บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 เกิดใหม่ในร่างนักโทษ

ท้องพระโรง วังหลวง แคว้นต้าเฉวียน

“บังอาจยิ่งนัก!! ต่อหน้าพระพักตร์ เหตุใดเจ้าจึงไม่ยอมตอบคำถามข้า?" เสนาบดีเฒ่าชี้นิ้วเหี่ยวๆ ของตนไปที่ลู่เฟยเหยียนอย่างเอาเรื่อง

เสียงถอนหายใจและสายตาเหยียดหยามจากเหล่าขุนนางนับร้อยคู่ พุ่งเป้าไปที่ร่างของลู่เฟยเหยียน บัณฑิตกำพร้าผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า ผู้ซึ่งกำลังคุกเข่าหมอบนิ่งอยู่กับพื้นไม่ไหวติง

'เวรละ! นี่ฉันทะลุมิติเข้ามาอยู่ในยุคจีนโบราณงั้นเหรอ?!' ลู่เฟยเหยียนในร่างใหม่ก่นด่าในใจ ขณะที่ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมกำลังไหลบ่าเข้ามาไม่หยุด

ย้อนกลับไปในการสอบจอหงวนครั้งใหญ่ ทั้งบทความวิเคราะห์ยุทธศาสตร์และคำตอบทุกข้อของลู่เฟยเหยียน และ เว่ยอวี่ซวน บุตรชายของเว่ยสิงเสนาบดีฝ่ายซ้าย มีข้อความเหมือนกันแทบจะทุกกระเบียดนิ้ว!

แคว้นต้าเฉวียนไม่เคยมีเรื่องอัปยศเช่นนี้มาก่อน! มีคนหนึ่งลอก และอีกคนคืออัจฉริยะ ซึ่งผู้คุมสอบได้ตัดสินไปแล้วว่า เว่ยอวี่ซวนคือจอหงวนตัวจริง ส่วนไอ้เด็กกำพร้าสันดานหยาบลู่เฟยเหยียน ก็คือคนลอกข้อสอบที่ต้องโทษจำคุก!

นักโทษลู่เฟยเซียน ถูกกลั่นแกล้งรังแกและถูกทรมานสารพัดมาตลอดหกเดือนในคุกหลวง จนกระทั่งใช้เรี่ยวแรงสุดท้ายพาตัวเองมาเข้ารับการสอบสวนใหม่ในท้องพระโรง แต่โชคร้ายที่เขาหมดลมหายใจไปก่อนที่จะมีการสอบสวนใหม่ แล้วลู่เฟยเหยียน ชายหนุ่มขี้โรคชื่อแซ่เดียวกันจากยุคปัจจุบันที่เสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนก็ทะลุมิติเข้ามาในร่างนี้เข้าพอดี!

ลู่เฟยเหยียนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ ด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น

ต่อให้มีความทรงจำของร่างเดิมอยู่ครบถ้วน แต่ในสถานที่แปลกใหม่ แถมตัวเขายังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยังคาดเดาไม่ได้ จะไม่ให้หัวใจดวงน้อยๆ ของตนอดสั่นไหวไม่ได้อย่างไรกัน!

เรื่องของเรื่องก็คือ หลังจากคว้าตำแหน่งจอหงวนมาได้ เว่ยอวี่ซวนก็ได้รับแต่งตั้งเป็นซิวจื๋อประจำสำนักฉงเหวิน ซึ่งเป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับผู้ได้อันดับหนึ่ง

เขามีหน้าที่สำคัญในการเรียบเรียงประวัติศาสตร์ศาสตร์ ร่างราชโองการเบื้องต้น และบันทึกพงศาวดารแผ่นดิน ทว่าตลอดหกเดือนที่ผ่านมา ผลงานของเว่ยอวี่ชวนกลับหลอกลวงสายตาคนไม่ได้เลย!

ร่างราชโองการที่เขาเขียนเต็มไปด้วยคำกลวงๆ สละสลวยแต่ไร้ความเฉียบแหลม บันทึกพงศาวดารก็ผิดพลาดจนขุนนางอาวุโสในสำนักฉงเหวินพากันส่ายหน้า แม้แต่ตัวอักษรง่าย ๆ บางตัวจอหงวนคนใหม่ก็ยังเขียนผิด!

กระแสข่าวลือหนาหูแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ว่าบางทีจอหงวนตัวจริงอาจจะเป็นลู่เฟยเหยียนที่ถูกขังลืมอยู่ในคุก ส่วนคนบนเก้าอี้ซิวจื๋อตอนนี้เป็นแค่ไอ้ทึ่มที่ลอกข้อสอบมา!

