7 ข้อตกลง
“ฉันเข้าใจดีค่ะ ชีวิตฉันนอกจากแม่ที่ป่วยแล้ว ก็เหลือเพียงแค่น้องชายเพียงคนเดียว” เขาไม่เคยได้ยินผู้หญิงคนไหนพูดด้วยอารมณ์สิ้นหวังแบบนี้ นอกจากพลอยนภัส
“แต่อย่างน้อย ๆ ก็แล้วแต่ศาลจะพิจารณา แต่ฉันจะช่วยจนสุดความสามารถ เพชรก็อาจจะต้องรับโทษบ้าง”
“โทษคงไม่รุนแรงใช่มั้ยคะ” เธอถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงน้องชาย
“ไม่รุนแรงแน่นอน” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาเป็นเวลานาน สีหน้าวิงวอนอย่างที่สุด
“ได้โปรดช่วยเพชรด้วยนะคะ คุณเมศวร์ แล้วฉันยอมคุณทุกอย่าง” รอยหม่นผุดขึ้นที่ดวงตาของเธอ เป็นเงาแห่งความกังวลและไม่ไว้วางใจ จากนั้นเธอก็ส่ายศีรษะพร้อมกับใบหน้าที่กระจ่างขึ้น
“คุณต้องการฉัน” เธอพูดอย่างหนักแน่น
“ที่คุณมาหาฉันวันนี้ เพราะต้องการตัวฉันไปสอนพิเศษหลานสาว เอ่อ...” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ ก่อนที่จะพูดต่อว่า
“ช่วยเพชร!!! แล้วฉันจะช่วยคุณในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้าค่ะ.”
“ไม่!!...เธอจะต้องเปลี่ยนที่ฝึกงานไปอยู่ใกล้ ๆ ฉัน แต่ไม่ใช่อีกสองอาทิตย์ เธอต้องไปภายในสองวันนี้”
เมฆหมอกกลับมาปกคลุมดวงตาคู่สวยนั้นอีกครั้ง แก้มของเธอเรื่อขึ้นเป็นสีชมพู
“ค่ะ...ฉันตกลง”
“ฉันจะหาที่พักให้เธอเอง” พลอยนภัสเงยหน้าขึ้นมองเขา กัดริมฝีปากแน่น ซึ่งรู้ว่าชายหนุ่มต้องการอะไรมากกว่านั้น เธอรู้สึกขุ่นใจ แต่ก็ตระหนักดีว่ามีเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถช่วยในสิ่งที่เธอต้องการได้ เธอยังคงมองเขาอยู่อย่างนั้นเหมือนกับจะชั่งน้ำหนักการตัดสินใจ หญิงสาวไม่ไว้ใจเขา
ปรเมศวร์มองเห็นมันในดวงตาคู่นั้น และนั่นเพียงสิ่งเดียว ทั้งที่ใจจริงเขาอยากลากเธอกลับไปที่บนเตียงนอนของเขา เธอเป็นคนทรยศเขา เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่ไว้ใจเขา เขาต่างหากที่เป็นคนถูกหักหลัง เธอหนีจากเขาไปก่อนวันแต่งงานเพียงไม่กี่วัน
ตอนนี้เขาเป็นเจ้าหนี้เธอแล้ว ไม่เพียงแต่คำขอโทษเท่านั้นที่หล่อนติดค้าง แต่ยังรวมถึงความจริงอีกด้วย เธอจะต้องรับรู้ความจริงทั้งหมดด้วย หลังจากสามปีกว่าที่ผ่านมา เขาจะต้องให้เธอได้รู้ความจริง ความจริงที่เขาจำใจต้องแต่งงาน ไม่ใช่เพราะเขาอยากแต่งงานแล้วทิ้งเธอไปอย่างที่เธอคิด พลอยนภัสใช้ปลายลิ้นแตะริมฝีปากบน
“ฉันไม่ขัดข้อง แต่ถ้าคุณจะให้ฉันอยู่อพาร์ตเม้นต์เดิมก็ได้”
“ไม่ต้อง ฉันจะให้เธออยู่ในที่ที่ฉันหาให้เท่านั้น” พลอยนภัสรู้สึกกลัว แต่เธอก็ไม่ยอมแสดงมันออกมา แต่ดวงตาของเธอกลับเป็นประกาย ก่อนที่จะเชิดหน้าขึ้น
“ถ้าอย่างนั้น นี่คือข้อตกลงของเรา” ชายหนุ่มสำรวจใบหน้าของเธอจนทั่ว เขามองเธอให้ชัดๆ รู้ว่านี่อาจไม่มันยุติธรรมสำหรับเธอ แต่เขาก็จะฉวยโอกาสนี้เอาไว้
วันรุ่งขึ้นหลังจากที่เขาไปส่งเธอที่บ้านแล้ว ปรเมศวร์ได้ไปเจรจากับเสี่ยชัชที่บ้าน เขาอ้างว่าไม่รู้เรื่องการว่าจ้างเพชรน้องชายขนของ
“นี่คุณก็หลงเสน่ห์พี่สาวของไอ้เพชรเหมือนกันรึ”
“มันไม่ใช่เรื่องของเสี่ย ถ้าเสี่ยไม่ได้เกี่ยวข้องก็แล้วไป”
“ว่าแต่เธอเด็ดเหมือนกันนะ รับรองคุณถอนตัวไม่ขึ้นแน่”
“เธอมีหนี้ติดค้างคุณเท่าไหร่ ผมยินดีจ่าย”
“ก็ไม่มากเท่าไหร่หรอก หนึ่งแสนพร้อมดอกเบี้ยอีกห้าหมื่น”
“มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอครับ ดอกเบี้ยห้าหมื่น” เสี่ยชัชออกอาการเซ็งที่โดนต่อว่าเหมือนเขาจะเดินหนี ปรเมศวร์จึงรีบเอ่ยขึ้นทันที
“แล้วหลักฐานที่ครอบครัวเธอนำมากู้มีมั้ย ถ้ามีผมยินดีจ่าย” เสี่ยชัชยิ้มที่มุมปาก หันไปหาลูกน้องแล้วรีบให้ลูกน้องนำเอกสารโฉนดที่ดินของบ้านพลอยนภัสมาให้ดู พร้อมกับสัญญาเงินกู้
ปรเมศวร์โอนเงินชำระให้เสี่ยชัชเรียบร้อยเขาฉีกสัญญาทิ้ง ต่อหน้าเสี่ยชัช พร้อมกับที่ลูกน้องยื่นใบโฉนดที่ดินคืนให้เขา เพราะหลังจากนี้เขาจะเป็นเจ้าหนี้พลอยนภัสแทน
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว” ปรเมศวร์ไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระที่เสี่ยพูด แต่ก็ยังไม่วายที่เสี่ยจะพูดทิ้งท้าย
“ถ้าคุณจะลงทุนกับแม่นั่น โดยช่วยน้องชายเธอล่ะก็ ผมจะเตือนว่าคุณต้องรีบตักตวงความสาวของเธอเสียก่อนนะ เผื่อว่าอีกหน่อยเธออาจจะเปลี่ยนใจมาให้ผมช่วยเหมือนครั้งก่อน ๆ ฮ่า ๆๆ” เสี่ยชัชพูดทิ้งท้ายจนทำให้ปรเมศวร์คิด
ชายหนุ่มขับรถกลับมาบ้านของพลอยนภัสทันที เพราะเมื่อคืนหลังจากที่ไปเยี่ยมแม่ของเธอที่โรงพยาบาล ป้าของเธอก็จัดห้องนอนสำหรับเขาไว้ เช้านี้ปรเมศวร์ทำเสร็จไปหนึ่งเรื่อง คือเรื่องของเสี่ยชัช เพื่อให้เธอไม่ต้องติดค้างอะไรกับเสี่ยเจ้าเล่ห์คนนั้นอีก
“นี่โฉนดที่ดินของแม่เธอ เก็บไว้นะ” ตอนแรกปรเมศวร์คิดว่าจะยังไม่คืนให้เธอ แต่เขาก็อยากคบเธออย่างบริสุทธิ์ใจมากกว่า ไม่ได้อยากนำของพวกนี้มาเป็นเครื่องต่อรอง แต่ก็อดคิดเรื่องที่เสี่ยชัชพูดไม่ได้
“ขอบคุณค่ะ เสี่ยชัชว่าไงบ้าง เขายอมรับมั้ยคะ”
“คนอย่างเสี่ยชัยไม่มีวันยอมรับง่าย ๆ หรือ ที่ฉันไปหาเสี่ยชัช ไม่ได้ต้องการคำตอบเรื่องนี้ ฉันไปเพราะจะเคลียร์หนี้สินทั้งหมดให้เธอ
“ฉันต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
“เอาเป็นว่าวันนี้เธอกลับพร้อมฉันเลยนะ ฉันจะให้เธอเริ่มสอนหนูนาเลย”
หลังจากที่ปรเมศวร์พาพลอยนภัสไปเยี่ยมแม่อีกครั้งก่อนกลับไปทำงานพร้อมกับเขา ชายหนุ่มได้สัญญาว่ากับแม่ของเธอว่า จะพาพลอยนภัสมาเยี่ยมตอนช่วงที่ผ่าตัด ป้าของเธออยู่เฝ้าแม่ของพลอยนภัสตลอด ปรเมศวร์ได้ให้เงินกับคุณป้าเธอไว้ใช้จ่ายส่วนหนึ่ง
“ขอบคุณมากนะคะคุณเมศวร์” ป้าพรคุยเป็นกันเองกับปรเมศวร์ ชายหนุ่มก็ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“ยัยพลอยดูแลคุณเมศวร์เค้าดี ๆ ล่ะ” ป้าพรกำชับหลานสาว หญิงสูงวัยมองดูที่หมายใหม่ของการเงินที่ดูดีกว่าเสียชัชมากมายแถมไม่เคี้ยวลากดินเหมือนอีกฝ่าย
เมื่อออกเดินทางถึงที่หมายก็เป็นเวลาเย็นพอดี ปรเมศวร์ตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่โรงแรมแห่งหนึ่ง
“เราจะทานข้าวกันที่นี่หรือคะ” เธอถามปรเมศวร์ ขณะที่รถเลี้ยวเข้าไปในที่จอดรถส่วนตัวของโรงแรม
“ฉันจะให้เธอพักที่นี่ช่วงที่ฝึกงาน ฉันจองห้องชุดไว้แล้ว”
“อ๋อ..ขอบคุณค่ะ” เขาเพียงแต่ยิ้มให้เธอ มันเป็นรอยยิ้มของเขาที่เธอเคยชิน หญิงสาวมองดูมันใหญ่โตเกินฐานะถ้าเธอมาอยู่เองคงไม่มีเงินจ่ายค่าที่พักเป็นแน่
ขณะที่พวกเขาก้าวออกจากรถ พลอยนภัสก็รู้สึกเหมือนกับตัวเองได้หลุดไปยังโลกอนาคต มีสัญลักษณ์ของโรงแรมประดับอยู่ทั่วทุกหนแห่ง พนักงานโรงแรมในชุดฟอร์มรีบกรูกันมาต้อนรับปรเมศวร์และพลอยนภัส โดยส่วนตัวแล้ว เธอพบว่าที่นี่มีทุกครบทุกอย่างจริง ๆ พลอยนภัสเหลียวมองไปรอบ ๆ
“กระเป๋าของฉันล่ะคะ” ผู้จัดการโรงแรมเดินเข้ามาแล้วรีบเอ่ยกับพลอยนภัส
“อยู่ที่ห้องของคุณเรียบร้อยแล้วครับ คุณผู้หญิง” ปรเมศวร์ขึ้นลิฟต์ของแขกวีไอพีพร้อมกับเธอ โดยมีผู้จัดการโรงแรมและเด็กสาวที่อยู่ในชุดยูนิฟอร์มของโรงแรมติดตามไปด้วย
ผู้จัดการโรงแรมพาเดินชมและบรรยายถึงความโอ่อ่าของสถานที่ ทั้งภัตตาคารหรูและห้องโถงจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ พนักงานทุกคนต่างต้อนรับอย่างนอบน้อม ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้ก็คือครอบครัวของปรเมศวร์นั่นเอง
พลอยนภัสใช้เวลาช่วงสั้นๆ อาบน้ำและเปลี่ยนชุดเป็นกระโปรงสั้นสีดำแมตช์กับเสื้อผ้าไหมสีเทามุกดูสง่างาม เมื่อถึงเวลานัด พนักงานก็นำเธอลงลิฟต์ไปต่ออีกตัวเพื่อขึ้นไปยังภัตตาคารชั้นบนสุด
ระหว่างทาง เธอเดินผ่านกลุ่มพนักงานที่กำลังยืนซุบซิบกันอย่างออกรส แม้เสียงจะไม่ดังนักแต่ชื่อที่หลุดออกมากลับทำให้เธอต้องชะงัก
พวกเขากำลังนินทาเรื่องของนิรนาทภรรยาของปรเมศวร์ พลอยนภัสตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็งถังใหญ่เมื่อจับใจความได้ว่า ภรรยาของเขานอกใจและมีคลิปหลุดอื้อฉาวไปทั่วโซเชียล ในหัวของเธอหมุนติ้วด้วยความสับสน... ภรรยาของเขาเป็นคนแบบไหนกันถึงทำเรื่องแบบนี้ได้ และมันช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับผู้ชายอย่างเขาเหลือเกิน
“เธอไม่สบายหรือเปล่า ดูซิหน้าซีดเชียว?”
เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นหลังมือมาแตะที่หน้าผากของเธอเบา ๆ พลอยนภัสเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของมือหนา
“นั่งรถนานไปหน่อย... น่าจะแค่เวียนหัวน่ะค่ะ แต่อาบน้ำไปก็รู้สึกสดชื่นขึ้นบ้างแล้วค่ะ”
เธอแสร้งตอบเลี่ยงไปทางอื่น พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เสียงสั่นพล่า ความลับเรื่องภรรยาของเขาที่เธอเพิ่งได้ยินมายังคงรบกวนจิตใจไม่เลิก เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขาตรงๆ เพราะกลัวว่าความสงสารในแววตาจะไปตอกย้ำรอยแผลที่เขาอาจจะพยายามปกปิดมันไว้
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปทานข้าวกันเถอะ ทางโรงแรมจัดโต๊ะรอเราแล้ว”
ปรเมศวร์ขยับมือส่งสัญญาณเพียงเล็กน้อยให้ผู้จัดการโรงแรมที่ยืนคอยท่าอยู่ พนักงานรีบนำทางคนทั้งคู่ไปยังโต๊ะอาหารทำเลที่ดีที่สุด มันถูกจัดวางไว้ติดริมกระจกใสบานใหญ่ที่เผยให้เห็นทัศนียภาพอันงดงามของเมืองทั้งเมือง แสงไฟจากตึกระฟ้าและท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ประดับด้วยดวงดาวระยิบระยับส่งเสริมให้บรรยากาศดูโรแมนติกทว่าเปราะบาง
ชายหนุ่มเลื่อนเก้าอี้ให้เธออย่างเป็นสุภาพบุรุษ ก่อนจะสั่งอาหารเรียกน้ำย่อยหลายอย่างมาเรียกน้ำย่อย ความใส่ใจของเขาทำให้พลอยนภัสยิ่งสะท้อนในใจ... ผู้ชายที่เพียบพร้อมขนาดนี้ เหตุใดถึงต้องมาเจอเรื่องราวที่น่าอดสูเช่นนั้น
“ลองทานนี่ดูสิ พลอย... ของโปรดเธอไม่ใช่เหรอ” ปรเมศวร์เอ่ยเสียงนุ่มขณะที่อาหารจานแรกถูกเสิร์ฟ
พลอยนภัสพยักหน้าพลางฝืนยิ้ม ความเงียบที่ปกคลุมอยู่เหนือโต๊ะอาหารหรูหรานี้กำลังทำงานอย่างหนัก ในขณะที่เขาพยายามทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยคำถามที่พูดไม่ออก และความสงสารที่เริ่มก่อตัวขึ้นจนยากจะถอนตัว
