บท
ตั้งค่า

3 ฉันยังรักเธอ

ท่ามกลางความเงียบในห้องเรียนที่ไร้ผู้คน พลอยนภัสพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา เธอรู้สึกได้ถึงสายตาคมกริบของปรเมศวร์ที่กำลังกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มันไม่ใช่สายตาที่ว่างเปล่า แต่มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยการประเมินและร่องรอยบางอย่างที่ทำให้เธอหน้าร้อนผ่าว เหงื่อซึมชื้นที่ฝ่ามือจนเปียกโชก

“คุณอยากให้ฉันช่วยเรื่องอะไรคะ” เธอถามออกไป เสียงสั่นพร่าเล็กน้อย

“เรื่องที่เธอทำได้ดีที่สุดน่ะสิ”

เขาตอบพร้อมกับสาวเท้าเข้าหาเธออย่างช้าๆ แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ที่คืบคลานเข้ามาทำให้พลอยนภัสก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะ เธอพยายามเตือนตัวเองให้นึกถึงสถานะในปัจจุบัน มากกว่าความถวิลหาในอดีตที่กำลังตีตื้นขึ้นมา

“ที่นี่สถานศึกษานะคะคุณเมศวร์” เธอเตือนสติเขา เมื่อใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ

“ใช่... ฉันรู้” เขาขยับเข้ามาชิดจนเงาทาบทับร่างเธอไว้มิด

“ทำไม? เดี๋ยวนี้เธอไม่ไว้ใจฉันแล้วเหรอ”

“เปล่าค่ะ...” พลอยนภัสทวนคำนั้นแผ่วเบา ภาพจำในอดีตพุ่งเข้าจู่โจมหัวใจ เธอทุ่มเทเวลาสามปีไปกับการเรียนอย่างหนักเพื่อลบเลือนสัมผัสของเขา แต่เพียงแค่เขาเข้าใกล้แค่นี้ กำแพงที่เธอสร้างไว้กลับพังทลายลงอย่างง่ายดาย

“อย่าค่ะ!” เธอประท้วงเมื่อเห็นมือหนาเอื้อมมาหา

“ใจเย็นๆ สาวน้อย... ฉันแค่จะเช็ดรอยหมึกที่คางให้เธอเฉย ๆ ” ปรเมศวร์ใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดบรรจงเช็ดรอยเปื้อนออกให้อย่างแผ่วเบา ก่อนจะชูรอยหมึกสีดำบนผ้าให้เธอชมเป็นหลักฐาน

“ขอบคุณค่ะ” เธอพึมพำ ก้มหน้าหลบสายตาที่ดูเหมือนจะแผดเผาเธอได้ทุกเมื่อ

“ช่วยบอกงานของคุณมาเถอะค่ะ ฉันจะได้พิจารณาว่าทำได้ไหม”

“งานนี้เธอถนัดอยู่แล้วพลอย” น้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเรียบเฉยแต่กลับแฝงความน้อยใจลึกๆ ทำให้หัวใจของเธอไหววูบ ความโกรธที่ไร้เหตุผลปะทะกับหยาดน้ำตาที่เริ่มรื้นขึ้นมา

“แล้วมันคืองานอะไรล่ะคะ!” เธอโพล่งออกมาอย่างเหลืออด ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาวาวโรจน์ขึ้นทันที บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบระเบิด

“บอกไป....เธอจะรับข้อเสนอของฉันหรือเปล่าล่ะ?” เขาถามย้ำ คล้ายกับการหยั่งเชิงในสนามรบ

“ฉันยังไม่รู้งานของคุณเลยด้วยซ้ำ!” พลอยนภัสเค้นเสียงผ่านไรฟัน

“และอีกอย่าง... อะไรทำให้คุณถ่อมาถึงที่นี่ คุณปรเมศวร์!”

การเรียกชื่อจริงเต็มยศทำให้ชายหนุ่มกรามกระตุก เขาหรี่ตามองเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก

“ฉันบอกไปแล้ว... ฉันมาเพื่อเสนองานเท่านั้น”

“ฉันไม่ว่างค่ะ” เธอยืนกรานเสียงแข็ง

“เธอแบ่งเวลาเก่งอยู่แล้วนี่ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยเหมือนเมื่อก่อนไง” คำพูดประชดประชันนั่นเหมือนตบหน้าเธอเข้าฉาดใหญ่ พลอยนภัสเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้

“ขอบคุณที่ชมค่ะ แต่ฉันขอปฏิเสธ”

“ฉันจะโอนเงินเข้าบัญชีให้เธอทันทีถ้าเธอยอมตกลง... ฉันได้ข่าวว่าแม่เธอไม่สบายมิใช่รึ”

คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ความกตัญญูบีบคั้นหัวใจเธอ แต่ศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ทำให้เธอยังคงเชิดคางท้าทาย

“ไม่ค่ะ!” พลอยนภัสรีบปฏิเสธและพทำท่าจะลุกหนี แต่ปรเมศวร์ไวกว่า เขากระชากกระเป๋าสะพายและปึกเอกสารในมือเธอไปถือไว้เสียเอง

“ไปกันเถอะ” เขาไม่พูดเปล่า แต่กลับคว้าข้อมือบางแล้วฉุดให้เดินตามไปยังรถยนต์คันหรูที่จอดเด่นอยู่หน้าอาคาร

“ปล่อยนะ! ฉันกลับเองได้!”

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน” เขาหยุดเดินแล้วหันมาจ้องหน้าเธอเขม็ง ไล่สายตาตั้งแต่วงหน้ารูปไข่ที่ซีดเผือดไปจนถึงคางที่เชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น

“ไปกับฉัน”

“แต่ฉันอยากไปรถเมล์มากกว่า”

ปรเมศวร์รู้สึกเหมือนถูกไม้ฟาดเข้าที่หัว ความเจ็บที่ถูกปฏิเสธวิ่งพล่านไปทั่วอก แต่เขากลับซ่อนมันไว้ใต้รอยยิ้มเย็นชาที่ดูเหมือนคนเถื่อน

“ฉัน-จะ-ไป-ส่ง เธอได้ยินมั้ย”

พลอยนภัสเลิกคิ้ว สบตาเขาอย่างไม่ลดละ เธอโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วกระซิบชิดใบหูเขาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ฉันไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งคุณ เพราะฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณ... เราจบกันไปนานแล้วค่ะ”

ภาพในอดีตย้อนกลับมาเตือนใจ... เขาจำได้ดีถึงวันที่รู้จักเธอครั้งแรก พลอยนภัสในตอนนั้นเป็นเพียงเด็กสาวที่น่าเวทนา เธอสู้ชีวิตเพียงลำพังกับมารดา ปากกัดตีนถีบเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียนจนเขาอดใจที่จะยื่นมือเข้าไปโอบอุ้มไว้ไม่ได้ ทว่าความสงสารกลับแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่หยั่งรากลึก ตอนที่เธอได้รับทุนเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ เขามีกำลังมากพอที่จะสนับสนุนฝันของเธอให้เป็นจริง แต่เขากลับเลือกที่จะนิ่งเฉย... เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวที่ไม่อยากให้เธอจากไปไหนไกลตา เขาทำลายอนาคตที่ควรจะรุ่งโรจน์ของเธอด้วยน้ำมือของตัวเอง เพียงเพื่อจะกักขังเธอไว้ในกรงขังที่เขาเรียกว่าความรัก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel