บทย่อ
คำโปรย เมื่อร่างกายที่หวงแหนมาตลอดถูกมาเฟียหนุ่มครอบครองไปอย่างง่ายดาย เธอจำใจยอมทำตามที่เขาบอก และยอมตกอยู่ใต้อำนาจของเขา เพื่อเงินไปรักษาน้องสาวตัวเอง แม้ว่าต้องแลกด้วยความบริสุทธิ์ของเธอก็ตาม
ตอนที่1 เด็กนั่งดริ้ง
ตอนที่1 เด็กนั่งดริ้ง
ผับหรูใจกลางเมือง
เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มอยู่ภายในผับหรู ผู้คนพลุกพล่านมากมาย ร่างเล็กที่อยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวกระโปรงสั้นสีดำ ยืนเม้มริมฝีปากมองแขกที่เธอจะต้องไปดูแลด้วยสีหน้าเป็นกังวล ใบหน้าเล็กแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางๆ
เป็นการทำงานวันแรกของเธอ
เมษาเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ เพื่อนร่วมงานสองคน ที่นั่งข้างกายลูกค้าวีไอพีคนละฝั่งอย่างคลอเคลีย พวกเธอสองคนดูแลลูกค้าอย่างดี เพราะทำงานที่นี่มานาน ต่างจากเมษาที่มีท่าทางเก้ๆ กังๆ
“เอ๊ะ นี่น้องใหม่เหรอ” เสี่ยโอชาลูกค้าวีไอพีคนสำคัญของที่นี่ชะโงกหน้ามาเอ่ยถามเมษาที่นั่งก้มหน้าเงียบ ขณะที่เขาโอบกอดผู้หญิงเอาไว้ทั้งสองข้าง เสี่ยโอชามองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยความสนใจ เพราะไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเธอมาก่อน
“ใช่ค่ะ” เมษาเอ่ยบอกเสียงแผ่วเบา โดยที่ไม่กล้าเงยหน้ามองเจ้าของคำถามนั้น เธอรู้สึกประหม่าอย่างมาก เพราะงานนี้เธอไม่เคยทำมาก่อน
“แล้วหนูชื่ออะไรจ๊ะ”
“หนู ชื่อเมษาค่ะ”
“เมษา ขยับเข้ามาใกล้ๆ เสี่ยหน่อยสิ เสี่ยอยากเห็นหน้าชัดๆ หน่อย”
เสี่ยโอชาเอ่ยบอก พร้อมกับพยักหน้าให้เด็กสองคนที่ดูแลเขาอยู่ข้างกายนั้น ให้ลุกออกไปนั่งอีกฝั่ง
เมษาเงยหน้าขึ้นมองเสี่ยโอชาเล็กน้อย ก่อนที่เธอนั้นจะค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปนั่งใกล้ๆ แต่ยังคงทิ้งระยะห่างเอาไว้เล็กน้อย
“สวยใช้ได้เลยหนิ ว่าแต่หนูสนใจมาเป็นเด็กเสี่ยมั้ย เสี่ยมีรถ มีเงินให้ใช้ไม่ขาดมือเลยนะ”
ไม่ว่าเปล่า มือที่หยาบกระด้างของเสี่ยโอชาก็สัมผัสไปที่ต้นขาเรียวของเธอ ทำเอาเมษาสะดุ้งตกใจเล็กน้อย เธอรู้สึกไม่ค่อยดี แต่ก็ไม่กล้าที่จะปัดมือของลูกค้าออก เพราะมันเป็นกฎของร้านและเป็นหน้าที่ของเธอที่ต้องบริการดูแล
“เอ่อ มะ ไม่ดีกว่าค่ะ พอดีหนูแค่มาทำงาน ไม่ได้อยากเป็นเด็กเสี่ย”
เธอพยายามใจเย็น และเบี่ยงขาไปอีกทาง เสี่ยโอชาชักสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย ที่ถูกเธอนั้นปฏิเสธ เพราะปกติมีแต่คนอยากที่จะเข้าหาเขาเพราะเรื่องเงินทั้งนั้น
“ไม่เอาน่า อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลย ถ้าหนูยอมมาเป็นเด็กเสี่ย เสี่ยพร้อมดูแลหนูทุกอย่างเลยนะ”
“ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะเสี่ย”
