รับราชโองการ
ฮ่องเต้เฉินหรงหลังจากทรงกลั่นแกล้งแมวป่าตัวน้อยจนพอพระทัยก็ปล่อยอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น หลังจากเป็นอิสระแล้ว อันยาก็หันมาถลึงตาโตมองฮ่องเต้แก่ด้วยความไม่พอใจอย่างลืมตัว
‘ฮ่องเต้แก่ บ้าตัณหา ขอให้ตรงนั้นมีปัญหา’
‘ขอให้มีเมียกี่คนก็ไม่รัก'
มังกรหนุ่มที่ฟังความในใจสนมรักได้แต่กัดฟัน สักวันเขาจะต้องพิสูจน์เรื่องนี้กับสนมรักให้จงได้ เขาไม่เคยมีปัญหาตรงนั้นสักครั้งเลย
“สนมรัก กลับไปเตรียมตัวเถอะ คืนนี้ข้าจะไปหา” ฮ่องเต้เฉินหรงโบกมือไล่ให้อีกฝ่ายไปเก็บของย้ายตำหนัก
“เพคะ หม่อมฉันทูลลา” อันยาเมื่อเห็นว่าเรื่องหย่าวันนี้ไม่สำเร็จก็รีบย่อตัวลาอีกฝ่ายทันที เธอไม่อยากเห็นหน้าฮ่องเต้แก่นานไปกว่านี้ เดี๋ยวอดใจไม่ไหวทำร้ายพระวรกายอันสูงค่าของอีกฝ่าย
จากนั้นอันยาก็รีบวิ่งหนีออกมาจากห้องทรงงานอย่างรวดเร็ว ไม่ได้ฟังเสียงเตือนของ AI สมชายที่บอกให้รักษากริยามารยาทเลย ตอนนี้เธอต้องการออกไปจากที่นี้ให้เร็วที่สุด
'เจ้านายครับ เดินเร็วก็ได้ อย่าวิ่งแบบนี้'
"วิ่งเร็วไม่ได้ครับ ไม่เหมาะสมในยุคนี้'
ระหว่างที่อันยาวิ่งหนีออกมาโดยไม่สนกิริยามารยาท ทำให้ขันทีและนางกำนัลที่อยู่ระหว่างทางเดินเห็นพระสนมหนิงเหอหรืออันกุ้ยเหรินวิ่งเหมือนหนีอะไรออกมาก็อดกระซิบกระซาบไม่ได้
“พระสนมหนิงเหอ ทำไมวิ่งในพระราชวังแบบนี้ หรือว่าเสียใจจนเสียสติ?” นางกำนัลคนที่หนึ่งกระซิบกับเพื่อน
“ไม่รู้ซิ อาจจะใช่ ใครจะอยากหย่ากับฮ่องเต้เฉินหรง” นางกำนัลคนที่สองตอบเพื่อน เพราะฮ่องเต้เฉินหรงขึ้นชื่อว่าปรีชาความสามารถทั้งทางด้านบุ๋นและบู๋ รูปงาม มีทรัพย์สินในท้องพระคลังเป็นจำนวนมาก
“ช่างเถอะ วังหลังก็แบบนี้แหละ ก่อนหน้านี้ก็มีพระสนมหย่าไปสองคน ก็หย่าไปด้วยความเสียใจแบบนี้เลย” นางกำนัลคนที่สามกระซิบเล่าให้เพื่อนนางกำนัลฟัง
"เล่ามา อยากรู้"
“ก็พระสนมสองคนก่อนหน้านี้เคยเป็นคนโปรดของฝ่าบาท จากนั้นก็ทำความผิดแล้วมาอยู่ตำหนักเย็น แต่สองคนนั้นอยู่ไม่นานก็รีบยื่นเรื่องหย่า มีแต่พระสนมหนิงเหอนี้แหละอยู่ตำหนักเย็นเกือบปีถึงทำเรื่องหย่ากับฝ่าบาท”
อันยาที่ลืมตัววิ่งหนีราวกับหนีอะไรสักอย่างที่น่ากลัว สำหรับเธอแล้ว ใช่เลย เธอผู้ไม่เคยมีคนรักเป็นชายหรือหญิงสักคนมาก่อน อยู่ดีๆถูกฮ่องเต้แก่ทำรุ่มร่ามก็รู้สึกรับไม่ได้ขึ้นมา
หลังจากหนีมาถึงตำหนักเย็นก็เริ่มตั้งสติ เรียก AI สมชายให้ช่วยกันคิดดีกว่า
‘สมชาย ทำอย่างไงฉันถึงหย่ากับฮ่องเต้แก่ได้ อารมณ์เสียมาก’
