บท
ตั้งค่า

EP 7 : สุขสันต์วันเกิด

ตอนที่ 7 : สุขสันต์วันเกิด

ระรินจอดรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจเมื่อมาถึงบริเวณหน้าบ้านหลังเล็กลักษณะบ้านปูนชั้นเดียว พลางลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบาอย่างโล่งอกที่ในที่สุดก็ถึงบ้านเสียที

เท้าเรียวเล็กก้าวผ่านประตูเข้าไปภายในบ้านที่คุ้นเคย ทันทีที่สายตาเห็นพ่อกับแม่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ด้วยกัน รอยยิ้มบาง ๆ ก็ฉายขึ้นบนใบหน้าหวาน ความหงุดหงิดและอารมณ์ขุ่นมัวก่อนหน้านี้ค่อย ๆ เลือนหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น

"สวัสดีจ้ะแม่ สวัสดีจ้ะพ่อ" ระรินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานอย่างอ่อนโยน

สายสุดาและชำนาญหันมามองตามเสียงหวานที่คุ้นเคย และระบายยิ้มบาง ๆ ตอบรับ ก่อนที่สายสุดาจะเอ่ยถามลูกสาวด้วยความสงสัยที่แฝงความเป็นห่วง

"ทำไมวันนี้กลับค่ำเลยละ"

ปกติแล้วถ้าเธอกลับช้ากว่าปกติเธอมักจะโทรบอกที่บ้านเสมอ หรือถ้าวันไหนไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนสาวก็จะออกไปนอนที่ห้องเพื่อนแต่จะบอกพ่อกับแม่ก่อนทุกครั้ง เพราะไม่อยากให้ทั้งสองคนเป็นห่วงและกังวลใจ

แต่วันนี้มัวแต่ทะเลาะกับเขาทำให้เธอลืมโทรบอกที่บ้าน อีกทั้งเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเธอเองยังตั้งตัวแทบไม่ทัน

"เจ้าแก่ดันหัวเทียนบอดน่ะจ้ะก็เลยต้องเปลี่ยน"

"ทีหลังโทรหาพ่อก็ได้ แล้วรินเข็นไปที่ร้านให้ช่างดูให้เหรอ" ชำนาญรีบถามลูกสาวทันทีเมื่อรู้สาเหตุที่ลูกกลับบ้านค่ำ และแปลกใจที่ลูกสาวรู้อาการของรถเพราะปกติระรินไม่ได้เก่งเรื่องซ่อมรถ แค่ตอนเด็กโซ่จักรยานขาดยังยอมเข็นกลับมาบ้านให้พ่อซ่อม

"พอดีมีคนใจดีมาช่วยดูและซ่อมให้จ้ะ" ระรินตอบพลางยิ้มบาง ๆ

ถึงจะไม่ชอบฟีนิกซ์ที่ชอบเหน็บแนมและกวนประสาทเธออยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่เขาทำให้ในวันนี้ก็ทำให้เธออดยอมรับไม่ได้ว่าอย่างน้อยเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง

อันที่จริงเขาไม่ต้องสนใจเธอเลยก็ได้ ส่งเธอแล้วขับรถออกไปแบบไม่สนใจเธอก็ไม่ผิด แต่เขาเลือกที่จะลงมาช่วยเหลือเธอ ถึงปากจะร้ายแต่การกระทำกลับไม่ร้ายอย่างที่คิด

ระหว่างทางที่ขี่รถกลับบ้าน ความคิดของระรินก็ล่องลอยไปเรื่อยเปื่อยและหนึ่งเรื่องที่ยังวนเวียนอยู่ในหัวของเธอก็หนีไม่พ้นเรื่องของเขา

"อย่างน้อยในเรื่องที่แย่ก็ยังมีเรื่องดีอยู่นะระริน รถเสียแต่ก็ยังมีคนมาช่วย บุญพาวาสนาส่งให้มาเจอกัน ถ้ามีโอกาสเจอเขาอีกก็ซื้ออะไรให้เขาแทนคำขอบคุณบ้างนะลูก" สายสุดาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่ม

เวรกรรมมากกว่าจ้ะ เธออยากจะพูดแบบนี้กับแม่เหมือนกันแต่ทำได้เพียงระบายยิ้มบาง ๆ ให้กับคำพูดของแม่

แม่ของเธอเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอ ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็มักจะคิดบวกก่อน ไม่เคยมองใครร้ายง่าย ๆ ทว่าก็น่าแปลกที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีใครคิดร้ายกับแม่เช่นกัน

.....

