บทที่ 7 สืบหาประวัติ
หลังจากคืนนั้นก็ผ่านมาสามวันแล้ว รามรู้สึกโมโหดีเจสาวมาก ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าทำกับเขาแบบนี้มาก่อน พอกลับมาถึงที่พัก รามก็สั่งให้ลูกน้องไปสืบหาข้อมูลส่วนตัวของเธอทันที ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่หรือประวัติครอบครัวของเธอ เขาต้องการทั้งหมด
...รามต้องการเอาคืนแม่ตัวแสบให้สาสม กับสิ่งที่เธอทำไว้กับเขาให้ได้...
คืนนั้นหลังจากที่เธอวิ่งหนีเขาไปแล้ว รามโกรธมากที่หญิงสาวทำกับเขาอย่างนั้น นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกของชีวิตของเขาเลย ที่ถูกผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ทำร้ายจนเจ็บไปหมดทั้งตัวแบบนี้ แต่มันก็ยังไม่เท่ากับความเจ็บใจ แถมยังถูกพวกเพื่อนเวรนั้นหัวเราะเยาะใส่อีก มันยิ่งทำให้รามโมโหมากขึ้นกว่าเดิม ค่อยก่อนเถอะแม่ตัวแสบ เขาจะต้องจับตัวเธอมาปราบพยศให้ได้เลย
ห้องทำงานราม
ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น รามที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงาน ก็เงยหน้าขึ้น แล้วกระตุกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างดีใจ สงสัยของที่เขารออยู่จะมาถึงแล้วสินะ หึ หึ ได้เร็วกว่าที่คิดไว้ซะอีก
“เข้ามา” รามอนุญาตให้คนข้างนอกเข้ามา
ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก พร้อมร่างสูงของลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามา ในมือของเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลถือมาด้วย แทนซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทของราม เป็นเหมือนมือขวาของเขาเลยก็ว่าได้ แถมแทนไม่เคยทำงานผิดพลาดเลยสักครั้ง
“นี่ครับนาย…ข้อมูลของหญิงสาวคนนั้น” แทนส่งซองเอกสารให้กับผู้เป็นนาย
รามละความสนใจจากกองเอกสารบนโต๊ะ ยืนมือไปรับซองเอกสารจากแทนมาอ่าน รามเปิดอ่านไปที่ละหน้าทีละหน้า แล้วกระตุกยิ้มมุมปากขึ้น เป็นอย่างที่เขาคิดไว้จริง ๆ ตามหามาตั้งนานกับหาไม่เจอ แต่พอจะเจอกับเจอง่ายดายซะนี่ รามเปิดดูข้อมูลไปเรื่อยจนมาถึงหน้าท้าย ๆ มือของเขาก็ต้องหยุดชะงักไป
ใบหน้าคมของรามนิ่วขึ้นมา คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันจนเป็นปม ดวงตาทั้งคู่มองจ้องข้อมูลตรงหน้าตาไม่กะพริบ พอได้สติรามก็เงยหน้าขึ้น คิดจะถามลูกน้องของตัวเอง แต่ดูเหมือนแทนจะรู้ว่าเจ้านายของเขาต้องการจะถามอะไร เลยชิงบอกออกไปก่อน เพราะเขาตามสืบเรื่องของหญิงสาวมาให้หมดแล้ว
“อยู่หน้าหลังสุดครับ…ผมสืบมาให้แล้วครับ”
“…” รามไม่ได้พูดอะไร มือเปิดดูเอกสารตามที่ลูกน้องของตัวเองบอก
“น่าสงสารเธอจังเลยนะครับ ที่ต้องมารับรู้เรื่องพวกนี้”
แทนพูดขึ้นลอย ๆ เขาไปสืบประวัติตั้งแต่เด็กจนโตของเธอมาหมดแล้ว เลยรู้ดีว่าเธอต้องเจออะไรมาบ้างกว่าจะมาถึงวันนี้ เลยนึกสงสารหญิงสาวขึ้นมา รามอ่านไปเขาก็เริ่มกำหมัดแน่นขึ้น แสดงถึงความโกรธขึ้นมาอยากเห็นได้ชัด
“มิน่าล่ะ…ถึงไม่เคยเห็นหน้า...เลวจริง ๆ” รามพูดพึมพำออกมาเบา ๆ กับตัวเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้นแทนหญิงสาว เดี๋ยวเราได้เห็นดีกันแน่!!
หลังจากคืนนั้นก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้ว พะพายกลัวว่าผู้ชายที่เธอทำร้ายในคืนนั้น จะกลับมาแก้แค้นเธอ ช่วงแรก ๆ พะพายกลัวมากถึงขั้นให้พวกเพื่อน ๆ มานอนที่ห้องด้วย แต่ก็ไม่ได้เล่าอะไรให้พวกเขาฟังมาก เพราะกลัวพวกเพื่อนจะเป็นห่วงกัน แต่แล้วผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้มายุ่งวุ่นวายอะไรกับเธออย่างที่คิด ดูเหมือนเธอคงจะคิดมากไปเอง
“นี่พะพายเดินเร็ว ๆ หน่อยสิ ฉันหิวจะตายอยู่แล้วเนี่ย”
พริกไทยเดินกลับมาลากแขนของเพื่อนสนิทให้เดินเร็วขึ้น ตอนนี้พวกเธอพึ่งเรียนเสร็จ เลยว่าจะไปกินชาบูกันที่ห้างที่อยู่ใกล้ ๆ มหาลัย แล้วค่อยกลับที่ห้องกัน แต่เพื่อนของเธอมัวแต่เดินเหม่อออยู่ได้
“จะรีบไปไหนวะ ร้านชาบูมันไม่หนีไปไหนหรอกพริกไทย!” ลูกไหนพูดขึ้น
ลูกไหนเพื่อนผู้ชายหนึ่งเดียวในกลุ่มของพะพาย เธอกับลูกไหนและพริกไทยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ ม.ปลาย แต่นานาเพื่อนอีกคน พึงรู้จักกันตอนเข้ามหาลัย เวลาไปไหนพวกเขาก็มักจะไปด้วยกัน แต่บางทีลูกไหนก็จะพาเพื่อน (ผัว) มาด้วยอีกคน ชื่อมาร์คแต่เขาเรียนจบไปแล้ว
“พวกแกดูนั่นสิ รถเฟอร์รารี่ของใครสวยจังเลย” นานาพูดขึ้น
พะพายกับคนอื่น ๆ หันมองตามที่เพื่อนของตัวเองบอก รถเฟอร์รารี่สีน้ำเงินราคาหลักสิบล้าน จอดอยู่ฝังตรงข้ามกับที่พวกเธอยืนอยู่ ซึ่งเป็นที่ดึงดูดสายตาของผู้คนที่เดินไปมาได้ดี มันรถของใครกันนะ ช่วงหนึ่งของความคิดของพะพาย ภาพชายหนุ่มคนที่เธอเจอในคืนนั้น ก็ปรากฏขึ้นมาในหัวของเธอ คงไม่ใช่เขาหรอกมั้ง
“เธอก็ให้พ่อเธอซื้อให้สินานา!”
เสียงพูดของลูกไหนดังขึ้น ทำให้พะพายได้สติกลับมา คงไม่ใช่ผู้ชายคนนั้นหรอก นี่ก็ผ่านมาตั้งสองอาทิตย์แล้ว เขาคงลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปหมดแล้วละมั้ง
“ไม่ไหววะ…แพงเกินไป”
นานาพูดบอกเพื่อนของตัวเองไป ถึงบ้านของเธอจะรวย พ่อแม่มีโรงแรมอยู่หลายแห่ง แต่ก็ใช่ว่าจะใช้เงินได้อย่างใจคิด เรื่องรถคันเป็นสิบล้านนี้คงได้แต่ฝัน พวกท่านสอนให้เธอรู้จักประหยัดมาตั้งแต่เด็ก ให้ซื้อของใช้แต่ที่จำเป็นเท่านั้น
“ถ้าเธอบอกว่าไม่ไหว พวกฉันก็คงได้แต่ฝันแล้วล่ะ ฮ่า ฮ่า ๆ” พริกไทยพูดขึ้น
“ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ”
ทุกคนหัวเราะออกมาพร้อมกัน จากนั้นพวกพะพายก็พากันเดินไปที่ห้าง พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อยกันตลอดทาง