‘ตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้แล้วครับ ฮ่องเต้รู้การมีอยู่ของเสี่ยวหลง กรณีที่มีทายาทกับฮ่องเต้จะไม่สามารถหย่าขาดได้เลย ยกเว้นแต่’
‘ทำไมฮ่องเต้แก่รู้การมีอยู่ของเสี่ยวหลงแล้วล่ะ แต่ในเมื่อรู้แล้วก็ช่างเถอะ ต่อให้จบดีกว่า แต่อะไร สมชาย’
‘ฮ่องเต้ตายครับ แล้วให้ฮ่องเต้องค์ต่อไปทำหนังสือหย่าให้’
‘……’ อันยาได้แต่เอานิ้วโป้งคือมากัดอย่างใช้ความคิดถ้าจะหย่าคือต้องตายจากกันเท่านั้น ดูทรงแล้วฮ่องเต้แก่น่าจะอายุยืนซะด้วย ไม่ตายง่าย ได้แต่ถอนหายใจ
ที่หน้าตำหนักเย็นซึ่งรกร้างมาเนิ่นนาน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าของขันทีและนางกำนัลที่เดินตามหลังมหาขันทีเหยียนฟู่มาเป็นจำนวนมาก
มหาขันทีเหยียนฟู่ในชุดขันทีใหญ่สีม่วงเข้มยืนอยู่อย่างสงบ
ซิงเซียว นางกำนัลคนสนิทของพระสนมหนิงเหอ รีบประคองพาพระสนมออกมาหน้าตำหนักเพื่อรอรับราชโองการฮ่องเต้ด้วยความตื่นเต้น ดีใจ เจ้านายของนางไม่ใช่ว่าจะได้โอกาสกลับคืนตำแหน่งแล้วหรอ
"รับราชโองการ"
ทุกคนในที่นั้นรีบคุกเข่าลงพร้อมกัน แม้กระทั่งพระสนมหนิงเหอที่ยืนนิ่งอยู่ในอาภรณ์เรียบง่ายก็ต้องคุกเข่าลง สีหน้าของนางไม่แสดงอารมณ์ใดๆ จน AI สมชายต้องเตือนให้แสดงสีหน้าปลาบปลื้มใจที่จะรับราชโองการของฮ่องเต้
‘ให้ทำหน้าเหมือนปลาบปลื้มใจเวลาเห็นไอดอลอวกาศครับเจ้านาย แสดงสีหน้าปลาตายแบบนี้ไม่ได้ เดี๋ยวคนสงสัยนะครับ’
อันยาได้แต่ถอนหายใจ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นยิ้มน้อยๆ ให้ทุกคน แต่พอหันไปเจอมหาขันทีเหยียนฟู่ก็อดตาเป็นประกายไม่ได้ ทำให้พวกขันทีและนางกำนัลต่างเข้าใจผิดคือว่าพระสนมหนิงเหอกำลังดีใจที่จะได้รับราชโองการจากฮ่องเต้ให้กลับคืนสู่ตำแหน่ง
“ตามบัญชาของจักรพรรดิเฉิงหรง ผู้ปกครองสูงสุดแห่งแผ่นดิน
พระสนมอันหนิงเหอหรืออันกุ้ยเหริน แห่งตำหนักเย็น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกลงโทษและลดตำแหน่ง บัดนี้ฝ่าบาททรงพิจารณาแล้วว่า นางไร้ความผิด พระราชทานอภัยโทษโดยสมบูรณ์ ต่อแต่นี้ไปให้สนมอันหนิงเหอได้รับการคืนตำแหน่งในฐานะพระสนมฝ่ายในตามเดิม พร้อมทั้งให้ย้ายไปพำนัก ณ ตำหนักจันทราอันสูงศักดิ์ทันที และข้าวของเครื่องใช้ที่เคยถูกริบไป ให้จัดส่งคืนแก่สนมโดยไม่มีข้อยกเว้น
นอกจากนี้ พระโอรสของพระสนมอันหนิงเหอซึ่งเป็นสายพระโลหิตแห่งจักรพรรดิ ให้ได้รับการปกป้องและดูแลในฐานะองค์รัชทายาทโดยไม่ล่าช้า พิธีแต่งตั้งจะมีอีกในหนึ่งปีข้างหน้า ราชโองการนี้ถือเป็นคำบัญชาจากฝ่าบาท จงปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด มิให้ขาดตกบกพร่อง”
เหยียนฟู่ม้วนราชโองการในมือ ก้มหัวและลดสายตาลงเล็กน้อย
“พระสนมอันหนิงเหอ ขอแสดงความยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาต่อท่านและพระโอรสเป็นอย่างยิ่ง"
อันยาหรือก็คือพระสนมอันหนิงเหอที่ยังคงคุกเข่าก้มหน้าลง เธอรู้สึกถึงสายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เธอ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความโมโหฮ่องเต้แก่ ทำไมต้องประกาศเรื่องเสี่ยวหลงให้คนทั้งวังหลังรู้แบบนี้ โอกาสขอหย่าของเธอแทบไม่มีแล้ว
“ขอให้พระสนมรีบเก็บข้าวของจำเป็นและย้ายไปตำหนักจันทราตอนนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ ส่วนที่เหลือจะมีขันทีและนางกำนัลมาจัดการต่อ” มหาขันทีเหยียนฟู่บอกพระสนมอันหนิง
“ข้าทราบแล้ว จะรีบไปเก็บของทันที” อันยารับม้วนราชโองการ ลุกขึ้นแล้วหันหลังเข้าตำหนักเย็นไปทันที
ตำหนักหงส์
ห้องโถงใหญ่ที่นั่งสูงสุดมีสตรีร่างบางแต่ดูสง่างามกำลังนั่งอยู่ ในมือยังคงถือลูกประคำ นั้นก็คือฮองเฮาหยางหลานซู โดยที่เก้าอี้ทั้งสองฝั่งต่างมีสตรีที่่งดงามนั่งอยู่นั้นก็คือเต๋อเฟยและหลินกุ้ยเฟย ปราศจากขันทีและนางกำนัล
ทางฝั่งขวาของฮองเฮา หลินกุ้ยเฟย สตรีผู้ได้ชื่อว่างดงามดั่งจันทรากำลังนั่งอยู่ ใบหน้ารูปไข่ที่สมส่วนงดงามไร้ที่ติ ผิวขาวผ่องราวหยกขัดมัน ทำให้นางโดดเด่นทุกครั้งที่ปรากฏตัว เส้นผมดำขลับยาวถึงกลางหลังของหลินกุ้ยเฟยถูกเกล้าอย่างประณีต ปักปิ่นทองประดับด้วยอัญมณีสีแดงสด นางสวมชุดแพรไหมสีชมพูอ่อนปักลายดอกโบตั๋นสีทอง เสริมให้รูปลักษณ์ของนางอ่อนหวานแต่ทรงเสน่ห์ เชื่อกันว่าเป็นคนที่ฮ่องเต้ทรงรักใคร่และโปรดปรานที่สุดในวังหลัง
ทางฝั่งซ้ายของฮองเฮา เต๋อเฟย สตรีจากหนึ่งตระกูลแม่ทัพเต๋อ หนึ่งในสี่ตระกูลแม่ทัพหลักของแผ่นดิน เป็นสตรีที่มีความงามดุจดอกเหมยบานสะพรั่งในฤดูหนาว ใบหน้ารูปทรงเรียวยาว ผิวพรรณขาวนวลอมชมพู เส้นผมที่จัดแต่งอย่างเรียบง่ายถูกปักด้วยปิ่นหยกลายดอกเหมย นางสวมชุดสีเขียวอ่อนประดับด้วยลายกิ่งไผ่ ทำให้รูปลักษณ์ของนางดูสงบและเยือกเย็นเหมือนสายลมยามเช้า
ภาพที่ทั้งสามคนจะอยู่ด้วยกันอย่างสงบแบบนี้นับว่าหาได้ยากยิ่ง เพราะปกติฮองเฮาและหลินกุ้ยเฟย มักมีความขัดแย้งกันมาโดยตลอด ส่วนเต๋อเฟยมักจะอยู่อย่างสงบเงียบคนเดียว วางตัวเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใด
ทั้งหมดที่ว่าต่างเป็นฉากหน้าที่พวกนางร่วมแสดงละครกันขึ้นมาเท่านั้น!!!
