บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.7

ดูจากร่างกาย แขน ขา เขาน่าจะเพิ่งป่วยเมื่อไม่นานมานี้...อาจจะสามเดือน ห้าเดือน ไม่มากไปกว่านั้น

ชีพจรเต้นอ่อนมากทั้งยังสับสน เมื่อเอื้อมมือไปเพื่อเปิดหมวกมือของนางกลับถูกคว้าเอาไว้ แม้ดูแล้วไร้เรี่ยวแรง หากแต่กลับกุมแน่นจนนางรู้สึกเจ็บ

เจ้าของมือนั้นค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง นางจ้องมองดวงตาที่ค่อยๆ โผล่ออกมาจากหมวกคลุมขนจิ้งจอก

สวรรค์!! บุรุษล้ำเลิศผู้นี้หล่อเหลาจนนางขนลุก ริมฝีปากรูปกระจับน่ามองอวบอิ่มราวอิสตรี จมูกโด่งคมสันกับแนวกรามได้รูป ดวงตาคมดุดันลึกล้ำราวกับมหาสมุทร ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาเรียบเฉย

หญิงสาวลอบสูดลมหายใจจากนั้นจึงกล่าว “ถูกพิษร้ายแรง ดวงตาออกเหลือง ชีพจรเต้นอ่อนและสับสน ผิวกายซีดขาว อากาศเย็นเยียบส่งผลถึงร่างกายภายใน ปอดติดเชื้อ แต่...” นางขมวดคิ้ว “อุณหภูมิในร่างกายกลับเย็นเยียบ เหงื่อออก?” สบตากับเขานานมากจึงเอ่ยถาม “มีแผลร้ายแรงหรือไม่ หากมีเกรงว่าแผลนั้นจะติดเชื้อเสียแล้ว”

สีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปในทันที ในที่สุดเสียงแหบแห้งของเขาก็เอ่ยคำ “เพียงใช้สายตามองและจับชีพจรคราเดียวกลับรับรู้ได้ถึงอาการโดยละเอียด ช่าง...ล้ำเลิศโดยแท้” เขายิ้มเยาะที่มุมปาก “ทว่าน่าเสียดายแม้รู้ก็ใช่ว่าจะสามารถรักษา”

เงียบกริบ...

นางลุกขึ้นยืนจากนั้นมองบุรุษอีกคนที่มองนางด้วยความหวัง “ข้าช่วยเพียงคนที่อยากมีชีวิตอยู่เท่านั้น”

ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึก มองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ ทว่าเจ้าตัวที่เป็นคนไข้กลับหัวเราะ “ไม่มีผู้ใดอยากตายหากมีทางรอด” เขามีท่าทางสิ้นหวังจนนางรับรู้ได้

“ผู้ที่บอกว่าไม่อยากตายเหตุใดจึงออกมาจากเมืองหลวงที่มีหมอฝีมือดีมากมาย” นางต่อคำกับเขาโดยไม่มีท่าทีเกรงกลัว

“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพวกเรามาจากเมืองหลวง!” หนึ่งในคนคุ้มกันปราดเข้ามาพร้อมท่าทางราวจะชักกระบี่ หญิงสาวมองเขาด้วยใบหน้าเย็นชา

“ที่นี่เมืองอวี่หยาง ตะวันออกคือเมืองหลวง ตะวันตกคือเมืองหั่วซี ถนนด้านหลังพวกท่านมุ่งตรงมาจากเมืองหลวง ในเมื่อพวกท่านมาจากทางนั้นก็ต้องมาจากเมืองหลวง ผู้ใดมีสติปัญญาย่อมบอกได้ในทันที” นางมองเขาราวกับมองคนโง่งม อีกฝ่ายชะงักหน้าม้านไปทันที

ชายหนุ่มที่สวมเสื้อคลุมจิ้งจอกผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมองนาง “ไม่ผิด ข้ามาจากเมืองหลวง แต่หากที่นั่นมีหมอฝีมือดีจริง เช่นนั้นข้าคงไม่ต้องออกมาจากเมืองหลวง กระทั่งดั้นด้นจนถึงมาที่นี่”

“เช่นนั้นไม่ดีกว่าหรือหากให้คนเสาะหาหมอมือดีส่งกลับไป ดั้นด้นออกมาทั้งที่ร่างกายไม่อาจทานความหนาวเหน็บ เช่นนี้มิใช่การรนหาที่?” นางกล่าวจบเริ่มดึงซองเข็มออกคลี่ สายตาของเขาจับจ้องมาที่ใบหน้าเรียบเฉยของนาง เซี่ยจื่อเตี๋ยกล่าวต่อ “หรือว่าไม่กลัวตาย?”

เสียงสูดหายใจดังขึ้นโดยรอบ พร้อมกันนั้นก็มีเสียงฟ้าผ่าลงมาเสียงดังลั่น ทารกแรกเกิดสะดุ้งร้องไห้จ้าเพราะตกใจ ทว่าหญิงสาวกลับสบตากับเขานิ่ง...นาน

“ความตายนั้นไม่น่ากลัว” เขากล่าว

นางหัวเราะ “เคยตายหรือจึงรู้ว่าไม่น่ากลัว” นางเคยมาแล้วจึงบอกได้เลยว่ามันน่ากลัวมาก ดิ้นรนทุรนทุรายอย่างไรก็เต็มไปด้วยความมืดมนและสิ้นหวัง กระทั่งลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็ยังน่าหวาดวิตกไม่มีวันลืม “ถอดเสื้อ” นางสั่ง
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel