9 ไม่ใช่เมีย
แม้จะซุกตัวอยู่ในความนุ่มนวลของเตียงหรู แต่พลอยนภัสกลับไม่อาจข่มตาลงได้ ทุกครั้งที่หลับตา สัมผัสจากปลายนิ้วของปรเมศวร์ที่แตะหลังมือยังคงวนเวียนอยู่บนผิว พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของเขาที่ดังก้องอยู่ในหัวไม่จางหาย ในความมืดมิดที่แสนอ้างว้าง หัวใจของเธอกลับประท้วงว่าเขายังอยู่ใกล้ๆ และเราสองคนยังรักกันเหมือนเดิม
เธอสะดุ้งตื่นขึ้นในตอนเช้ามืดด้วยความรู้สึกสับสน เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตนเองอยู่ในฐานะอะไรและอยู่ที่ไหน หญิงสาวฝืนลากตัวเองไปจัดการร่างกายให้สดชื่น วันนี้คือวันแรกของการฝึกสอน เธอสวมชุดนักศึกษาที่รีดจนเรียบกริบและรองเท้าคัชชูสีดำเตรียมพร้อมสำหรับหน้าที่ใหม่
เธอนึกขวางในใจที่ปรเมศวร์จัดการทุกอย่างให้เบ็ดเสร็จ แม้กระทั่งโรงเรียนฝึกสอนเขาก็ยังเลือกให้อยู่ตรงข้ามกับบริษัทของเขา ราวกับจะไม่ยอมให้เธอคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาเตือนสติ... เขามีภรรยาเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว เธอจะรับได้อย่างไรหากต้องไปไหนมาไหนกับชายที่ยังมีทะเบียนสมรสผูกมัดอยู่กับหญิงอื่น
การฝึกสอนวันแรกจบลงด้วยดี พลอยนภัสเดินทางต่อไปยังคฤหาสน์ของปรเมศวร์เพื่อเริ่มหน้าที่สอนพิเศษให้กับหนูนา เธอพยายามย้ำเตือนตัวเองตลอดเวลาว่าเธอเป็นเพียงลูกจ้างคนหนึ่ง ไม่ใช่คนรัก ไม่ใช่เพื่อนสนิท และไม่มีอะไรที่เท่าเทียมกับมหาเศรษฐีอย่างเขาแม้แต่น้อย
ทว่าทันทีที่เห็นปรเมศวร์เดินผ่านประตูกระจกเข้ามาในชุดลำลอง เขาถอดแว่นกันแดดออกเผยให้เห็นดวงตาเป็นประกายที่จ้องมองมายังเธอ พลอยนภัสถึงกับใจสั่นไหว หัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยความขัดเขิน เขาใช้สองนิ้วกวักเรียกเธอเบาๆ ราวกับรู้ว่าเธอไม่อาจปฏิเสธได้
“พลอย มาทางนี้สิ” เสียงเรียกนั้นทำให้เธอนึกย้อนไป... หากในวันที่เธอบอกเลิก เขาทำแบบนี้ หรือเพียงแค่โทรหาและขอให้เธอกลับไป เรื่องราวของเราคงไม่ลงเอยด้วยความขมขื่นเช่นนี้
“ฝึกสอนวันแรกเป็นยังไงบ้าง?” เขาถามขณะพาเธอเดินขึ้นบันไดไปยังห้องเรียนของหนูนา
“ก็ดีค่ะ” เธอตอบสั้นๆ แต่เขากลับชะงักและเหลือบมองเธอเหมือนจะจับกระแสความน้อยใจในน้ำเสียงนั้นได้
“วันนี้ยังไม่ต้องเริ่มสอนจริงจังหรอก ฉันอยากให้คุณทำความรู้จักกับหนูนาก่อน”
ไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้าเล็กๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พลอยนภัสหันไปพบเด็กหญิงตัวน้อยในชุดเอี๊ยมลายสก็อตติช กำลังประคองถาดขนมหนักอึ้งเข้ามาด้วยท่าทางทุลักทุเล
“มี...มีของว่างสำหรับคุณครูค่ะ” หนูนาพยายามพูดภาษาอังกฤษตะกุกตะกักตามที่อาสอนมา ความน่ารักนั้นทำให้ความเครียดของพลอยนภัสละลายหายไปสิ้น
“ขอบคุณค่ะ น่ารักจังเลย” พลอยนภัสยิ้มตอบและนั่งลงข้างๆ เด็กน้อยที่โซฟาสีครีม
“หนูชื่ออะไรคะ?”