เมษาเริ่มสั่นกลัว เมื่อมือหยาบก้านของเสี่ยโอชาค่อยๆ ลูบไล้ต้นขาเรียวสวยของเธอเบาๆ พร้อมกับแขนอีกข้างที่โอบไหล่เธอเอาไว้ สร้างความตกใจกลัวให้กับหญิงสาวอย่างมาก
หากเธอไม่มีภาระหน้าที่ หรือจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ เธอไม่ยอมมานั่งอยู่ที่นี่แน่ๆ
“เอ่อ เสี่ยคะ อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ”
เมษาพยายามพูดจาดีๆ และใจเย็นกับเหตุการณ์ตอนนี้ ทว่าเสี่ยโอชากลับไม่สนใจเสียงห้ามปรามของเธอเลย เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ พยายามที่จะคลอเคลียหญิงสาว
“เอ่อ เสี่ยคะ ไม่เอาค่ะ ปล่อยนะคะ”
สองมือเรียวเล็กพยายามดันเสี่ยแก่ออกห่าง ทว่าเขากลับไม่ยอมหยุด จนกระทั่งมีเสียงทุ้มของใครบางคนเอ่ยขึ้น ทำให้เสี่ยโอชาหยุดการกระทำต่ำทรามนั้นทันที
“ฮึ บ้ากามใช้ได้”
“..ใครวะ ใครมันว่ากู”
เสี่ยโอชาตวาดถามเสียงดังลั่น พลางมองหาเจ้าของเสียงนั้นที่พูดเชิงต่อว่าเขา
“กูเอง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยบอก ทำให้เสี่ยโอชาหันหลังมามองหน้าเจ้าของเสียงนั้นทันที
“เอ่อ คุณ คุณแทนไท” แต่ทว่าพอได้เห็นหน้าเจ้าของเสียง ก็ทำเอาเสี่ยโอชามีทีท่าเปลี่ยนไป กลายเป็นหวาดกลัวเจ้าของเสียงนั้นแทน
เมษาหันไปมองใบหน้าหล่อเหลานั้นด้วยความสงสัย แม้ว่าภายในผับนั้นจะปกคลุมไปด้วยความมืดสลัว แต่ก็มองออกว่าคนที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหลังนั้น มีใบหน้าที่หล่อคมและมีเสน่ห์อย่างมาก
แววตาคมกริบจับจ้องมองเสี่ยโอชาด้วยสายตาที่นิ่งเฉย มือหนาข้างหนึ่งก็แกว่งไวน์ในแก้วเบาๆ ด้วยท่าทีเย็นชา และดูสุขุมนิ่งเฉย
“เอ่อ ว่าแต่คุณแทนไทมาดื่มที่นี่ด้วยเหรอครับ”
เสี่ยโอชาผละตัวออกห่างจากเมษา เขามีสีหน้าเป็นกังวลเมื่อเห็นชายหนุ่ม
“ชีวิตมึงนี่ ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยนะ” แทนไทจับจ้องมองเสี่ยโอชานิ่งๆ แววตาที่ไร้ความรู้สึกนึกคิดใดๆ แต่มันกลับสร้างความหวาดกลัวให้กับเสี่ยโอชาอย่างมาก
เมษาถึงกับนั่งนิ่งทำอะไรไม่ถูก เธอมองการกระทำของเสี่ยโอชาที่ดูจะกระวนกระวายใจ จนเขาต้องรีบลุกเดินเข้าไปหาแทนไทที่นั่งโต๊ะวีไอพีข้างหลังเขา
“เอ่อ วันนี้คุณแทนไทมา เดี๋ยวผมเลี้ยงเองนะครับ”
เสี่ยโอชาที่ดูน่ากลัวในเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นคนละคนในทันที เมื่อเจอกับมาเฟียหนุ่ม
“ก่อนจะมาเลี้ยงกู มึงเอาเงินที่กู้กูไปมาคืนดีกว่านะ” แทนไทยังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกับวางแก้วไวน์ในมือลง
เมษาที่ไม่รู้จะทำอะไร เธอจ้องมองมาเฟียหนุ่มไม่วางตา แต่แล้วก็ต้องรีบหลบสายตา เมื่อเขาเองก็เหลือบมามองเธอเช่นเดียวกัน
“เอ่อ คือว่า ตอนนี้ธุรกิจของผมกำลังไปได้ดีครับ ผมขอเวลาอีกสักนิดนะครับคุณแทน เดี๋ยวถ้าผมได้กำไรแล้วจะรีบเอาทั้งต้นและดอกเบี้ยไปคืนทั้งหมดเลยครับ”