กลางดึก

กลางดึกอันเงียบสงบระรินออกมานั่งชิงช้ารับลมเย็นหน้าบ้าน เพราะอยากขอพรจากพระจันทร์ที่กำลังส่องแสงสว่างสีเหลืองนวลไปทั่วท้องฟ้า

ทุกปีในค่ำคืนก่อนวันเกิดเธอมักจะออกมานั่งที่ชิงช้าเล็ก ๆ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าบ้าน และเฝ้ารอเวลาเข้าสู่เที่ยงคืนตรงเพื่ออธิษฐานขอพรจากดวงจันทร์

"วันนี้พระจันทร์เต็มดวงด้วย" เสียงหวานพูดออกมาเบา ๆ ก่อนจะเหลือบมองเวลาจากหน้าจอโทรศัพท์ที่ตอนนี้บ่งบอกว่าเป็นเวลา 23.59 น. ใบหน้าหวานกลับมาเงยมองพระจันทร์อีกครั้ง ยกมือเรียวเล็กขึ้นมาประสานกันไว้กลางอก

กริ๊งงง...

เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลา 00.00 น. แล้ว

ระรินหลับตาลงอย่างช้า ๆ พร้อมกับเอ่ยคำอธิษฐานในใจในช่วงเข้าสู่วันเกิดของตัวเอง นานกว่าสองนาทีที่ระรินนั่งขอพรจากพระจันทร์ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและลดระดับมือลงให้อยู่ในท่าทางปกติ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน ดวงตากลมโตจ้องมองพระจันทร์ดวงโตราวกับหวังว่าสิ่งที่ตัวเองอธิษฐานขอให้เป็นดั่งหวัง

"สิ่งที่ลูกได้ขอไปขอให้สมดั่งหวังนะคะ" เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา และพูดอวยพรให้กับตัวเอง "สุขสันต์วันเกิดนะระริน"

แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์...ทูยู

เสียงร้องเพลงวันเกิดทำให้ระรินหันไปมองจากทางด้านหลัง ภาพตรงหน้าเป็นพ่อกับแม่ของเธอที่กำลังถือเค้กพร้อมกับมีเทียนจุดไฟกำลังเดินเข้ามาหาเธอ ริมฝีปากบางระบายยิ้มกว้างและดันตัวเองลุกขึ้นเต็มความสูง ดวงตากลมโตจ้องมองเค้กตรงหน้าก่อนจะสบสายตาพ่อกับแม่อีกหนจนทั้งคู่ร้องเพลงจบ

"อธิษฐานก่อนเป่านะ" สายสุดาเอ่ยบอก

มือเรียวเล็กยกขึ้นมาพนมมือไหว้กลางอกและหลับตาลงเพื่ออธิษฐานอีกหน ก่อนจะลืมตาขึ้นและพ่นลมออกจากปากเพื่อเป่าเทียนให้ดับ

"สุขสันต์วันเกิดนะลูกสาว" ชำนาญเอ่ยอวยพรและยกมือขึ้นลูบหัวลูกสาว

"หนูนึกว่าหลับกันไปหมดแล้ว"

"เซอร์ไพรส์ไง" สายสุดาตอบกลับพร้อมกับเผยรอยยิ้ม

"เซอร์ไพรส์จริง ๆ จ้ะ ขอบคุณพ่อกับแม่มากนะจ๊ะ เป็นคืนที่หนูมีความสุขที่สุดเลย" ดวงตากลมโตเป็นประกายและรู้สึกตื้นตันกับสิ่งที่พ่อแม่ทำให้

"ขอให้ระรินมีความสุขแบบนี้ไปตลอดชีวิตเลยนะลูก"

"ขอบคุณจ้ะ หนูรักพ่อกับแม่นะจ๊ะ" แขนเรียวเล็กโอบกอดพ่อกับแม่เพื่อแสดงความรัก เธอไม่คิดไม่ฝันว่าพ่อกับแม่จะออกมาเซอร์ไพรส์วันเกิดกลางดึก ปกติแล้วจะมีเค้กให้ตอนเช้าไม่ก็ตอนเย็น แต่ครั้งนี้พ่อกับแม่ตั้งใจมาเซอร์ไพรส์ตั้งแต่นาทีแรกที่เข้าสู่วันเกิดของเธอ ซึ่งเป็นอะไรที่แปลกใหม่และทำให้หัวใจดวงน้อยพองโต

ทั้งสามคนผลัดกันโอบกอดและมอบความรักให้กันอยู่สักพักก่อนที่ชำนาญและสายสุดาจะเดินเข้าบ้านไปก่อน

ระรินมองเค้กก้อนไม่ใหญ่มากที่เธอเอาวางไว้บนชิงช้า ริมฝีปากบางยังเผยรอยยิ้มออกมาไม่หุบ เธอนั่งลงให้ใบหน้าเสมอกับเค้กตรงหน้า และยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ในความทรงจำ ไม่ลืมที่จะอัพลงสตอรี่ไอจีเพื่ออวดความรักของพ่อกับแม่ที่มีให้เธอ

"เร่ิมต้นวัยยี่สิบปีด้วยความสุขนะระริน" เธออวยพรตัวเองอีกครั้ง และมองภาพบนหน้าจอโทรศัพท์ที่ถูกอัพลงสตอรี่เรียบร้อยแล้ว

หลังจากชื่นชมกับเค้กที่พ่อกับแม่เซอร์ไพรส์และดื่มด่ำกับพระจันทร์อยู่สักพักทำให้เธอเดินเข้าบ้านเพื่อเข้าห้องเตรียมตัวนอน แน่นอนว่าพรุ่งนี้เช้าคงตื่นแบบงัวเงียเพราะวันนี้เธอต้องฝืนความง่วงจนถึงเที่ยงคืน

ห้องนอนของระริน

ระรินเดินเข้ามาในห้องของตัวเอง ภายในห้องถูกจัดตกแต่งอย่างเรียบง่าย ข้าวของทุกอย่างวางเป็นระเบียบเรียบร้อยตามนิสัยของเจ้าของห้อง

เท้าเรียวเล็กก้าวเข้ามาในห้องและมาหยุดอยู่บริเวณเตียงนอนขนาดสามฟุตก่อนที่เธอจะทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่ม ๆ อย่างหมดแรง

ฟุบ

เมื่อเธอล้มตัวลงนอนแล้ว มือเรียวเล็กก็เอื้อมไปคว้าตุ๊กตากระต่ายสีขาวตัวโปรดมาโอบกอดไว้แน่นราวกับมันเป็นเพื่อนข้างกายเวลาหลับ

ดวงตากลมโตทอดสายตามองตรงไปอย่างไร้จุดหมาย ภายในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกของตัวเองเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ความเงียบนั้นเป็นเหมือนเพลงกล่อมทำให้เธอเริ่มเคลิ้มเรื่อย ๆ เปลือกตาหนักอึ้ง และในที่สุดเปลือกตาก็ปิดลงปล่อยให้ตัวเองเข้าสู่ห่วงนิทราไปอย่างง่ายดาย

.....

ช่วงเช้าของวันใหม่

ระรินรีบแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาถูกระเบียบ และรีบสาวเท้าเดินออกจากห้องเพราะตอนนี้เธอสายมากแล้ว เมื่อคืนนอนดึกทำให้ตอนเช้าไม่อยากตื่นเลยเผลอหลับไปเกือบครึ่งชั่วโมง พอตื่นขึ้นมาเห็นเวลาเท่านั้นแหละเธอก็รีบเด้งตัวออกจากเตียงนอนด้วยความเร็วและทำทุกอย่างให้เสร็จภายในเวลาที่เหลือไม่มาก

"หนูไปเรียนก่อนนะจ๊ะ" ระรินเอ่ยบอกพ่อกับแม่ที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่

"ไม่กินข้าวกินปลาก่อนละลูก"

"ไม่ทันแล้วจ้ะ แล้ววันนี้หนูไม่ได้กลับนะจ๊ะ เพื่อน ๆ จะเลี้ยงวันเกิดแล้วคิดว่าน่าจะดึกหนูเลยจะนอนกับต้นหลิวที่คอนโดเลยจ้ะ" ระรินบอกพ่อกับแม่ร่ายยาวไม่มีอะไรต้องปิดบัง และพ่อกับแม่ของเธอก็เข้าใจทุกอย่าง ไม่เคยห้ามที่เธอจะเที่ยวไหน เพราะเธอไม่ใช่เด็กใจแตก เธอรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร

ในระหว่างที่ต้องเดินออกประตูหน้าบ้านต้องผ่านพ่อกับแม่ที่นั่งดูโทรทัศน์ทำให้ระรินแวะโอบกอดทั้งสองคนและหอมแก้มฟอดใหญ่ทั้งสองคน

"ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับหนูคือพ่อกับแม่นะจ๊ะ"

"จะไปเที่ยวไหนก็ระวังตัวเองดี ๆ ละ" ชำนาญบอกลูกสาวด้วยความเป็นห่วง

"รับทราบจ้ะ" เธอตอบรับด้วยน้ำเสียงสดใสและผละตัวออกจากพ่อกับแม่ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินออกจากบ้านเพื่อใช้มอเตอร์ไซต์ขับขี่ออกไปท่ารถสองแถวเหมือนอย่างเช่นทุกวัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel