บทที่ 4 คนเมา
เสียงเพลงที่ดีเจสาวเปิดตอนนี้ได้ขับเคลื่อนมาถึงเพลงสุดท้ายของค่ำคืนนี้แล้ว ทุกคนเริ่มทยอยกลับกันบ้างแล้ว บางคนก็ยังติดลมนั่งดื่มต่อ บางก็เมาพับไร้สติอยู่กับโต๊ะ บางก็เดินควงคู่ไปกับหญิงสาวที่ได้พบเจอในค่ำคืนนี้ เพื่อที่จะได้ไปสานสัมพันธ์กันต่อ...
“พะพายเสร็จยัง…พริกไทยมันจะไม่ไหวแล้วนะ” ลูกไหนพูดขึ้น ในตอนช่วยพยุงพริกไทยให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ตอนนี้พริกไทยเมามากแทบจะเดินเองไม่ได้อยู่ซ้ำ
“ก็บอกแล้วว่าอย่าดื่มเยอะก็ไม่เชื่อ” พะพายหันมาบ่นเพื่อนตัวเองที่ดื่มไม่รู้จักพอ จนตอนนี้แทบจะไม่มีสติอยู่แล้ว เธอกับนานาได้แต่ยืนส่ายหน้าไปมาอย่างเอือม ๆ เมื่อเห็นสภาพเพื่อนตัวเองตรงหน้า
“เดียวฉันเข้าไปเก็บของในห้องแต่งตัวแป๊บ พวกแกพาพริกไทยไปรอที่รถก่อนเลยเดียวฉันตามไป” พะพายพูดบอกเพื่อน ๆ
“โอเค...งั้นเดียวพวกฉันไปรอที่รถนะ” นานาพูดตอบ แล้วหันไปช่วยลูกไหนพาพริกไทยเดินไปที่รถ
ในห้องแต่งตัวที่มีกระจกรายล้อม และมีโต๊ะวางไว้ให้สาว ๆ ได้ใช้แต่งหน้า ดีเจสาวกำลังยืนเก็บของใส่กระเป๋าอยู่เพียงลำพัง คนอื่นได้ทยอยเดินออกจากห้องไปกันหมดจน...แต่แล้วอยู่ ๆ หน้าห้องแต่งตัวก็ปรากฏร่างกำยำของชายหนุ่มลูกครึ่งคนหนึ่ง กำลังเดินเข้ามาทางด้านหลังของดีเจสาว สายตาคมจ้องมองการกระทำของเธออยู่เงียบ ๆ
“อุ้ย!...คะ...คุณ…คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไงคะ!”
พะพายเก็บของเสร็จแล้วกำลังจะกลับ พอหันหลังก็ต้องตกใจ เพราะอยู่ ๆ ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งมายืนอยู่ด้านหลังของเธอ เข้ามายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ
“ก็เดินมาไงครับ…คนสวย”
รามพูดหยอกล้อหญิงสาวตรงหน้าอย่างนึกสนุก ไม่ได้เล่นแมวไล่จับหนูอย่างนี้มานานแล้ว ดูสิว่าหนูตัวขาวน่ากินตัวนี้จะทำให้เขาสนุกได้หรือเปล่า
“ขอโทษนะคะ ที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัวเข้ามาไม่ได้นะคะ” พะพายพูดบอกชายหนุ่มตรงหน้า เพราะคิดว่าเขาอาจจะเมาแล้วเดินหลงเข้ามาในนี้ก็เป็นได้
“อ๋อ…เหรอครับ” รามพูดตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ แล้วยืนจ้องหน้าร่างบางตรงหน้าต่อ โดยที่ไม่พูดอะไรอีก ดูสิว่าเธอจะทำยังไงกลับเขา
“ขอทางด้วยค่ะ…ฉันจะออกไปแล้ว”
พะพายเห็นชายหนุ่มไม่ยอมออกไปสักที เลยไม่อยากสนใจเขาอีก เธอเลยเดินเลี่ยงหนีไปอีกด้าน เพื่อจะได้ไปที่ประตูทางออก ดูท่าผู้ชายคนนี้จะไม่ใช่คนเมาที่เดินหลงมาแน่!!
“อ้าว...ไหนพวกคุณบอกให้ผมลงมาหาไม่ใช่เหรอครับ แล้วนี่จะรีบหนีไปไหนละครับ…คนสวย” รามไม่ยอมหลีกทางให้พะพาย แถมยังเดินมายืนขวางหน้าประตูเอาไว้ เพื่อไม่ให้เธอออกไปได้อีก
“พูดเรื่องอะไรกันคะ…ใครให้คุณมาหา?” พะพายพูดขึ้นอย่างงง ๆ เธอไปบอกให้เขาลงมาหาตั้งแต่ตอนไหน หน้าของเขาเธอก็พึ่งเคยเห็นครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยด้วยซ้ำ
“ก็เพื่อนของคุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่า ถ้ามีเงินไม่ถึงพันล้าน คุณจะไม่สนใจ” รามพูดเสร็จก็ก้าวไปข้างหน้าของพะพายทีละก้าว แล้วยิ้มเหยียดที่มุมปาก อย่างนึกสนุกที่ได้แกล้งหญิงสาวตรงหน้าเล่น
“...” พะพายงุนงง ไม่เข้าใจคำพูดของชายหนุ่มว่าพูดเรื่องอะไร เงินพันล้านอะไรกัน
“แต่ถ้ามีเงินถึง…ก็แปลว่าตกลงใช่ไหมครับ” รามเดินเข้าไปหาพะพายทีละก้าว ทีละก้าว พร้อมเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
พะพายที่เริ่มจับต้นชนปลายได้แล้วว่าเขาพูดเรื่องอะไร ก็รีบก้าวถอยหลังหนีห่าง ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ ไม่คิดเลยว่าคำพูดของเพื่อน ๆ เมื่อครู่ จะกลับมาทำร้ายตัวเธอไวแบบนี้ พะพายจับกระเป๋าในมือไว้แน่น เพราะเริ่มรู้สึกกลัวชายหนุ่มตรงหน้าขึ้นมา
“คุณ...คุณคือคนที่ให้พี่เชอรี่มาหาฉันงั้นเหรอ” พะพายกดความกลัวไว้ในใจ แล้วเอ่ยถามออกไปด้วยเสียงเบา ดูถ้าพวกเพื่อนจะหาเรื่องมาให้เธอซะแล้วสิ
“...” รามกระตุกยิ้มมุมปากขึ้น เมื่อรู้สึกชอบใจที่ได้เห็นหญิงสาวทำตัวไม่ถูก หึ นึกว่าจะแน่
“เออ…ขอโทษด้วยนะคะ พอดีพวกเพื่อน ๆ แค่พูดเล่นกันเท่านั้น อย่าคิดจริงจังเลยนะคะ” พะพายรีบพูดอธิบายให้ชสยหนุ่มตรงหน้าฟัง ถึงจะมีเงินมากกว่าพันล้าน เธอก็ไม่คิดที่จะไปด้วยอยู่แล้ว
"..." รามจ้องนิ่งไม่พูด
“ขอโทษด้วยค่ะ ที่ทำให้คุณต้องเสียเวลา” เสียงหวานพูดกล่าวขอโทษคนตรงหน้า แล้วเดินไปทางประตูอีกครั้ง เมื่อคิดว่าได้คุยกับอีกฝ่ายจบแล้ว
...แต่ดูเหมือนว่าเธอจะคิดผิด เมื่ออยู่ ๆ ร่างสูงก็ก้าวเข้ามาขวางประตูเธออีกครั้งซะก่อน...
“นี่คุณ…ช่วยหลีกทางด้วยค่ะ!!”
พะพายพูดขึ้นเสียงแข็งเมื่อเธอเริ่มจะหมดความอดทนกับผู้ชายคนนี้ขึ้นมาแล้ว คนอะไรพูดไม่รู้เรื่องหรือไงกันนะ พะพายคิดจะเดินเลี่ยงไปทางด้านข้างเพื่อที่จะออกไปแทนแต่…
