสาวเพื่อนรักเพื่อตำแหน่งสะใภ้ในอนาคต แต่สำหรับเขา ยัยมนต์อะไรนั่นคือยาขมที่เขาไม่อยากแม้แต่จะชายตาแล
“ผมขอยืนยันอีกครั้ง... ผมไม่เอายัยมนต์อะไรนั่นของแม่หรอกครับ ให้คนอื่นมาทำแทนเถอะ!”
“ก็เพราะว่าแกไม่เอานี่แหละ ฉันถึงเลือกหนูมนต์ให้มาทำงานกับแกไง!” คุณหญิงศรีประภาตอกกลับทันควัน แววตาคมกริบจ้องหน้าลูกชายอย่างเอาเรื่อง
“แกเคยนับบ้างไหมว่าตั้งแต่กลับมา แกนอนกับผู้หญิงไปกี่รายแล้ว... อยากติดโรคนักรึไง!”
จังหวะนั้นเอง ภาวิณีเลขาสาวสวยของมารดาในชุดรัดรูปโชว์สัดส่วนเย้ายวนเดินบิดสะโพกเข้ามาในห้องพอดี เธอส่งสายตาเชิญชวนให้พีรวิทย์ขณะวางเอกสารให้เขาเซ็น เมื่อเธอเดินออกจากห้องไปพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยด คุณหญิงศรีประภาก็หันมาแหวใส่ลูกชายต่อทันที
“เห็นไหม! แค่เลขาฯ ของฉันเดินผ่าน แกก็แทบจะกินเธอเข้าไปทั้งตัวแล้ว” พีรวิทย์ได้แต่ขบกรามแน่นไม่กล้าขัดคำสั่ง