“ฮึ กูได้ยินคำนี้มาสามครั้งแล้ว” มาเฟียหนุ่มเลื่อนสายตามามองหน้าเสี่ยโอชา ที่ตอนนี้เป็นหนี้เขาถึงห้าล้าน รวมทั้งต้นและดอกเบี้ยที่กู้ยืมเขาไป แต่กลับไม่คืนสักบาท จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงวันนี้
“เอ่อ คือตอนนี้ผมยังไม่มีจริงๆ นะครับคุณแทนไท ผมขอเวลาอีกหน่อยได้มั้ยครับ”
เสี่ยโอชาเว้าวอน เขาคุกเข่ายกมือไหว้ร้องขอมาเฟียหนุ่มตรงหน้า ใครๆ ก็ต่างรู้หากกู้เงินจากแทนไทไปแล้วไม่คืน จะมีชะตายังไง
“หนึ่งปีที่กูไม่ตาม หนึ่งปีที่กูไว้ใจให้มึงกู้ยืม และจำนวนเงินนั้นมันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ”
แทนไทยังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้าและท่าทางของเขายังคงใจเย็น แต่กลับสร้างความหวาดกลัวให้กับเสี่ยโอชาเป็นอย่างมาก ท่าทางที่ดูนิ่งขรึมใจเย็นของแทนไทนั้นภายในใจเขาเป็นยังไง ไม่มีใครรู้
“เอ่อ คือ”
ลูกน้องของแทนไทที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังนั้นก็ควักปืนพกออกมาวางไว้บนโต๊ะ ราวกับข่มขู่เพื่อให้เสี่ยโอชาเข้าใจสิ่งที่เขากำลังจะสื่อ
เสี่ยโอชาถึงกับหายใจติดขัด เมื่อมองเห็นอาวุธปืน เขาเบิกตากว้างด้วยความรู้สึกประหม่า
“กูให้เวลามึงสามวัน ถ้ายังไม่เอาเงินมาคืนให้ครบ รู้ใช่ไหมว่ากูจะทำยังไงต่อ”
เสียงทุ้มกดต่ำเอ่ยบอกพร้อมกับจ้องหน้าตาเขม็ง บ่งบอกว่าเขานั้นไม่ได้พูดแค่ขู่
“ครับ ครับ เข้าใจแล้วครับ”
เสี่ยโอชาเอ่ยบอกปากสั่นเล็กน้อย สายตาจับจ้องมองไปที่กระบอกปืนที่ถูกวางไว้ตรงหน้าเขา
เมษาได้ยินทุกคำพูดของโต๊ะด้านหลัง โดยที่เธอนั้นยังคงนั่งที่เดิม แต่ไม่กล้าที่จะหันไปมอง
“เมษา” เสียงหวานใสเอ่ยเรียกหญิงสาว ทำให้หญิงสาวเงยหน้าไปมองเจ้าของเสียงนั้นที่เปรียบเสมือนเสียงสวรรค์ของเธอ ที่จะมาพาเธอออกไปจากตรงนี้
“คะพี่แก้ว”
“มานั่งทำอะไรตรงนี้ล่ะ แล้วทำไมไม่ไปดูแลลูกค้าโต๊ะอื่น แล้วเสี่ยโอชาล่ะที่ให้มาดูแล”
“เอ่อ เสี่ยโอชา เขา” เมษาอ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบผู้จัดการผับยังไงดี เพราะได้แต่ชี้นิ้วไปที่โต๊ะด้านหลังของเธอ ก่อนที่แก้วผู้จัดการผับจะหันไปมอง
“อ้าว คุณแทนไท”
ทันทีที่แก้วเห็นมาเฟียหนุ่ม ก็รีบเดินเข้าไปทักทายต้อนรับทันที เพราะนานๆ ครั้งแทนไทจะมาเที่ยวผับที่นี่ และแต่ละครั้งที่เขามานั้นก็สั่งแต่เครื่องดื่มราคาแพงๆ และยังนั่งโซนวีไอพีตรงหน้าเวทีอีก ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ของผับเลยก็ว่าได้
“ไม่คิดเลยนะคะว่าวันนี้คุณแทนไทจะเข้ามาด้วย ปกติจะเห็นมานานๆ ครั้ง”
“วันนี้แค่อยากมาดื่มเบาๆ น่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยบอกเสียงราบเรียบ ทว่าสายตากลับจับจ้องมองหญิงสาวที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหน้าแทน
ลูกน้องมาเฟียหนุ่มไม่รอให้เขาออกคำสั่งอะไร ก็รีบพาตัวเสี่ยโอชาออกไปจากตรงนี้ทันที
“เฮ้ย ปล่อยกู!”