“หนูชื่อเด็กหญิงพิมรภัส ชื่อเล่นหนูนาค่ะ” เด็กน้อยคุกเข่าลงแล้วเอามือตบอกตัวเองเบาๆ ก่อนจะฉีกยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มทั้งสองข้าง
“ชื่อเราคล้ายกันเลยนะคะ ครูชื่อพลอยนภัส... เรียกครูพลอยก็ได้ค่ะ”
“ค่ะครูพลอย! ครูพลอยจะมาหาหนูนาทุกวันใช่ไหมคะ?” หนูนาชะโงกหน้ามาถามอย่างกระตือรือร้น เมื่อพลอยนภัสพยักหน้ารับ เด็กน้อยก็ร้อง “เย้!” ออกมาด้วยความดีใจที่ในที่สุดเธอก็มีเพื่อนเล่นเสียที
หลังจบมื้ออาหารค่ำที่เต็มไปด้วยบทสนทนาเรียบง่ายกับคุณหญิงประภาศรี แม่ของปรเมศวร์ พลอยนภัสก็เตรียมตัวกลับ แม้คุณหญิงจะออกปากชวนให้เธอมาพักที่นี่เพื่ออยู่เป็นเพื่อนหนูนา แต่เธอก็ปฏิเสธอย่างสุภาพเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว
ระหว่างทางกลับห้องพักภายในรถที่เงียบสงัด ปรเมศวร์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้น
“หนูนากับเธอเข้ากันได้ดีกว่าที่ฉันคิดนะ”
“หนูนาน่ารักค่ะ แกแค่เหงาและอยากได้เพื่อนเล่นมากกว่าครูสอนหนังสือ”
“ถ้าอย่างนั้น เธอก็มาหาหนูนาบ่อยๆ สิวันหยุดก็ได้”
“คุณเมศวร์คะ...” พลอยนภัสหันไปมองเขาด้วยความสงสัย
“ตกลงคุณต้องการให้ฉันทำหน้าที่อะไรกันแน่? สอนหนังสือ เป็นพี่เลี้ยง หรือคอยสังเกตอาการของหลานคุณ?” เขานิ่งไปชั่วครู่ แววตาที่เคยเป็นประกายหม่นลงเล็กน้อย
“ก็ทุกอย่างที่เธอพูดมานั่นแหละ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ควรหาพี่เลี้ยงให้เป็นเรื่องเป็นราว...”
“ไม่... หนูนาไม่ต้องการพี่เลี้ยง” เขาพึมพำน้ำเสียงขาดหายไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมาสบตาเธอด้วยแววตาที่ทำให้หัวใจเธอเจ็บแปลบ
“แต่ฉันต้องการเธอนะ..พลอย!!!” ประโยคนั้นทำให้พลอยนภัสลืมตัว เอื้อมมือไปแตะแขนเขาด้วยสัญชาตญาณของการอยากปลอบโยน แต่เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสถูกกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อที่อบอุ่นเหมือนไอแดด กระแสไฟฟ้าบางอย่างก็แล่นพล่านไปทั่วร่างจนเธอต้องรีบชักมือกลับมากุมไว้ที่หน้าอกด้วยความตกใจ
“ถึงห้องฉันแล้วค่ะ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” เธอรีบพูดเมื่อรถจอดสนิท
“ฉันยังไม่อยากกลับเลย อย่าเพิ่งไล่กันสิ” ปรเมศวร์พูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
พลอยนภัสพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงและย้ำเตือนเขาถึงสถานะปัจจุบัน
“คุณจำเรื่องที่เราคุยกันได้ไหมคะ? ฉันเป็นแค่ลูกจ้างของคุณ... ไม่ใช่เมีย” ปรเมศวร์ไม่ได้โกรธ เขากลับส่งยิ้มบาง ๆ ที่ดูเจ้าเล่ห์และท้าทายกลับมาให้เธอ พลอยนภัสรู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนให้จนมุมในเกมที่เธอไม่รู้กฎ และเขาก็เป็นคนคุมเกมนี้มาตั้งแต่ต้น!
