9 ระหว่างเราไม่เหมือนเดิม
เมื่อได้คุยกับสามีแล้วอรณิชาก็รู้สึกเครียดเป็นอย่างมาก แต่เธอก็หวังว่าคำพูดที่พูดออกไปในวันนี้อเล็กซ์จะกลับเอาไปคิดและทบทวนดูว่าที่ผ่านมานั้นเขาเปลี่ยนไปมากจริงๆ
อรณิชาอยากจะให้โอกาสเขาอีกครั้ง เพราะได้สัญญาต่อหน้าบาทหลวงแล้วว่าจะรักและดูแลกันไปตลอด และเธออยากจะประคับประคองชีวิตคู่ของตนเองไปให้ได้นานที่สุด แต่ก็ต้องดูด้วยว่าอีกฝ่ายอยากจะประคับประคองร่วมกันไปกับเธอไหม
นับว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่งที่อรณิชาตัดสินใจฝังยาคุมกำเนิดแบบสามปีมันทำให้ระหว่างนี้เธอไม่ต้องกังวลว่าจะท้องเพราะถ้าหากเรื่องคุยกับอเล็กซ์เรื่องนี้ไม่รู้เรื่องการจะมีลูกด้วยกันก็เป็นเรื่องที่ไม่อยากจะให้เกิดขึ้น ขนาดยังไม่มีลูกเขายังทิ้งให้เธออยู่ตามลำพังและถ้าหากมีลูกเธอก็คงจะต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงดูลูกคนเดียวซึ่งมันไม่ดีแน่กับเด็กที่จะเกิดมาและเธอเองก็ยังไม่พร้อมที่จะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเพราะคิดว่าตนเองไม่มีความสามารถพอ
อรณิชาพยายามคิดเรื่องนี้ให้รอบคอบมากที่สุด บางทีเวลาที่อยู่ห่างกับเธออเล็กซ์เขาอาจจะคิดได้และกลับมาเป็นผู้ชายคนเดิมที่เธอเคยรัก แต่ถ้าหากมันไม่เป็นอย่างนั้นอรณิชาก็คิดว่าจะเลิกกับเขาอย่างเด็ดขาดเพราะถ้ายังฝืนอยู่ด้วยกันก็คงจะเครียดและไม่มีความสุขในชีวิต
เธอนอนคิดเรื่องของตนเองและอเล็กซ์จนเผลอหลับยาวจนกระทั่งเช้าของวันใหม่ หญิงสาวเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ไปออกกำลังกายจะอาบน้ำแต่งตัวและไปตลาดสดเพื่อหาซื้อวัตถุดิบมาทำอาหาร
บิดามารดาของอรณิชาเปิดร้านอาหารไทยอยู่ที่อเมริกามันเลยทำให้หญิงสาวทำอาหารไทยได้หลายอย่างถึงแม้รสชาติจะไม่อร่อยเหมือนมืออาชีพทำแต่มันก็ไม่ได้น่าเกลียดถึงขั้นทานไม่ได้ หญิงสาวเลือกซื้อของสดหลายอย่างทั้งหมู ไก่และอาหารทะเลรวมทั้งเครื่องปรุงและวัตถุดิบอื่นๆ อีกหลายอย่างก่อนจะกลับบ้านที่และผัดกะเพราไก่กับไข่ดาวทานในมื้อเช้า ส่วนมื้อกลางวันเธอคิดว่าจะสั่งอาหารกล่องมาจากข้างนอกเพราะอาจจะต้องสั่งเผื่อคนงานที่มาติดผ้าม่านซึ่งนัดว่าจะมาในเวลาสิบโมงเช้า
เมื่อถึงเวลานัดคนงานจากร้านผ้าม่านก็มากดออดเรียกที่หน้าบ้าน
“สวัสดีครับผมเป็นคนงานมาจากร้านผ้าม่านครับ เราจะขอมาวัดขนาดประตูกับหน้าต่างก่อนครับ”
“เชิญเข้ามาด้านในเลยค่ะ”
“พวกเราขอถอยรถเข้าไปได้ไหมรบกวนคุณเปิดประตูรั้วให้ด้วย”
“ได้ค่ะ” หญิงสาวเปิดประตูรั้วให้จากนั้นก็ติดตามรถกระบะไปก่อนจะบอกกับคนงานว่าเธอจะติดตั้งผ้าม่านที่ห้องไหนบ้าง
“เราขอวัดขนาดก่อนนะครับ”
“ฉันนึกว่าผ้าม่านจะมาติดได้เลย”
“ไม่หรอกครับมันต้องมีการวัดขนาดแล้วเราจะโทรไปให้ทางร้านตัดและส่งไปให้อีกที”