แก้วมองเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นเรื่องปกติ โดยที่ไม่ได้ทักท้วงอะไรแทนไท
เมษาหันหน้ามามองมาเฟียหนุ่ม เมื่อได้ยินเสียงของเสี่ยโอชาท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม แต่เธอก็ยังได้ยินเสียงร้องโวยวาย และเสียงพูดคุยอยู่บ้าง ทว่าหญิงสาวกลับต้องรีบหันหน้าหนี เมื่อถูกแววตาคมจ้องมองอยู่
“แล้ววันนี้ คุณแทนไทอยากรับอะไรเพิ่มไหมคะ เดี๋ยวแก้วให้พนักงานเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้”
“...แล้วถ้าอยากได้อย่างอื่นล่ะ”
แทนไทไม่ได้พูดเปล่า แต่สายตาของเขากลับยังคงมองร่างเล็กที่นั่งหันหลังให้เขาอยู่อีกโต๊ะไม่วางตา
แก้วเงียบไป ก่อนที่เธอนั้นจะหันไปมองตามสายตาของแทนไท แล้วกระตุกยิ้มมุมปาก
“ได้เลยค่ะ สักครู่นะคะ”
ผู้จัดการเอ่ยบอกเพียงแค่นั้น เมื่อเข้าใจสายตาของมาเฟียหนุ่มที่จะสื่อบอกเธอแล้วว่าต้องการอะไร ก่อนจะเดินเข้าไปหาเมษาที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ไปไหน
“เมษา”
“คะ”
“เธอไปนั่งดื่มเป็นเพื่อนคุณแทนไทเขาหน่อยสิ”
เมษาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เธอนั้นจะหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งขาไขว้ห้างแกว่งแก้วไวน์ในมือเบาๆ
“เอ่อ จะดีเหรอคะพี่แก้ว”
“ดีสิ คุณแทนไทเขาไม่ทำอะไรหรอก แค่เมย์ไปนั่งดื่ม นั่งคุยเป็นเพื่อนเขาเท่านั้นเอง”
แก้วไม่ว่าเปล่ายังคงดึงแขนให้เมษาลุกขึ้นจากโต๊ะ แล้วพาหญิงสาวมานั่งลงข้างๆ แทนไท โดยที่เมษาเองก็ปฏิเสธงานนี้ไม่ได้
“พี่ฝากดูแลคุณแทนไทเขาด้วยล่ะ งั้นแก้วขอตัวก่อนนะคะคุณแทน”
ผู้จัดการผับเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะเดินหนีออกไป ทิ้งให้เมษาที่เป็นเด็กใหม่ดูแลแขกวีไอพีคนนี้แทน
เมษาได้แต่มองตามหลังแก้วไปตาละห้อย หญิงสาวนั่งตัวเกร็ง เธอไม่กล้าที่จะขยับเข้าไปใกล้เขา และยังไม่กล้าที่จะขยับตัวหนีชายหนุ่มด้วยซ้ำ
แทนไทไม่ได้พูดอะไร นอกจากรินไวน์แดงใส่แก้วให้หญิงสาว แล้วเลื่อนแก้วไวน์มาไว้ตรงหน้าเธอ
“ดื่มสิ” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยบอก
เมษามองแก้วไวน์นั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอนั้นจะหยิบแก้วขึ้นมายกดื่มมันจนหมดรวดเดียว
รสชาติของมันบาดคอเธอเล็กน้อย ด้วยเพราะยังไม่เคยลิ้มลองไวน์ราคาแพงมาก่อน และไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์ด้วยซ้ำ
“ฮึ ครั้งแรกเหรอ”
แทนไทมองหน้าหญิงสาวที่เบ้หน้าเล็กน้อย เขาหลุดยิ้มออกมาที่มุมปาก สายตาค่อยๆ สำรวจมองใบหน้าเรียวไปทีละนิด
“ค่ะ” เมษาเอ่ยบอกเสียงแผ่วเบา โดยที่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับมาเฟียหนุ่ม
“แล้วมานั่งดริ๊งเนี่ยนะ” แทนไทพูดอย่างสงสัย เพราะท่าทางของเธอดูไม่เหมือนคนที่ทำงานนี้เลย ราวกับว่าเธอมาทำงานนี้วันแรก
“เอ่อ พอดีเมย์ รับงานเสริมค่ะ ทำงานนี้วันแรก”
หญิงสาวเอ่ยบอก และยังไม่กล้าที่จะเงยหน้าสบสายตากับเขา
เธอรู้สึกประหม่าที่นั่งอยู่ใกล้เขามากๆ มากกว่าตอนที่นั่งอยู่กับเสี่ยโอชาด้วยซ้ำ แต่แทนไทกลับดูนิ่ง และดูดีกว่าเสี่ยบ้ากามนั่นอีก