“คำพูดเหล่านั้นก็แค่คำนินทาเพราะความอิจฉาพ่ะย่ะค่ะ! ในเมื่อคำตอบเหมือนกัน ย่อมไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าใครลอกใคร แต่บัณฑิตเว่ยมาจากตระกูลผู้มีฐานะ มีอาจารย์เป็นผู้สั่งสอนชัดแจ้ง ส่วนลู่เฟยเหยียนเป็นแค่เด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้า จะเอาปัญญาที่ไหนมาเขียนบทความชั้นยอดนั้นได้ด้วยตัวเอง?” ขุนนางฝ่ายสนับสนุนตระกูลเว่ยรีบก้าวออกมาแก้ต่าง

“ที่เว่ยซิวจื๋อทำงานพลาดบ่อยๆ เป็นเพราะงานในสำนักฉงเหวินมันหนักหนานัก ขนาดบัณฑิตตระกูลใหญ่ยังแทบรับไม่ไหว แล้วถ้าเป็นไอ้เด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้ล่ะก็ แคว้นเราไม่พังพินาศยิ่งกว่านี้หรือพ่ะย่ะค่ะ!”

เสียงสนับสนุนตระกูลเว่ยดังเซ็งแซ่ ขุนนางนับสิบต่างพากันกดดันให้ฮ่องเต้รีบสั่งลากตัวลู่เฟยเหยียนกลับไปจุดเดิม เพื่อปิดปากกระแสข่าวลือที่ทำให้ราชสำนักเสียหน้า

ลู่เฟยเหยียนที่คุกเข่าอยู่ นิ่งฟังกระแสลมการเมืองรอบตัวด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ความทรงจำในหัวประมวลผลเสร็จสิ้นเรียบร้อย ซีรีส์เกาหลีสุดเดือดเรื่องหนึ่งที่เขาเพิ่งดูจบไปใน Netflix พลันแล่นเข้ามาในหัว

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับพระเอกที่ใช้กฎหมายและอำนาจดิบดัดนิสัยพวกเด็กเส้นและพวกผู้ใหญ่กังฉินที่ใช้ระบบอุปถัมภ์ทำลายอนาคตคนอื่น ช่างสอดคล้องกับสถานการณ์ที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ไม่มีผิด!

'ในเมื่อสวรรค์ส่งฉันมาอยู่ในร่างที่โดนระบบเฮงซวยรังแก... งั้นฉันจะขอสวมบทเป็นพระเอกซีรีส์ ล้างบางไอ้ระบบเส้นสายขุนนางถ่วงความเจริญนี่ให้ดู!'

เหนือแท่นบัลลังก์มังกร ฮ่องเต้จ้าวหมิงเจ๋อ ทอดพระเนตรลงมาด้วยแววตาเรียบเฉย พระองค์ทรงเบื่อหน่ายกับความฟอนเฟะของขุนนางเหล่านี้เต็มทน และรอจังหวะที่จะล้างไพ่ในราชสำนักมาเนิ่นนาน

แม้เขาจะเป็นถึงโอรสสวรรค์ แต่ราชสำนักก็มีกฏระเบียบ ขุนนางที่มีเสียงข้างมากย่อมได้เปรียบกว่า บางครั้งตนยังต้องยอมลืมตาข้างหนึ่งหลับตาข้างหนึ่งเอาไว้ เพื่อให้สถานการณ์บ้านเมืองดำเนินต่อไปได้

เขารอมานานที่จะได้เห็นขุนนางน้ำดีสักคนกล้าออกมาโต้แย้งหรือยืนหยัดเพื่อเป็นที่พึ่งพิงให้กับขุนนางตัวเล็กๆ ที่ไร้เส้นสาย แต่หลายปีมานี้ก็ยังไม่เคยมีใครหลุดพ้นจากขั้วอำนาจเกมการเมืองที่ผูกพันกันจนกลายเป็นเครือญาติเต็มแคว้นไปหมด

แต่ลู่เฟยเหยียนผู้นี้..ดูเหมือนเขาจะถูกขังจนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว เหตุใดจึงไม่โต้แย้งอันใดออกมาสักประโยคกันเล่า!

"ลู่เฟยเหยียน... เจ้ามีอะไรจะโต้แย้งหรือไม่ ใต้เท้าทั้งหลายบอกว่าเจ้าไร้ความสามารถ ลอกข้อสอบผู้อื่น แต่ข้าเป็นฮ่องเต้ผู้มีเมตตา ข้าจะให้โอกาสเจ้าพิสูจน์ความจริงให้เห็นเสียตอนนี้เลยว่าเจ้ามีดีอะไร!"

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น สบพระพักตร์ฮ่องเต้โดยตรง ไม่มีแววตาของเหยื่อที่ยอมจำนนอีกต่อไป

‘ให้มันได้อย่างนี้สิ! คนกำลังง่วงนอนก็มีคนส่งหมอนมาให้!’ ชายหนุ่มคิดในใจอย่างลิงโลด

ฮ่องเต้มอบโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้เขาในเวลาที่เหมาะเจาะเสียจริง!