“ใช้เวลานานไหมคะ”
“ไม่หรอกครับ”
“วันนี้เสร็จไหมคะ”
“เสร็จครับ”
“ถ้างั้นเชิญพวกคุณทำงานตามสบายเลยค่ะ” เมื่อคนงานเดินเข้าไปในบ้านแล้วอรณิชาก็โทรศัพท์ไปบอกน่านนที ตอนนี้หญิงสาวไม่กล้าเข้าไปในบ้านคนเดียวเพราะมีผู้ชายอยู่ในนั้นถึงสี่คนเธอจึงนั่งรออยู่ที่เก้าอี้ตรงหน้าสนามหญ้า เมื่อเห็นน่านนทีขับรถมาจอดหน้ารั้วอรณิชาก็รู้สึกโล่งใจและคิดไม่ผิดเลยที่ยอมตกลงให้เขาเข้าในวันนี้เพราะถ้าให้อยู่กับคนงานผู้ชายถึงสี่คนเธอก็รู้สึกกลัว
“พวกเขานานแล้วเหรอ”
“เพิ่งมาถึงค่ะ เขาบอกว่าจะวัดขนาดของผ้าม่านแต่ละห้องแล้วค่อยโทรไปบอกให้ทางร้านตัดผ้ามาให้เพื่อจะได้ขนาดความกว้างที่ถูกต้อง ที่เขาทำมันถูกแล้วใช่ไหมคะคุณน่าน”
“บ้านแต่ละหลังขนาดความกว้างความสูงของประตูหน้าต่างไม่เท่ากันที่เขาทำก็ถูกต้องแล้ว”
“อ๋อ”
“แล้วทำไมออกมานั่งรอตรงนี้ล่ะมันร้อนนะ”
“อีฟไม่กล้าเข้าไปข้างในหรอกค่ะ พวกเขามากันตั้งสี่คน”
“แต่ตอนนี้ผมมาแล้วเข้าไปดูกันเถอะเผื่อมีตรงไหนที่อยากจะเปลี่ยนแปลง”
“ได้ค่ะ”
เมื่อวัดขนาดผ้าม่านที่จะติดตั้งแล้ว คนงานก็โทรศัพท์ไปแจ้งกับทางร้านไม่นานถ้าม่านก็ถูกติดครบทุกจุดตามที่หญิงสาวต้องการ
“ขอบคุณมากนะคะ เธอบอกกับคนงานพร้อมกับส่งเครื่องดื่มและข้าวกล่องให้เขาคนละชุดเนื่องจากตอนนี้มันเป็นเวลาบ่ายโมงแล้วแต่คนงานไม่ยอมพักทานข้าวตอนเที่ยว พวกเขาบอกว่าอยากจะทำงานให้เสร็จก่อนจะทานอาหารกลางวัน
“พวกผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”
เมื่อคนงานออกไปแล้วตอนนี้ในบ้านก็เหลือแค่อรณิชากับน่านนทีสองคน
“ขอบคุณมากนะคะ ถ้าวันนี้คุณไม่มาอีฟก็คงแย่แน่เพราะฟังพวกเขาพูดไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลย”
“ไม่เป็นไรหรอกครับทุกอย่างเรียบร้อยแล้วแต่ผมว่าคุณต้องทำความสะอาดบ้านหน่อยนะ ทำไหวไหมจะให้ผมช่วยหรือเปล่าไม่”
“เป็นไรหรอกค่ะแค่กวาดพื้นถูพื้นแค่นี้อีฟทำได้อยู่แล้ว ว่าแต่คุณจะเอาข้าวกล่องกลับไปกินที่บริษัทหรือจะนั่งกินที่นี่เลย”
“ตอนนี้ผมหิวมากขอนั่งกินที่นี่ก่อนได้ไหม”
“ได้ค่ะ”
ทั้งสองคนนั่งทานอาหารกล่องกันอย่างเงียบๆ เมื่อทานเสร็จน่านนทีก็ขอตัวกลับ
วันนี้น่านนทีพูดกับอรณิชาน้อยทุกวันเพราะไม่อยากสร้างความผูกพันกับหญิงสาวอีกต่อไปแล้ว เขาคิดว่าจากนี้จะไม่ติดต่อเธอมาอีก
“บ้านคุณเรียบร้อยดีทุกอย่างแล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ ผ้าม่านก็ติดแล้วเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างก็ได้ครบแล้วสัปดาห์หน้าคุณว่างไหมอีฟว่าจะนัดคุณและเพื่อนออกมาทานข้าวเป็นการเลี้ยงขอบคุณอีกครั้ง”
“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณเลี้ยงขอบคุณเราไปแล้วครั้งหนึ่งแค่นั้นก็น่าจะพอแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนถ้ามีปัญหาเรื่องบ้านจะปรึกษาก็ติดต่อไปที่บริษัทผมได้เลยผมยินดีรับใช้”
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณแล้วเดินไปส่งของที่ก่อนจะเดินกลับเข้ามาในบ้าน
หญิงสาวรู้สึกใจหายแปลกๆ เมื่อคิดว่าจากนี้คงไม่ได้เจอกับน่านนทีอีกแล้วแต่มันก็ดีกับตัวเธอเองอยู่เหมือนกันเพราะถ้าหากใกล้เขามากก็กลัวเหลือเกินว่าความรู้สึกแบบเดิมมันจะกลับมาอีก
อรณิชาทำความสะอาดบ้านจนสะอาดจากนั้นถ่ายรูปภายในบ้านส่งไปให้กับมารดาดูอีกครั้ง
“สวยไหมคะแม่” อรณิชาวิดีโอคอลหามารดาเมื่อส่งรูปไปให้ท่านผ่านไปห้านาที
“สวยมากๆ เลยมันไม่เหมือนบ้านหลังเดิมเลยสักนิดเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างหนูก็ซื้อใหม่ใช่ไหม”
“หนูซื้อเตียงนอนกับชุดรับแขกกับของตกแต่งใหม่ค่ะแม่เพราะของเดิมมันไม่เข้ากับบ้านเลย”
“แล้วของเดิมบอกเอาไปทิ้งไว้ที่ไหนล่ะลูก”
“หนูยกให้กับคนงานที่เขามารีโนเวทบ้านค่ะ ตอนแรกกะจะขายทิ้งเป็นของเก่าแต่คิดว่าให้คนอื่นไปใช้น่าจะได้ประโยชน์กว่า”
“ดีแล้วล่ะลูกเพราะของชิ้นใหญ่ขนาดนั้นเราคงขนไปทิ้งเองลำบากมากๆ”
“แม่อยากมาเที่ยวเมืองไทยไหมคะมาดูบ้านของเรา”
“เอาไว้มีโอกาสแม่กับพ่อคงต้องหาทางกลับไปพักที่บ้านนั้นสักหน่อย แล้วหนูล่ะลูกเป็นยังไงบ้างได้คุยกับอเล็กซ์บ้างหรือเปล่าชวนเขาไปเที่ยวที่บ้านเราสิ”
“เมื่อเช้าเราก็เพิ่งคุยกันคุยกันค่ะ”
“คุยแน่นะไม่ใช่ทะเลาะกัน”
“ไม่หรอกค่ะแม่หนูพูดกับเขาแล้วว่าช่วงนี้ให้เขาทบทวนความรู้สึกของตัวเองว่าเขายังต้องการหนูอยู่ไหม หนูอยากให้เขากลับมาเป็นคนเดิม”
“แล้วเขาว่ายังไงล่ะ”
“เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ บางทีเขาอาจจะรู้สึกสบายใจมากๆ ที่หนูไม่อยู่ก็ได้นะคะแม่ เพราะตั้งแต่มาที่นี่เขาไม่เคยโทรมาหาหนูหรือไลน์มาหาหนูเลยสักครั้งมีแต่หนูที่ติดต่อเขาไป”
“หนูก็รู้นี่ว่าเขางานยุ่ง”
“ใช่ค่ะหนูรู้ว่าเขาเป็นคนงานยุ่งมากๆ แต่หนูหายมาตั้งหลายวันแบบนี้เขาน่าจะถามไถ่บ้างว่าเดินทางเป็นยังไง แต่เขาก็เงียบ”
“ช่วงนี้เขาอาจจะเครียดกับเรื่องงานแม่ว่าถ้าห่างกันสักพักเขาอาจจะคิดได้”
“หนูก็หวังว่าเขาจะคิดได้ค่ะแม่ แต่ถ้ามันไม่เป็นแบบที่หนูหวังมันก็คงต้องจบ”
“แม่ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย เวลาที่เหลือหนูค่อยๆ คิดค่อยๆ ตัดสินใจนะอีฟการเป็นแม่หม้ายมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยถ้าหากอยู่แล้วไม่มีความสุขเราก็แค่ถอยออกมา แต่นั่นคือทางเลือกสุดท้ายนะ”
“ค่ะแม่หนูจะพยายามใจเย็นและคิดทบทวนความรู้สึกของตนเองค่ะ”
อรณิชาคุยกับมารดาไม่นานก่อนจะกดวางสายเธอคิดว่าตอนนี้ความรู้สึกของเธอที่มีกับอเล็กซ์นั้นมันเปลี่ยนไปแต่นั่นก็เป็นเพราะตัวเขาไม่ใช่อเล็กซ์คนเดิมที่เธอรู้จัก