"ทูลฝ่าพระบาท หากขุนนางทุกท่านเห็นว่าเว่ยอวี่ซวนทำหน้าที่ซิวจื๋อได้ดีอยู่แล้ว กระหม่อมก็ยินยอมรับความจริงพ่ะย่ะค่ะ แต่หากฝ่าบาทจะทรงเมตตามอบโอกาสให้กระหม่อมได้พิสูจน์ความสามารถ ก็โปรดมอบหมายหน้าที่สักหน้าที่ให้กระหม่อมได้ทำ แล้วรอดูผลงานก่อนค่อยตัดสินโทษของกระหม่อมใหม่อีกครั้งก็ได้พ่ะย่ะค่ะ"

สิ้นคำกราบทูล เสียงหัวเราะเยาะหยันก็ดังก้องไปทั้งท้องพระโรง

"ฮ่าๆๆ! เพ้อเจ้อสิ้นดี!" ขุนนางเฒ่าฝ่ายตระกูลเว่ยสำรอกเสียงหัวเราะ

"จะมีเรื่องดีๆ แบบนี้ตกจากฟากฟ้ามาได้อย่างไร? จากนักโทษลอกข้อสอบ แต่อยากจะชุบตัวก้าวข้ามหัวผู้อื่นมาเป็นขุนนางงั้นรึ! ช่างไม่เจียมกะลาหัวเอาเสียเลย!"

ลู่เฟยเหยียนแอบกัดลิ้นตัวเองเบาๆ เพื่อสะกดอารมณ์ตื่นเต้น คำพูดถากถางเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับทำให้เขาอินและรู้สึกสะใจ! เพราะทุกอย่างกำลังเข้าทางแผนการในหัวอย่างสมบูรณ์แบบ

"กระหม่อมมิได้มักใหญ่ใฝ่สูงถึงเพียงนั้นพ่ะย่ะค่ะ ไม่จำเป็นต้องมอบตำแหน่งขุนนางที่มีอยู่แล้วในราชสำนักให้กระหม่อมก็ได้พ่ะย่ะค่ะ"

พวกขุนนางกังฉินยิ่งระเบิดหัวเราะลั่นกว่าเดิม มองร่างสกปรกซูบผอมตรงหน้าด้วยสายตาเหมือนมองคนปัญญาอ่อน

"ที่แท้เจ้านี่ก็โง่เง่าเต่าตุ่นจริงๆ! ตำแหน่งขุนนางในราชสำนักทุกกรมกองมีขุนนางประจำตำแหน่งครบถ้วนไม่เคยขาด หากจะให้มอบตำแหน่งที่ไม่เคยมีอยู่ในทำเนียบขุนนางแคว้นต้าเฉวียน เจ้าก็คงเป็นได้แค่ขุนนางเทกระโถนในเรือนพักเท่านั้นกระมัง!"

ในจังหวะนั้นเอง แววตาของลู่เฟยเหยียนพลันสว่างวาบ ประกายตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายที่ซ่อนเล็บฉายชัดออกมา

และแววตากับรอยยิ้มนั้น... ก็ไม่รอดพ้นจากสายตาของจ้าวหมิงเจ๋อ!

โอรสสวรรค์ประเมินในใจทันทีว่าคนผู้นี้ไม่ได้โง่! และหากเขาเป็นจอหงวนตัวจริงที่ถูกรังแก ลู่เฟยเหยียนผู้นี้ก็จะมีความสามารถทั้งบุ๋นและบู๋รอบด้าน เหมาะนักที่จะเป็นแขนและขาให้ตน!

ฮ่องเต้ทรงตัดสินใจเสี่ยงเดิมพันครั้งใหญ่... คนผู้นี้อาจเป็นหมากเปลี่ยนเกมที่เข้ามาเปลี่ยนชะตาราชสำนัก หรืออย่างน้อยที่สุด ก็อาจเป็นแรงบันดาลใจให้ขุนนางน้ำดีที่ไร้อำนาจได้เห็นแนวทางในการต่อสู้ก็เป็นได้!

*จอหงวน: ผู้ที่สอบได้อันดับที่หนึ่งในการสอบขุนนางขั้นสูงสุดต่อหน้าพระพักตร์จักรพรรดิ ถือเป็นตำแหน่งเกียรติยศสูงสุดของบัณฑิตในจีนโบราณ เทียบได้กับผู้ที่สอบได้ที่หนึ่งของประเทศ

*ซิวจื๋อ: ตำแหน่งขุนนางแรกรับประจำสำนักฉงเหวิน แห่งแคว้นต้าเฉวียน (แคว้นสมมติในนิยายเรื่องนี้) เป็นตำแหน่งเฉพาะสำหรับจอหงวนป้ายแดงเพื่อฝึกงานราชการก่อนก้าวสู่ตำแหน่งบริหารในอนาคต

*สำนักฉงเหวิน: หออัครบัณฑิตหรือสำนักราชวิทยาลัยขั้นสูงของแคว้น มีหน้าที่ดูแลคลังตำราหลวง บันทึกพงศาวดาร ร่างพระราชโองการ และเรียบเรียงประวัติศาสตร์แผ่นดิน ถือเป็นศูนย์รวมของอัจฉริยะและขุนนางสายวิชาการชั้นยอด ผู้ที่ได้เข้ามาทำงานในสำนักนี้จึงเปรียบเสมือน “หน้าตาและสมองของแผ่นดิน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel